playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

lampang180958.03นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) ได้เปิดเผยว่าสำหรับจังหวัดลำปาง โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (สาขาลำปาง) ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ปลูกยางพารา และตรวจสอบพบว่าพื้นที่บุกรุกปลูกยางพาราเป็นของกลุ่มนายทุนที่เข้ามาบุกรุกทำลายป่าเพื่อทำแปลงปลูกยางพารา ยังอยู่ระหว่างดำเนินการอีกกว่า 40 แปลง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อ.เมืองปาน ,อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล อ.ห้างฉัตร และอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ป่าสงวนแห่งชาติแม่งาวฝั่งซ้าย อ.งาว จ.ลำปาง และจะเร่งรัดตัดทำลายคืนผืนป่าให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ โดยในวันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา ได้ตัดทำลายยางพาราไปกว่า 200 ไร่

ซึ่งก่อนหน้านี้ในเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนได้เปิดยุทธการยึดพื้นที่แปลงปลูกยาพาราหมู่ที่ 2,3,6 ตำบลหัวเมือง อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง รวมเนื้อที่ทั้งสิ้น 168 ไร่ โดยอ้างคำสั่ง คสช.ที่ 64/2557 และนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐบาล การเปิดยุทธการทวงคืนผืนป่าขอเจ้าหน้าที่ในครั้งนั้น ชาวบ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน สมาชิก อบต. และผู้นำในตำบลต่างไม่ติดใจเอาความและคาดหวังว่าจะไม่มีการทวงคืนผืนป่าในพื้นที่อีก แต่ต่อมาอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนได้มีแผนงาน และประกาศเดินหน้ายุทธการทวงคืนผืนป่าในพื้นที่ตำบลหัวเมืองอีก 342.74 ไร่ ตำบลแจ้ซ้อนอีก 256.6 ไร่   โดยอ้างว่าได้มีการสำรวจพื้นที่ปลูกยางพารา และตรวจสอบแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของกลุ่มนายทุนที่เข้ามาบุกรุกทำลายป่าเพื่อทำแปลงปลูกยางพารา โดยจะดำเนินการยึดคืนให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2558 นี้ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วชาวบ้านและผู้นำในตำบลหัวเมือง รวมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลหัวเมืองได้ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าในพื้นที่ตำบลหัวเมืองมิได้มีกลุ่มนายทุน หรือนายทุนภายนอกเข้ามาทำกินหรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่ตามคำกล่าวอ้างของนายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนเมื่อวันก่อนแต่อย่างใด

lampang180958.04ทั้งนี้แหล่งข่าวยังบอกอีกว่าองค์การบริหารส่วนตำบลหัวเมืองได้มีการเรียกประชุมผู้ใหญ่บ้าน กำนัน สมาชิก อบต. และราษฎรทุกหมู่บ้านที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือและตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน และพบว่ามีพื้นที่ปลูกยางพาราในตำบลหัวเมือง ทั้งหมด จำนวน 78 ครอบครัว เนื้อที่รวม 388 ไร่ ซึ่งอายุยางพาราส่วนใหญ่ 5-10 ปี และทุกครอบครัว ทุกรายที่ปลูกยางพาราเป็นราษฎรที่อยู่อาศัยในพื้นที่ตำบลหัวเมืองจริง และเป็นคนที่อยู่อาศัยและเกิดในตำบลหัวเมืองไม่มีบุคคลภายนอกชุมชนหรือนายทุนเข้าทำกินหรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่แม้แต่รายเดียว ถึงแม้ว่าการจะมีการปลูกยางพาราในพื้นที่ก็ตาม แต่เฉลี่ยรายละไม่เกิน 10 ไร่ และเป็นพื้นที่ทำกินเดิมของราษฎรที่ได้มีการใช้ประโยชน์มาอย่างต่อเนื่องตั้งสมัยปู่ย่าตายาย และมีการสืบทอดการใช้ที่ดินทางมรดกจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานในปัจจุบัน และที่ผ่านมาชุมชนตำบลหัวเมืองเป็นชุมชนขนาดเล็กที่มีวิถีชีวิตในการพึ่งพาอาศัยและผูกพันอยู่กับป่ามาอย่างยาวนาน มีการจัดการการใช้ประโยชน์ควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำฝายชะลอน้ำพื้นที่ป่าต้นน้ำเพื่อรักษาความชุ่มชื้น การจัดให้มีการปลูกป่าเนื่องในวันสำคัญๆ เป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกปี

lampang180958.05สุดท้ายนี้ในฐานะตัวแทนชาวบ้านตำบลหัวเมือง และผู้ได้รับผลกระทบจากแผนแม่บท จึงอยากเปิดเผยให้สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงปัญหาและความเดือดร้อน ที่เกิดขึ้นจากการใช้นโยบายที่ไม่เป็นธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับ ชาวบ้านตำบลหัวเมือง และให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557 ที่ให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ยึดถือนโยบายการปฏิบัติงานตาม ข้อที่ 2.1 การดำเนินการใดๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งได้อาศัยอยู่ ในพื้นที่เดิมนั้นๆ ก่อนคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางร่วมกับชาวบ้านผู้มีส่วนได้เสียในชุมชนตำบลหัวเมือง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนปรับแผนปฏิบัติการและเป้าหมายสนับสนุนให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่เพื่อร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นสมบัติของชาติตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติสืบต่อไป

 
แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter