วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๘ เครือข่ายองค์กรชุมชนภาคกลาง ๙ จังหวัด ร่วมกับ สำนักงานภาคกลาง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และภาคีพัฒนา จัดงาน สมัชชาองค์กรชุมชนภาคกลาง ร่วมกันสร้างความมั่นคงทางอาหาร“คืนอู่ข้าว อู่น้ำให้คนภาคกลางอย่างยั่งยืน” ณ ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา (ศาลากลางหลังเก่า) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้รับเกียรติจากนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดงานและกล่าวให้กำลังใจ มีผู้เข้าร่วมเวทีดังกล่าว กว่า ๕๐๐ คน
ปัจจุบัน พื้นที่ภาคกลางอันอุดมสมบูรณ์นี้ กำลังเผชิญกับปัญหาและภัยคุกคามหลายด้าน ทั้งจากธรรมชาติ เช่น อุทกภัย ภัยแล้ง ผืนดินเสื่อมสภาพ อันเนื่องมาจากการใช้สารเคมีในการเกษตรอย่างรุนแรง และภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจากทิศทางการพัฒนาประเทศ ตามแนวนโยบายของรัฐ เช่น การขยายเขตอุตสาหกรรมใหม่ นโยบายการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังชีวมวลหรือพลังถ่านหิน หรือแม้แต่การกำหนดให้พื้นที่ภาคกลางเป็นแหล่งทิ้งขยะและกากสารพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม ภัยคุกคามเหล่านี้ จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของภาคกลางอย่างรุนแรง ทั้งด้านพื้นที่การผลิตอาหาร และแหล่งอาหารธรรมชาติของภาคกลาง
ในการนี้องค์กรชุมชน ขบวนองค์กรชุมชน สภาองค์กรชุมชน และกลุ่มประชาสังคมภาคกลาง ๙ จังหวัด ได้ประกาศตนที่จะดำเนินการและขับเคลื่อนงาน เพื่อปกป้องพื้นที่อาหาร และร่วมมือกันสร้างความมั่นคงทางอาหารของภาคกลาง ให้เกิดขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน ดังนี้
ข้อ ๑ ประชาชน คนภาคกลาง ขบวนองค์กรชุมชนและสภาองค์กรชุมชน จะดำเนินการเอง ในเรื่องต่อไปนี้
๑.๑ พัฒนาครอบครัวตนเอง กำหนดเป้าหมายการผลิตหลัก มุ่งไปสู่การบริโภคในครัวเรือน บริหารจัดการในครอบครัวให้มั่นคงเหลือจึงจำหน่าย พัฒนายกระดับให้เกิดเป็นต้นแบบแก่คนในชุมชน ตำบลและในภาค เช่น พัฒนาเกษตรครัวเรือน เกษตรอินทรีย์ ทำบัญชีครัวเรือน ฟื้นฟูอาหารเพื่อนบ้าน ฟื้นฟูและอนุรักษ์เมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน
๑.๒ สนับสนุนให้เกิดการจัดทำระบบข้อมูลแหล่งน้ำของชุมชนให้ชัดเจน เป็นระบบ พัฒนากลไกการบริหารจัดการน้ำร่วมกันอย่างยั่งยืน
๑.๓ ร่วมมือกันปกป้องแหล่งอาหารชุมชน และผลักดันให้เกิดการแปรรูปอาหารชุมชนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม หมุนเวียนกันในชุมชน
ข้อ ๒ จะร่วมกันประสานความร่วมมือและดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีในพื้นที่ โดยขบวนองค์กรชุมชน หรือสภาองค์กรชุมชน จะทำบทบาทหน้าที่หลักเพื่อเป็นกลไกการประสานความร่วมมือ และหนุนเสริมให้เกิดการทำกิจกรรมร่วมกัน ดังนี้
๒.๑ พัฒนาตลาดสีเขียว ตลาดนัดชุมชนขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นแหล่งรวมอาหารที่หลากหลายของชุมชนและตำบล เปรียบเสมือนเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต ของชุมชนท้องถิ่น
๒.๒ ร่วมกันกำหนดกติกาชุมชนหรือกติกาตำบล เพื่อปกป้องสิทธิชุมชน ปกป้องพื้นที่ความมั่นคงทางอาหารของชุมชน ปกป้องภูมิปัญญาชุมชน และร่วมกันกำหนดบทบาท ในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้เกิดขึ้นในชุมชน
๒.๓ ร่วมกันกำหนดผังเมืองชุมชนให้ชัดเจน และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อปกป้องแหล่งผลิตอาหาร และป้องกันภัยคุกคามจากภายนอก จัดแบ่งเขตการผลิตอาหาร เขตที่อยู่อาศัย เขตอุตสาหกรรมให้ชัดเจน
๒.๔ ฟื้นฟูวิถีการบริโภคอาหารแบบพื้นบ้าน วิธีการปรุงอาหารแบบพื้นบ้านเพื่อให้คนรุ่นใหม่ ได้เรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อพัฒนาคุณภาพคนในชุมชน










