playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

IMG 0542

ที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับชาติ มอบข้อเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ ผ่านว่าที่ร้อยตรี ศรัณย์ สมานพันธ์ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตั้งเป้า 5 ปี (2559-2563) มีสภาองค์กรชุมชนครบทุกตำบล ผลักดันสมัชชาพลเมืองทุกจังหวัด เห็นด้วยกับหลักการของร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีเนื้อหาที่ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน เสนอ 5 มาตรการส่งเสริมและพัฒนาสภาองค์กรชุมชนต่อสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน

วันนี้ (1 กันยายน 2558) สถาองค์กรชุมชน จัดการประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล ครั้งที่ 1/2558 ณ ห้องประชุมชนกนันท์ ชั้น 2 โรงแรมเอบีน่า เฮ้าส์ วิภาวดีรังสิต 64 เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาแผนปฏิบัติการพลเมืองเต็มพื้นที่  ข้อเสนอแผนการขับเคลื่อนต่อร่างรัฐธรรมนูญ ระดมปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบและข้อเสนอแนะเป็นแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ เสนอมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนาสภาองค์กรชุมชนในระดับตำบลให้เกิดความเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้เพื่อเสนอให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ

ตั้งเป้า 5 ปี (2559-2563) มีสภาองค์กรชุมชนทุกตำบล ผลักดันสมัชชาพลเมืองทุกจังหวัด

ที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับชาติ กำหนดปฏิบัติการพลเมืองเต็มพื้นที่ วางเป้าหมายในเชิงคุณภาพ มุ่งสร้างการเรียนรู้ สร้างความเป็นพลเมือง ผ่านวิถีวัฒนธรรม/วิถีนิเวศ สร้างความเข้าใจหลักคิด พลเมือง จิตสาธารณะ จิตอาสาให้ลุกขึ้นมาจัดการร่วมกัน ไม่เพิกเฉยต่อปัญหาและผลกระทบต่อชุมชน ร่วมคิด ร่วมทำ ให้เกิดการตื่นตัวตื่นรู้ มีส่วนร่วมเอาธุระต่อสังคม สร้างจิตสำนึกเกี่ยวกับสิทธิพลเมือง สิทธิชุมชน สิทธิในการกำหนดการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นโดยองค์กรชุมชน มีการเชื่อมโยงภาคีทั้งในพื้นที่ และนอกพื้นที่

วางแนวทาง 1) ทบทวนตนเองหาพื้นที่รูปธรรม จัดลำดับความเข้มแข็งของพื้นที่  2) กำหนดประเด็นร่วม เป้าหมายร่วม 3) เดินไปหาเพื่อน เพิ่มภาคีพัฒนา หาพันธมิตร 4) เชื่อมเครือข่ายให้มีพลัง ออกแบบการจัดการร่วม 5) มีแผน มียุทธศาสตร์ ไปสู่เป้าหมาย อาทิ “สร้างความเป็นพลเมืองผ่านวิถีวัฒนธรรม วิถีชุมชน” 6) พัฒนาคน “สร้างความเป็นพลเมือง” ตามบริบทพื้นที่ 7) พัฒนาศักยภาพสภาองค์กรชุมชนตำบลให้เป็นพื้นที่กลาง และ 8) ให้ความสำคัญกับการสื่อสารสาธารณะ

กำหนดวิธีการให้ใช้รูปแบบสมัชชาสภาพลเมืองเป็นเครื่องมือในการแก้ไขประเด็นปัญหาของพื้นที่ โดยการวิเคราะห์และนำเสนอ “ปัญหาร่วม” จากระดับตำบล จังหวัด และระดับชาติ ที่มีการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา รวมทั้ง เสนอแนวทางการแก้ไขของตนเอง ต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งจะใช้พื้นที่รูปธรรมในการแลกเปลี่ยนทั้งในระดับตำบลและจังหวัด  ให้เกิดการพัฒนาคุณภาพสภาองค์กรชุมชนและพัฒนาศักยภาพองค์กรชุมชน

         

และออกแบบกลไก สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นพื้นที่กลางของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความเป็นพลเมือง ของทุกคน  ทุกองค์กรในตำบล และจังหวัด ประสานพลังจับมือกับผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และภาคี  หาแกนนำรุ่นใหม่ มีเวลา มีจิตอาสา ออกแบบแบ่งพื้นที่การทำงานเป็นอำเภอ หรือโซน ซึ่งขึ้นอยู่แต่ละบริบทของพื้นที่ ทั้งนี้ได้กำหนดแผน 5 ปี  (2559-2563) โดยวางเป้าหมายผลลัพธ์ออกเป็นรายปี

เห็นด้วยกับหลักการของร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีเนื้อหาที่ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน

ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นสมัชชาพลเมืองและสิทธิชุมชน โดยมีความเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความสำคัญเรื่องชุมชน โดยบรรจุหลักการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชุมชนใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ สมัชชาพลเมือง ในมาตรา 29 ประการที่สอง คือ สิทธิของชุมชนที่ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ซึ่งปรากฏในมาตรา 62– 64 และ 81– 82 แต่ที่ประชุมมีความห่วงใยว่า ขั้นตอนการจัดทำกฎหมายลูกประชาชนควรมีส่วนร่วม ซึ่งไม่ควรปล่อยให้คณะกรรมการยกร่างกฎหมายลูกดำเนินการแต่เพียงผู้เดียว

และในประเด็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ที่ประชุมมีความเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้รับรองหลักการของสิทธิและเสรีภาพของประชาชนพลเมืองมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดีจะเกิดผลเป็นรูปธรรมก็ต่อเมื่อเนื้อหาของสิทธิและเสรีภาพสามารถเกิดขึ้นได้จริง รวมทั้งประเด็นเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ที่ประชุมเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเนื้อหาเรื่องการกระจายอำนาจให้แก่ชุมชนและองค์กรบริหารท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น แต่การกระจายอำนาจ และภารกิจเรื่องใดที่ชุมชนท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้ให้รัฐกระจายอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการดำเนินการ

ส่วนประเด็นอื่นๆ เกี่ยวกับการขับเคลื่อนเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยมองว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้บรรจุเนื้อหาของภาคประชาชนมากขึ้น เช่น พลเมืองเป็นใหญ่ โดยมีเจตนารมณ์ส่งเสริมพลเมือง คุ้มครองผู้บริโภค และการสร้างความปรองดอง

อย่างไรก็ตามการจะรับหรือไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ประชุมส่วนใหญ่ยังไม่ทราบหรือยังไม่ได้อ่านรายละเอียดในเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญจึงทำให้ยังไม่เห็นหรือยังมีความเข้าใจไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจในการรับร่างรัฐธรรมนูญ แม้ว่าจะมีการนำเสนอเนื้อหาในส่วนความต้องการของภาคประชาชนจากการให้ความรู้จากวิทยากรแต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการทำความเข้าใจ ต้องมีทีมขับเคลื่อน วิเคราะห์ สังเคราะห์ ร่างรัฐธรรมนูญ นำไปสู่การเผยแพร่ ขยายผลให้รู้เท่าทัน ซึ่งความเห็นโดยภาพรวมต่อร่างรัฐธรรมนูญ ที่ประชุมเห็นด้วยกับหลักการของ ร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากยังคงมีเนื้อหาเรื่องชุมชน โดยต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ อาทิ พ.ร.บ. สมัชชาพลเมือง ต่อไป

8 ประเด็นปัญหา ที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรี

ที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับชาติ ได้สรุปประเด็นปัญหา และข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้พิจารณาสั่งการ ที่มาจากการรวบรวมและสังเคราะห์ประเด็นปัญหาจากทั่วประเทศ แบ่งออกเป็น 8 หัวข้อใหญ่ ที่ประกอบด้วยเรื่อง 1) ความมั่นคงด้านอาหาร 2) การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3) นโยบายของรัฐที่มีผลกระทบต่อประชาชน 4) มิติทางสังคม 5) การปฏิรูปการเมืองการปกครอง 6) การกระจายอำนาจไปสู่ชุมชนท้องถิ่น 7) การพัฒนาระบบเกษตร และ 8) การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน 

ทั้งนี้ที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล ได้มอบข้อเสนอของที่ประชุมต่อนายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ โดยเสนอเรื่องนโยบายทวงคืนผืนป่า พ.ร.บ.แร่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ ผลกระทบลุ่มน้ำโขง และความมั่นคงด้านอาหาร เป็นวาระสำคัญที่ให้รัฐบาลพิจารณาอย่างเร่งด่วน โดยความมั่นคงด้านอาหาร เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ เกิดผลกระทบต่อการผลิตพืชอาหารทางการเกษตร การประมงของประเทศ ที่ถูกคุกคามจากกระแสโลกาภิวัฒน์ ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น แต่ผลผลิตลดลง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม นอกจากจะมีข้อเสนอที่สภาองค์กรชุมชนตำบลจะดำเนินการเอง ทำร่วมกับหน่วยงานและภาคีในพื้นที่ ยังมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เสนอให้ภาครัฐดำเนินการ

โดยเสนอให้รัฐกำหนดประเด็นความมั่นคงทางอาหารเป็นวาระแห่งชาติ มีนโยบายที่ชัดเจนเรื่องครัวไทยสู่ครัวโลก บนฐานของเกษตรอินทรีย์-ชีวภาพ มีนโยบายผังเมืองแบบมีส่วนร่วม โดยให้สภาองค์กรชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดและตัดสินใจ รัฐควรควบคุมการจำหน่าย การใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมีการเกษตร และปัจจัยการผลิตต่างๆ อย่างมีมาตรฐานความปลอดภัย และส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนเมล็ดพันธุ์ชุมชนอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายของการประชุม ได้มีการเสนอมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดตั้ง และพัฒนาสภาองค์กรชุมชนในระดับตำบลให้เกิดความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ เพื่อเสนอให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการสนับสนุนต่อไป

IMG 0446IMG 0447IMG 0450IMG 0453IMG 0462IMG 0468IMG 0487IMG 0515IMG 0492IMG 0445

 
แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter