กองทุนสวัสดิการชุมชนตั้งอยู่บนหลัก “การพึ่งตนเอง” ของคนในชุมชนเนื่องจากชาวบ้านเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สุดในประเทศที่เข้าไม่ถึงระบบสวัสดิการของรัฐ จึงมีแนวคิดที่จะช่วยเหลือซึ่งกัน ตั้งแต่เกิดจนตายด้วยการสมทบเงินเพียงคนละบาทต่อวัน หรือปีละ 365 บาท จัดตั้งเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบล จนเป็นนโยบายของรัฐในปี 2553 โดยรัฐร่วมสมทบทุนจำนวน 365 บาท / ปี เช่นกัน
กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นกองทุนที่ประชาชนเป็นผู้คิด ผู้บริการจัดการ ผู้สมทบ และผู้รับประโยชน์เอง หรือพูดง่ายๆ ว่า “ประชาชนเป็นเจ้าของกองทุนสวัสดิการชุมชน” นั่นเอง ชาวบ้านจึง “เป็นผู้ให้อย่างมีคุณค่า” เพราะเงินเพียงหนึ่งบาทต่อวัน/คน หากนำมารวมกันจะช่วยเหลือคนได้จำนวนมาก ช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ผู้ด้อยโอกาส และเพื่อนในตำบลให้ได้รับสวัสดิการเหมือนกับคนอื่นๆ ในสังคม นี่คือการให้อย่างมีคุณค่าอย่างแท้จริง ในขณะที่เมื่อได้รับสวัสดิการ ก็รับอย่างมีศักดิ์ศรีเพราะสวัสดิการที่รับก็เป็นเงินที่ตนเองร่วมสมทบด้วยเช่นกัน
กองทุนสวัสดิการชุมชนไม่เพียงจ่ายสวัสดิการให้กับสมาชิกเท่านั้น ยังได้จัดสรรเงินจำนวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือสังคมในยามยาก เช่น ช่วยเหลือยามมีภัยพิบัติ ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส คนพิการ ให้เข้าถึงระบบสวัสดิการชุมชนเหมือนคนอื่นๆ ฯลฯ เป็นการเอื้ออาทรระหว่างคนกับคน และยังได้จัดสรรเงินกองทุนให้เกิดการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเสมอมา เป็นการเอื้ออาทร และพึ่งพาต่อกันระหว่างคนกับธรรมชาติ ที่สำคัญกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำไปสู่การสร้างชุมชนเข้มแข็ง สร้างสังคมคุณธรรมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้เพราะชาวบ้านเป็นผู้คิด ผู้กำหนดระเบียบ โดยสร้างระบบบริหารเองทั้งหมดสามารถ จัดสวัสดิการให้กับสมาชิกได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ “ชาวบ้านเป็นเจ้าของกองทุนสวัสดิการชุมชน”
เพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชนโดยชุมชน เครือข่ายสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั้งสิ้น 5,800 กองทุน (ตำบล) จึงได้ร่วมมือกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างบูรณาการ โดยได้นำแนวคิดของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เรื่อง “คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” อันเป็นแนวคิดสำคัญที่ท่านได้เขียนขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2516 แสดงถึงความมุ่งหวังที่จะให้คนในสังคม มีปัจจัยพื้นฐานได้รับสวัสดิการสังคมที่ทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี มีชีวิตที่มั่นคง พอเพียงทั้งในระดับครอบครัว ชุมชนและประเทศ เป็นแนวในการทำงาน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดทิศทางของกองทุนสวัสดิการชุมชน
ความร่วมมือในครั้งนี้ เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน ซึ่งเป็นกลไกการทำงานทุกระดับ จากระดับตำบล จังหวัด ภาค และระดับประเทศ จะทำหน้าที่สร้างกองทุนให้เข้มแข็งเป็นกองทุนที่เป็นที่พึ่งของสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) รับผิดชอบในการหนุนเสริมและเชื่อมโยงสู่ระดับนโยบาย ส่วนวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะหนุนเสริมด้านการจัดการความรู้ ข้อมูล และเทคนิคต่าง ๆ ด้านวิชาการ ในขณะที่ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จะส่งเสริมพัฒนาระบบคุณธรรมของกองทุน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญเพราะการก่อเกิดกองทุนสวัสดิการชุมชนมาจากความคิดในการเอื้ออาทรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ระหว่างคนกับคน และคนกับธรรมชาติ ซึ่งกล่าวได้ว่า เป็นการแปรคุณธรรมจากนามธรรมให้เป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจน
เพื่อเป็นการยกร่าง เชิดชู กองทุนสวัสดิการชุมชนที่ดำเนินงานช่วยเหลือ ดูแล คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายและกองทุนสวัสดิการในพื้นที่ ตลอดจนกระตุ้นให้รัฐบาล ภาคเอกชนและสังคมตระหนักถึงคุณค่าของแนวคิดเรื่อง “คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวังจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” และร่วมนำไปสู่การพัฒนานโยบายระบบสวัสดิการให้ประชาชน หน่วยงานภาคีดังกล่าวข้างต้น จึงได้จัดทำโครงการ “มอบรางวัลองค์กรสวัสดิการชุมชน : ผู้สร้างสรรค์ความมั่นคงของมนุษย์ ตามแนวคิดของ ศ.ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ “คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวังจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน”
ซึ่งในเบื้องต้นกำหนดให้มีการเสนอกองทุนสวัสดิการชุมชนที่จะเข้าคัดเลือกได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ.2558 และจะมีการมอบรางวัลในวันที่ 9 มีนาคม 2559 โดยแบ่งรางวัลเป็น 7 ประเภทได้แก่
- ด้านการพัฒนาเด็ก การสร้างครอบครัวอบอุ่น และการดูแลผู้สูงอายุ
- ด้านการพัฒนาเยาวชนและการศึกษา เพื่อการเติบโตเป็นคนดีและมีคุณภาพ
- ด้านการพัฒนาวัยแรงงาน การประกอบอาชีพสุจริต การพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน การจัดการ/จัดสรรที่ดินทำกิน เพียงพอต่อการดำรงชีพ และการแก้ปัญหาหนี้สินของสมาชิก
- ด้านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการที่อยู่อาศัย การสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร การอนุรักษ์พลังงาน การจัดการขยะ การจัดการและฟื้นฟูชุมชนหลังภัยพิบัติ
- ด้านการพัฒนาระบบการบริหารจัดการกองทุนที่ดีและมีธรรมาภิบาล
- ด้านการจัดสวัสดิการชุมชนแบบองค์รวม หลากหลายมิติ สามารถเชื่อมโยง/บูรณาการทรัพยากรจากหลากหลายแหล่งเพื่อแก้ปัญหาของสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ด้านการมีปฏิสัมพันธ์ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ช่วยเหลือเกื้อกูลระหว่างกลุ่ม หนุนช่วยเพื่อน รวมทั้งร่วมมือกับหน่วยงาน/ภาคีต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชนและสังคม (ข้ามขอบเขตการให้บริการสมาชิกของกองทุนฯ)
รางวัลนี้จะมอบต่อเนื่องทุกปี เพื่อสร้างความภาคภูมิใจเป็นกำลังใจให้กองทุนต่างสวัสดิการชุมชน ได้พัฒนาการทำงานของตนเองและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนไทยทั้งในเมืองและชนบทที่เข้าไม่ถึงระบบสวัสดิการของรัฐ ซึ่งในห้วงที่รัฐบาล มีนโยบายกองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อเป็นหลักประกันให้กับประชาชนที่อยู่นอกระบบแรงงานกว่า 30 ล้านคน ได้มีความมั่นคงในชีวิต กองทุนสวัสดิการชุมชนซึ่งเป็นกองทุนของชาวบ้าน ที่มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน แต่ได้ดำเนินการมาก่อนหน้า ที่ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการสร้างสวัสดิการให้กับชาวบ้านที่เข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐเท่านั้น แต่กองทุนสวัสดิการชุมชน ยังเป็นมิติของการสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาธิปไตยฐานรากอีกด้วย
ดังนั้นการที่ภาคีพัฒนาต่าง ๆ ได้จับมือกันส่งเสริมกองทุนสวัสดิการชุมชน ในครั้งนี้จึงเป็นทั้งการสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนระดับครอบครัว ชุมชน ประเทศ และเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนฐานรากอีกด้วย





