
เมื่อวันที่ ๑๘-๒๐ กันยายน ๒๕๕๘ ณ บ้านสำราญ ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด สภาองค์กรชุมชนตำบลหนองแคน สู่ตำบลจัดการตนเอง จัดงานเชิงสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ร่วมภาคีเครือข่าย,,บิสคลับร้อยเอ็ด พัฒนาชุมชนร้อยเอ็ด มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท(มยช.) ร่วมมือ เครือข่ายคนทุ่งกุลา
หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงเกษตร สู่วิถีพุทธ ชุมชนบ้านสำราญเป็นหมู่บ้านขนาดกลางที่ขึ้นกับตำบลหนองแคน วิถีชีวิตชาวบ้านที่นี้ลักษณะชุมชนก็เหมือนชุมชนในภูมิภาคอีสานทั่วไป มีป่าชุมชน มีสายน้ำไหลผ่าน มีหนองน้ำ ทำไร่ทำนาชาวบ้านส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำนาปลูกข้าว ทำสวนปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง ยางพาราบางส่วน คนหนุ่มสาวเดินทางเข้าสู่เมืองกรุงเมืองหลวงเป็นเรื่องปกติเพื่อหางานทำในบริษัทโรงงาน รับจ้าง ภายหลังหนุ่ม-สาว แต่งงานมีชีวิตคู่ มีครอบครัวก็จะชวนกันกลับบ้านมาตั้งบ้านเรือนอยู่กับชุมชนท้องถิ่น
บ้านสำราญ เดิมเมื่อ พ.ศ.๒๓๘๔ มีกลุ่มชาวบ้าน ที่อพยพจากเมืองศรีภูมิ เมืองหัวช้าง และทางเมืองวาปีปทุม ได้มาตั้งรกรากสร้างบ้าน เห็นว่ามีลำน้ำไหลผ่านเหมาะสมสำหรับการตั้งบ้านเรือน บริเวณโดยรอบๆ ล้านแต่มีป่ารกทึบเต็มไปด้วยต้นประดู่ใหญ่ และจะมีต้นประดู่ใหญ่ร้อยมีจำนวนมากกว่าต้นไม้ชนิดอื่นใด ท่านผู้ใหญ่จึงได้ตั้งชื่อ หรือเรียกว่า “บ้านดู่-ฝายใหญ่”การอพยพของปู่ย่าตาและยาย ที่เดินทางมาจากเมืองศรีภูมิ เมืองหัวช้าง และเมืองวาปีปทุม ในสมัยนั้นได้ขนสัมภาระข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นที่ติดตัวมาด้วย สมัยนั้นมีแต่วัวหรือควายเทียมเกวียนหรือม้าเท่านั้น เป็นพาหนะในการเดิน ส่วนเส้นทางเดินนั้นอาศัยทางเกวียน ที่ที่ชาวบ้านเคยใช้สัญจรผ่านไปมาอยู่ก่อน ค่อนข้างจะวกวนคดเคี้ยว และรอบด้านมีแต่ป่ารกทึบและทุ่งนาประปราย ทั้งยังเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน การเดินทางอพยพด้วยวัว หรือควายเทียมเกวียนสมัยนั้นทุลักทุเลเต็มไปด้วยความลำบากมาก เมื่อพากันมาอยู่ที่แห่ใหม่แล้ว ประชากรเพิ่มขึ้นตามลำดับ จากนั้นผู้นำชุมชน พี่น้องบ้านของตำบลหนองแคนก็ได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับชาวตำบลหนองแคนจนถึงปัจจุบัน
สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปของตำบลหนองแคน ส่วนใหญ่เป็นที่ดอนสภาพพื้นดินเป็นดินร่วนปนทราย มีสภาพแห้งแล้งและขาดระบบชลประทาน ส่วนพื้นที่ทางทิศตะวันออกของเขตตำบลมีลำน้ำเสียวไหลผ่าน จำนวนหมู่บ้านในตำบลหนองแคน มี ๑๔ หมู่บ้าน ประชากรทั้งสิ้น ๗,๘๔๒ คน แยกเป็นชาย ๓,๘๑๘ คน หญิง ๔,๐๒๔ คน สภาพเศรษฐกิจประชากรส่วนใหญ่ ยังมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัวและมีปัญหาหนี้สิน จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการพัฒนาส่งเสริมให้มีรายได้ตามความจำเป็นพื้นฐาน ประชากรในตำบลหนองแคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม คือ การทำนา ซึ่งอาชีพเสริมหลังฤดูเก็บเกี่ยวยังไม่มีอาชีพเสริมแน่นอน จึงทำให้ไม่มีรายได้พอแก่การพัฒนาคุณภาพชีวิต
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทุนชุมชนภาคอีสานตอนกลาง โดยได้รับทุนการสนับสนุนจาก สถาบันองค์กรพัฒนาชุมชน (องค์การมหาชน) มีพื้นที่รูปธรรม ๑๓ ตำบล ดังนี้ ๑.ตำบลหนองขาม อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ๒.ตำบลบ้านโสก อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ๓.ตำบลกุดชุมแสง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ๔.ตำบลแวงน้อย อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น ๕.ตำบลเพ็กใหญ่ อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ๖.ตำบลโนนเปือย อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ๗.ตำบลศรีสว่าง อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด ๘.ตำบลเหล่าหลวง อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ๙.ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด ๑๐.ตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ๑๑.ตำบลนาโก อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ๑๒.หนองคูขาด อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ๑๓.ตำบลนาสีนวน อำเภอพยัฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม
กำนันประเสริฐ แสนตลาด ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองแคน เปิดเผยว่า สภาองค์กรชุมชนตำบลหนองแคน ซึ่งก่อตั้ง เมื่อปี ๒๕๕๓ จึงได้ดำเนินการพัฒนาโดยใช้การยกระดับทุนชุมชน วิเคราะห์ศักยภาพ และสร้างผู้นำรุ่นใหม่ ยกระดับการพัฒนาแนวคิดผู้นำรุ่นเก่า เชื่องโยงเครือข่าย เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน และใช้ทุนและศักยภาพของชุมชนมาขับเคลื่อนให้เกิดเศรษฐกิจในชุมชน เพื่อใช้ประชาชนในตำบลได้รับผลประโยชน์จากงานพัฒนาร่วมกัน และสามารถนำไปสู่การจัดการตำบลได้ในทุกมิติตลอดไป
ปัญหาหลักของตำบลหนองแคน คือ ปัญหาเกษตรกรมีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย และมีปัญหาหนี้สินอีกแหล่งหนึ่ง และการหนุนเวียนกู้ยืมจากแหล่งหนุนมาโปะหนี้สินอีกแห่งหนึ่ง และการหนุนเวียนกู้ยืมต่อเนื่อง เช่น ธกส. จากการสำรวจใน พ.ศ.๒๕๕๖-๒๕๕๗ พบว่า มีหนี้สินในระบบทั้งสิ้น ๒๙๓,๓๓๔,๗๒๑ บาท หนี้นอกระบบ จำนวน ๔,๓๑๗,๐๐๐ บาท รวมหนี้สินทั้งในและนอกระบบ จำนวน ๒๙๗,๖๕๑,๗๒๑ บาท เฉลี่ยหนี้สินต่อหัว ๓๙,๐๒๖,๐๕ บาท ในขณะที่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี ๓๐,๐๐๐ บาท
ปัญหาสืบเนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้น คือ เกษตรกรมีหนี้สินจากการผลิตทั้งจากการลงทุนผลิตจากการส่งเสริมการเกษตรของภาพรัฐที่ไร้ทิศทางทำให้เกษตรกรขาดทุนในการผลิต เช่น การส่งเสริมการเลี้ยงไก่ การส่งเสริมการปลูกยางพาราในพื้นที่ภาคอีสาน การส่งเสริมการปลูกข้าวเพื่อการส่งออก และโดยเฉพาะการส่งเสริมการผลิตเพื่อขายโดยการส่งเสริมให้มีการใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างพร่ำเพรื่อและไร้การควบคุม ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น และทำให้เพิ่มภาระหนี้สินมาก สาเหตุของการเสียชีวิตของคนในตำบลมากที่สุด คือ โรคมะเร็งตับ มะเร็งเม็ดเลือดขาว และเบาหนาว ซึ่งเป็นผลมาจากการบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัย
นางสมหวัง ทองวิชิต ผู้นำชุมชน ด้านเศรษฐกิจและทุนชุมชน เปิดเผยว่า จากการพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชนให้เป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้ชุมชนเข้มแข็งได้เพราะได้เชื่อมโยงทุกอย่างของวิถีชีวิตชุมชนเข้าด้วยกัน กานพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชนตำบลหนองแคน คือ การพัฒนาทุนสร้างศักยภาพ ยกระดับสถาบันการเงินชุมชน พัฒนาและยกระดับกลุ่มเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน การแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจที่มาจากต้นทุนการผลิตที่สูง การสร้างความเข้มแข็งและสามารถพึ่งตนเองได้ ลดปัญหาการว่างงานของคนในชุมชน โดยใช้หลักคิดแบบเศรษฐกิจพอเพียง รูปธรรมในการดำเนินงาน การยกระดับระบบเศรษฐกิจชุมชนตำบลหนองแคน สู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การทำเกษตรอินทรีย์ มีการพัฒนางานโดยจัดกิจกรรม สร้างการมีส่วนร่วมของกลุ่มและชุมชน การเสริมสร้างความเข้มแข็งของ สนับสนุนให้มีการเรียนรู้และพึ่งพากัน การจัดการทุนเพื่อการดำเนินงานและเชื่อมโยงการตลาดที่ชุมชนได้มีการจัดการร่วมกันและความเข้าใจในการทำงานร่วมกัน และพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ๆขึ้นมาทดแทน เกิดรายได้อย่างต่อเนื่อง เกิดการเรียนรู้จากการท่องเที่ยว มีที่พักโฮมสเตย์รองรับ ทั้งตำบลเกิดการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมชุมชน
นาสมัย ศรีประดู่ ผู้นำชุมชน ด้านสวัสดิการชุมชน เปิดเผยว่า จากการเปลี่ยนแปลงในชุมชนที่เกิดขึ้นอย่างเร็วเร็ว ทำให้คนในชุมชน ขาดการพึ่งพากันต่างคนต่างอยู่ไม่มีการช่วยเหลือกันเช่นเดิม ผู้นำชุมชนตำบลหนองแคนจึงได้ก่อเกิดกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองแคน เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๓ เพื่อการช่วยเหลือกันขึ้นในชุมชน โดยมีสวัสดิการตั้งแต่เกิดจนตาย เพียง วันล่ะ ๑ บาท ปัจจุบันมีสมาชิก ๑,๑๐๐ คน สวัสดิการเกิด ๕๐๐ บาท สวัสดิการเจ็บป่วย คืนล่ะ ๑๐๐ บาท สวัสดิการเสียชีวิต ๕,๐๐๐ บาท กองทุนณาปณกิจตำบลหนองแคน ก่อตั้ง เมื่อ ๒๕๕๑ ปัจจุบันมี สมาชิก ๗๐๐ คน จ่ายศพล่ะ ๑๐๐ บาท สงเคราะห์ศพล่ะ ๓,๕๐๐ บาท สวัสดิการผู้นำ ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๘ จากสมาชิกผู้นำชุมชน ๕๐ คน
นางสาวผ่องศรี ละเหลา ผู้นำชุมชน ด้านปศุสัตว์และเกษตรกรรมยั่งยืน เปิดเผยว่า ปัจจุบันเกษตรกรในพื้นที่ตำบลส่วนใหญ่ทำการเกษตรแบบเชิงเดี่ยวและใช้สารเคมีที่เพิ่มขึ้นทุกปีเนื่องดินที่เสียแล้ว จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องเพิ่มสารเคมีเข้าไป ยิ่งใส่เพิ่มยิ่งเป็นหนี้เพิ่มเพราะรายจ่ายเพิ่มขึ้นแต่รายได้เท่าเดิมหรือต่ำกว่าลงเพราะคุณภาพของผลผลิตไม่ดี ทางเครือข่ายเกษตรยั่งยืนในพื้นที่ตำบลหนองแคนจึงได้ใช้การผลิตเกษตรอินทรีย์ เพื่อลดปัญหาหนี้สินจากการลดรายจ่ายจากการซื้อปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตร และยังส่งเสริมให้เกษตรกรพึ่งตนเองด้านอาหาร สร้างความมั่นคงทางอาหาร มีอาหารปลอดภัยรับประทาน ลดการเกิดโรคมะเร็ง เบาหวาน และสร้างการเรียนรู้ร่วมกันของคนในชุมชน ส่งเสริมการรวมกลุ่ม เพื่อให้เกิดการขยายเครือข่ายการผลิตและส่งเสริมการตลาดของชุมชนสร้างระบบเศรษฐกิจชุชนให้เข้มแข็งและจัดการตนเองพร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพแกนนำผู้นำชุมชน และเยาวชนเพื่อสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน
นายประยุทธ เขียวขำ ผู้นำชุมชน ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ช่วงประมาณปี ๒๕๒๗-๒๕๓๐ หลวงพ่อจำรัสในขณะนั้น ได้เกณฑ์ชาวบ้านสำราญและหนองบาก ถางป่าโดยรอบเพื่อให้ชาวบ้านได้แบ่งล๊อคกันเพื่อนปลูกถั่วลิสงและปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนในช่วงที่ว่างจากฤดูทำนา ปี ๒๕๕๒ มีคนเอาขยะมาทิ้ง เอาสิ่งปฏิกูลมาเทและได้ตั้งกลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าดอนหนองโจนขึ้นมาใน วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๒ เพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการจัดการป่าและสร้างการเรียนรู้ ทำกิจกรรมปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ป่าให้เยาวชน ป่าดอนหนองโจนเดิมที่เป็นป่าใหญ่หลายร้อยไร่พันไร่ แล้วก็มีความสมบูรณ์มาก ปัจจุบันมีพื้นที่ ๗๐ ไร่ กลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าดอนหนองโจน จึงได้ร่วมกันจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในป่าดอนหนองโจนขึ้นมา เพื่อให้เป็นป่าแห่งการเรียนรู้ทั้งหมด ๑๐ ฐาน ดังนี้ ๑.ฐานเส้นทางโจน ๒.ฐานศาลปู่โจน ๓.ฐานดอกลำดวน ๔.ฐานการเกิด ๕.ฐานฐานหนองโจน ๖.ฐานหมาน้อย ๗.ฐานเอเลี่ยนสปีชี่ ๘.ฐานพะยอมลืมนา ๙.ฐานประวัติศาสตร์ ๑๐.ฐานไดโนเสาร์
นายสว่าง สุขแสง เปิดเผยว่า ระบบเศรษฐกิจชุมชน ตำบลหนองแคน ทุนเดิมภายในตำบลมีกลุ่มชาวบ้านที่มีการขยายการผลิตเกษตรอินทรีย์ ,เลี้ยงไก่ไข่ ,เลี้ยงหมูหลุม ,เปิดตลาดสีเขียวตลาดชุมชน ตลาดในตัวจังหวัด มีขบวนการแปรรูปข้าวหอมมะลิ ข้าวพันธุ์พื้นบ้าน ก่อเกิดนวัตกรรมแปรรูปผ้าพื้นบ้านพัฒนามาสู่การบรรจุภัณฑ์ สู่ตลาดออนไลน์ ซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ต สินค้าที่ทำขึ้นกลุ่มอาชีพ ชาวบ้านทำเองในชุมชนโดยใช้ตรามีสัญลักษณ์ ชื่อ”กุลา” เราทำงานบูรณาเชื่อโยงร่วมมือกับท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐทั้งทางอำเภอปทุมรัตต์ และในจังหวัดร้อยเอ็ด มีการจัดระบบการเรียนรู้ในตำบล สรุปบทเรียนของชุมชนการจัดการภายในตำบลหนองแคน เราพัฒนายกระดับตำบลแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์เชิงการเกษตร เส้นทางจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว ควบคู่เรื่องราวประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น สร้างขนบธรรมเนียนประเพณีวัฒนธรรมตาม ฮีต ๑๒ ครอง ๑๔ สู่วิถีพุทธ









