playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
 

IMG 0396

‘บวรศักดิ์’ เปรียบการปฏิรูปเป็นเรื่องเจ็บ ที่ผ่านมาต้องทนต่อการโดนวิจารณ์ ยกนกอินทรีย์เปลี่ยนจะงอยปากและกรงเล็บ หากอยากมีชีวิตยืนยาวขึ้นอีก 30 ปี เพราะเมื่ออายุ 50 ปี ปากและเล็บของมันจะงองุ้มขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถใช้ล่าอาหารได้ นกอินทรีย์ต้องเอาปากและเล็บไปครูดหินจนหลุดออก ทนต่อความเจ็บปวดเพื่องอกใหม่และใช้การได้แทนของเดิม    

ศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ปาฐกถาพิเศษ “รัฐธรรมนูญใหม่สู่การปฏิบัติการพลเมืองได้อย่างไร?” ในเวทีสมัชชาองค์กรชุมชน “ปฏิบัติการพลเมืองเต็มพื้นที่” วันที่ 31 สิงหาคม 2558 ที่ห้องประชุมชนกนันท์ ชั้น 2 โรงแรมเอบีน่า เฮ้าส์ วิภาวดีรังสิต 64 กรุงเทพมหานคร ที่จัดโดยสภาองค์กรชุมชน สพม. พอช. และภาคีพัฒนา 

เป็นธรรมดาที่กรรมาธิการฯ ไม่สามารถเขียนให้เกิดความพอใจของทุกคนได้ ถ้าเพ่งเฉพาะบางจุด มองเฉพาะบางมาตรอาจมีข้อจำกัด แนะวิธีที่จะเอาไปใช้ในการวินิจฉัย ว่ารับหรือไม่รับร่าง รธน. ซึ่งต้องรอผลการพิจารณาหลังวันที่ 6 กันยายน 2558 และหากผ่านไปถึงการลงประชามติ สิ่งที่ประชาชนควรมีมุมมองในการร่างรัฐธรรมนูญนั้น ต้องดูภาพรวมทั้ง 285 มาตรา ต้องดูทั้งร่างทั้งฉบับ

ประธานกรรมาธิการฯ เสนอว่าในการพิจารณารับหรือไม่รับนั้น ให้ประชาชนลองตั้งคำถาม 3 ข้อ ว่า 1) ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้สามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ 2) มีการเพิ่มสิทธิเสรีภาพมากกว่า รธน. 2540 และ รธน.2550 ก้าวหน้าขึ้นหรือไม่  และ 3) จะก่อให้เกิดการปฏิรูปที่ทุกฝ่ายต้องการร่วมกันได้ไหม สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ติดหล่มมา 18 ปี  ก้าวหน้ากว่าเดิมหรือไม่  ถ้าไม่มีทั้ง 3 ข้อ ก็อย่าลงมติรับ หรือ มี 2 ใน 3 จะรับไหม

ชี้คำว่า ชุมชน มีอยู่ใน 21 มาตรา 83 ปี ที่ผ่านมาเรามี รธน.20 ฉบับ เป็นเรื่องที่ไม่น่าภูมิใจ แต่ในเรื่องการมีส่วนร่วมของชุมชน ประชาชน มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พัฒนาการจากอดีตถึงปัจจุบัน รธน.แก้ปัญหาในอดีตได้ไหม จะผ่านวิกฤตโดยไม่ฉีกหรือไม่ 18 ปี ที่ผ่านมา 2540-2558 เกิดอะไรขึ้น ปี 2540-49 เรามี รธน.ฉบับที่เรียกว่าเป็นประชาธิปไตยเต็มที่ เป็นปชต.แบบฝรั่ง แต่ก็จบลงที่มีความขัดแย้งรุนแรง ต้องเลิกรัฐธรรมนูญด้วยรถถัง มีคนเจ็บคนตาย ทุกสถาบันถูกดึงไปสู่ความขัดแย้ง เรามีรัฐบาลรัฐถาธิปัตย์ 2 ครั้ง ใน 18 ปีแห่งความหลัง การชุมนุมบนถนนท้อง เศรษฐกิจเสียหาย รธน.ทั้ง 2 ฉบับ นำไปสู่ความขัดแย้ง และแก้ไม่ได้ด้วย รธน. 

ประธานกรรมาธิการฯ กล่าวต่อว่า แม้ว่าระบอบรถถัง จะทำให้คนไม่ตีกัน แต่ความขัดแย้งก็ลงไปสู่ใต้ดิน ถ้าจะเขียนให้ รธน.ดูเท่เป็น ปชต.100% เมื่อมีการเลือกตั้งได้พรรคหนึ่งเป็นรัฐบาล อีกพรรคหนึ่งก็ลงถนนอีก สลับกันแบบนี้รับได้ไหม กรรมาธิการฯ มีโจทย์ว่าเราจะพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัติรย์ทรงเป็นพระประมุข โดยวางระยะเวลา 10 ปี แบ่ง 2 ช่วง ระยะ 5 ปีแรกเป็นระยะเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตย ให้เหมาะกับสังคมไทย ปฏิรูป แก้ความขัดแย้งสร้างปรองดอง และสามารถสกัดความรุนแรงได้ 5 ปี ทำให้การปฏิรูปเดินไปได้ไม่เสียของ ระยะที่ 2 มุ่งสู่ประชาธิปไตย 100 % จึงออกแบบคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและปรองดองขึ้นมา ดึงหลายฝ่ายเข้ามามีหน้าที่กำกับในการปฏิรูป

ถ้าแก้ความรุนแรงไม่ได้ เกิดสภาพจราจล นองเลือด ถ้าไม่มีเครื่องมือ ก็จะต้องลากรถถังออกมาอีก กมธ.ยกร่างฯ จึงคิดว่าในช่วง 5 ปีแรก หากเกิดความขัดแย้งที่จะก่อมิคสัญญี จึงออกแบบกลไกเพื่อรองรับ ซึ่งไม่ใช่ ปชต.เต็มใบใน 5 ปีแรก เรียกว่าประชาธิปไตยในระยะเปลี่ยนผ่าน

สิทธิเสรีภาพของประชาชน ก้าวหน้ากว่ารธน. 40 50 หรือไม่ ยกตัวอย่าง ร่างรธน.ฉบับนี้คำนึงถึงสิทธิสตรี ให้ความสำคัญกับสิทธิของครอบครัว การเสนอกฏหมายของประชาชน ปชช.เข้าเสนอวื่อ ปี 40  5 หมื่นรายชื่อ  ปี50 เหลือ 1 หมื่น ร่างปี 58 1 หมื่นคน แต่ห้ามดองเปรี้ยวดองเค็มต้องพิจารณาใน 180 วัน และมีตัวแทนคนที่ทำเรื่องนี้ 1 ใน 3 เข้าร่วมเป็นผู้พิจารณา ซึ่งถ้าตกไป สว.-สส. สามารถเสนอขอให้ลงมติอีกครั้งได้ ซึ่งต่างจากเดิม และยังมีเรื่องของชุมชน ที่กำหนดไว้จำนวน 21 มาตรา ขยายสิทธิเสรีภาพก้าวหน้ากว่าเดิม สร้างอนาคตลูกหลาน กันโครงการประชานิยมที่ก่อความเสียหาย 6 แสนล้านบาท จำนำข้าว ความเสียหายใครรับผิดชอบ จึงต้องสร้างเครื่องมือป้องกัน ม.264-267 ที่กำหนดให้มีการปฏิรูปในทุกเรื่อง

ต้องพิจารณาทั้งตัว จากหัวจรดเท้า ดูภาพรวม โดยตั้งคำถาม 3 ข้อ และพิจารณาเอง หลังจากฟัง คุณอภิสิทธิ์ คุณยิ่งลักษณ์ และคนอื่นๆ แล้ว ถ้าคิดว่าไม่เสียของ สิทธิเสรีภาพก้าวหน้า มีอนาคตและความหวังให้ลูกหลาน ก็ลงมติรับ ผ่านไม่ผ่าน ผลออกมาเป็นอย่างไรรับทั้งสิ้น เพราะเป็นคำพิพากษาจากประชาชน บ่น 9 เดือนที่ผ่านมา ท้องอืดเพราะมีแต่เสียงด่า หากผ่านก็ดีใจแต่เหนื่อยต่อ หากไม่ผ่านก็โล่งใจ ประชาชนต้องตัดสินด้วยตนเอง อย่าไปเชื่อคำชักนำ ใช้หลักกาลามาสูตร และทุกคนต้องยอมรับผลการลงประชามติ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับวันที่ 6 นี้ถ้าเขาให้ผ่านหรือไม่ผ่าน  ประธานกรรมาธิการฯ กล่าวในช่วงท้าย

มาถึงบรรทัดนี้ อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ประชาชนว่าจะ ‘รับ’ หรือ ‘ไม่รับ’

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter