
เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดสุรินทร์ ร่วมมือกับ ประชาสังคมสร้างสุขสุรินทร์ พี่น้องชาวสุรินทร์ จังหวัดข้างเคียง กรณีศึกษาชุดองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่การเรียนรู้งานประเพณีท้องถิ่น ชาวอีสานใต้ ประกอบพิธีการเซ่นไหว้ "แซนโฎนตา" บอกผ่านเรื่องราวกระบวนการพิธีกรรม ขั้นตอนการทำพิธี องค์ประกอบเครื่องเซ่นไหว้ สิ่งของที่จะนำมาร่วมพิธีไหว้ ซึ่งมีการนำบอกผ่านการถ่ายทอดสดวิทยุ สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย (สวท.) สุรินทร์ มีผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีผู้นำชุมชนหมู่บ้าน คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอ พี่น้องชาวสุรินทร์ที่มีวัฒนธรรมสืบทอดมาถึงปัจจุบันนี้ เปิดเวทีจัดการกระบวนการเรียนรู้สืบสานคุณค่า “ประเพณีแซนโฎนตา” โดยทำการถ่ายทอดสดออกอากาศผ่านสถานีไปทั่วพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ภายใต้ชื่อว่า “งานแซนโฎนตา วัฒนธรรมสร้างสุข อีสานใต้”
วิถีชุมชนหนึ่งในบุญประเพณีที่มีวิธีการของชุมชนชาวอีสานใต้ ซึ่งมีการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ บรรพชนกันมายาวนาน และที่สำคัญทุกๆวัยต่างให้ความสำคัญงานประเพณีแซนโฎนตา ที่มีจุดแข็งชุมชนแบบอย่างวัฒนธรรมซึ่งคงภาพเอกลักษณ์ต่อทางสังคมมาถึงปัจจุบันนี้ ในพื้นที่เขตอีสานชุมชนน้อย ชุมชนใหญ่ งานประเพณีแซนโฎนตามักจักพบเห็นปรากกฎตามชุมชน ในลุ่มสายน้ำ แม่น้ำโขง, แม่น้ำน้ำชี, แม่น้ำมูน, แม่น้ำพลับพลา และแม่น้ำเสียวใหญ่ โดยชุมชนที่อาศัยอยู่ร่วมกันมาเป็นชุมชน เดิมทีแรกตั้งถิ่น มีการสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีที่โดดเด่นในกลุ่มพี่น้อง ในวงเครือญาติ นับว่าเป็นจุดเข้มแข็งของชุมชน ชาวอีสาน ชาวไทยที่มีเชื้อสาย ชนเผ่า เขมร กูย (ส่วย) ลาว เยอ แต่ยังสืบค้นไม่ทราบแน่ชัดว่าประเพณีแซนโฎนตาจุดประกายเริ่มต้นมาจากแห่งแรกแห่งหนที่ใดกลุ่มไหนเป็นคนคิดริเริ่มมาก่อน แต่มาถึงวันนี้เรามักจะเห็นเด่นชัดเจนอยู่ที่พื้นที่ของจังหวัดสุรินทร์เป็นส่วนมาก
นายศักดา เชื้ออินทร์ เปิดเผยว่า ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์กว้างใหญ่ไพศาล มีชุมชนหลากหลายที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน หมู่บ้านที่อยู่อาศัยสืบสานมาถึงวันนี้ จากการย้ายถิ่นที่อยู่ได้นำเอาวิถีวัฒนธรรมติดตามมาด้วย เช่น ชุมชนเขมร ชุมชนกูย (ชาวส่วย) ชุมชนลาว ชุมชนเชื้อสายจีน ชุมชนชาวมุสลิม จึงเรียกว่าวัฒนธรรมสุรินทร์ร่วมกัน ซึ่งบ้างเดือนก็มีงานประเพณีวัฒนธรรมชุมชนพื้นที่แตกต่างกัน สากคนจีน สากคนลาว สากคนเขมร สากคนมุสลิม เพื่อเป็นกรณีศึกษาทางวัฒนธรรม เพื่อนำมาพัฒนาชุมชนบ้านเมืองสืบสานสิ่งที่ดีแบบอย่างให้คนรุ่นหลังปฏิบัติ คนรุ่นใหม่ให้เข้าถึงวัฒนธรรมประเพณีอันดีงานของชุมชนท้องถิ่นอย่างรู้คุณค่า อนุชนคนรุ่นหลังต่อไป
พระอาจารย์ฐาน เปิดเผยว่า ประเพณีแซนโฏนตาที่อายุยืนนานสืบทอดมาถึงปัจจุบันนี้ เพราะว่า คนโบราณ ชุมชนเผ่า หมู่บ้าน เขาจะมีวัฒนธรรมเป็นของตนเองที่เด่นมีแบบอย่างชัดเจนในการอยู่ร่วมกัน การปกครองการอาศัยอยู่กินร่วมกัน ซึ่งไม่ใช่หมายถึง กฎหมายอย่างที่เราเห็นอยู่อย่างทุกวันนี้ คนโบราณถูกปลูกฝั่งก่อให้เกิดความรักความสามัคคีในหมู่ ประเพณีแซนโฎนตา คือ วัฒนธรรมอีกอย่างหนึ่งที่ทรงคุณค่า และนำผนวกกับทางพุทธศาสนา ก่อนออกพรรษา ตามวิถีชีวิตชุมชน ชนบท คนอีสาน ภายหลังการทำนาปลูกข้าว การทำไร่นาสวนแล้วเสร็จ ก่อนออกพรรษาเป็นการเปิดโอกาสให้สัตว์ที่อยู่ในนรกและสวรรค์ชั้นฟ้าในสิบหกชั้นฟ้าในสิบห้าชั้นดินออกมาพบกัน จึงมีประเพณีเล่านี้สืบทอดมาที่คล้ายๆกัน เช่น บุญข้าวสาก การถือศีลอด การชิงเปรต การเทกระจาด ฉลากกะพัด ซึ่งจะอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่เป้าหมายนั้น คือ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพชนผู้ร่วงลับที่เสียชีวิตไปแล้วให้มารับส่วนบุญ
ในขณะเดียวกัน แซนโฏนตา ประเพณีนี้ก็เป็นการให้เครือญาติพี่น้องมาพบกัน โดยมี พ่อ แม่ ปู่ ทวด พบประกันกับลูกๆหลานๆที่ออกไปทำงานถิ่นฐานแดนไกล ไปอยู่ต่างจังหวัดภูมิภาคอื่นๆ หรือที่แต่งงานมีครอบครัวแล้วได้กลับบ้านมารวมญาติ จะได้รู้ข่าวซึ่งกันและกัน และได้ทำผลไม้ ข้าว ปลา อาหาร มารวมกันในวงญาติแบ่งปันกัน จึงเป็นเหตุให้เกิดความสามัคคีรักใคร่ปรองดองในกลุ่มญาติ
ประธานสภาจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ประเพณีที่มีคุณค่าทางกลุ่มชาติพันธุ์ สืบทอดมาจากโบราณ การแสดงความรักใคร่ ไม่ว่าลูกหลานที่ไปทำงานที่ไหนแห่งหนใดจะเดินทางกลับบ้านมาเซ่นไหว้บรรพบุรุษ มาไหว้พ่อไหว้แม่ พี่น้องในญาติ เมื่อมาถึงก็จะมีการขอขมา กลุ่มพี่น้อง การไหว้ขอโทษกันในสิ่งที่กระทำให้ผิดใจกันในวงของเครือญาตินั้นๆ โดยมีผู้หลักผู้ใหญ่ในญาติพี่น้องเป็นสักขีพยานกล่าวว่าคอยตักเตือนให้ และเป็นการให้คำอวยพรเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตด้วย ประเพณีแซนโฎนตามีคุณค่างดงามทางจิตใจได้รักใคร่ ที่เป็นเอกลักษณ์ คือ เครื่องเซ่นที่นำมาไหว้ เครื่องแต่งกายชุดผ้าไหมลวดลายของเมืองสุรินทร์จะเด่นชัดเจนเป็นเอกลักษณ์ คุณปู่ คุณตา พ่อ แม่ การแต่งกายเครื่องชุดแบบ การนุ่งใส่ชุดผ้าไหม การนุ่งใส่สะโล่ง ชาวเขมรสุรินทร์ที่ร่วมกันสวมใส่ชุดเล่านี้มันงดงามสืบทอดมาจนวันนี้ สิ่งเล่านี้ที่จะเป็นเอกลักษณ์วัฒนธรรมของเมืองสุรินทร์ท้องถิ่น กิจกรรมสร้างสุขให้ชาวสุรินทร์ ดังที่นโยบายทางภาครัฐบาลให้มา คือ มั่นครั่ง มั่นยืน มั่นคง
นายมานะ เหนือโท ศูนย์ข่าวทุ่งกุลา เปิดเผยว่า ประเพณีแซนโฎนตา วัฒนธรรม คน สายน้ำ ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ จะปรากฎพบเห็นในชุมชนที่มีเชื้อสายชาวเขมร และชาวกูย(ชาวส่วย) ที่เด่นชัดเจนตามชุมชนที่อยู่อาศัยตามสายน้ำ แม่น้ำพลับพลาสองฝั่งตะเข็บชายแดนจังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดสุรินทร์ วัฒนธรรม หรือ ประเพณี ชุมชน คน สายน้ำ ไม่ใช่ว่าเป็นเพียงเขตแดนแบ่งกันแต่ชุมชนวิถีชีวิตชาวบ้านยังเดินทางไปหาสู่กันมีรูปแบบเอกลักษณ์สัญญาลักษณ์การแต่งกาย การอยู่กิน ประเพณีเดียวกัน ฝั่งทางชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ดภาษาสำเนียงคำพูดท้องถิ่นจะเปลี่ยนไปมากกว่าทางจังหวัดสุรินทร์ บางชุมชนก็พูดภาษาอีสานเป็นส่วนใหญ่ (ท้องถิ่นภาษาลาวพื้นบ้าน) ภาษาเขมรก็จะมีบ้างในกลุ่มผู้ใหญ่ เด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่เปลี่ยนการพูดเป็นภาษาไทยบ้าง อีสานบ้าง ในชุมชนพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ แต่ถึงอย่างไรประเพณีแซนโฎนตาก็ยังสืบทอดเรื่องราวขั้นตอนวิธีการแบบอย่างที่ถูกต้องมาถึงทุกวันนี้ จึงอยากให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ช่วยกันอนุรักษ์รักษาคงไว้สืบทอดประเพณีสิ่งดีเล่านี้ต่อไป
“แซนโฎนตา” เป็นศัพท์ในภาษาตระกูลมอญ-เขมร แยกเป็น ๓ คำ คือ แซน หมายถึงการเซ่น สังเวย หรือ การบูชา คำว่า โฎน หมายถึง ญาติผู้ใหญ่ หรือ ผู้ที่เราเคารพนับถือ หรือ บรรพบุรุษที่เป็นผู้หญิง(แต่มักจะเขียนผิดว่า”โดน”) จะต้องเขียนด้วย ฎ ตามหลักไวยากรณ์เขมร คำว่า ตา หมายถึงญาติผู้ใหญ่ หรือผู้ที่เราเคารพนับถือ หรือบรรพบุรุษที่เป็นผู้ชาย ซึ่งในปีนี้งานประเพณีแซนโฎนตา เซ่นไหว้เชื้อสายเขมรจะตรงกับวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๕๘











