เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2558 เมืองทองธานี นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นประธานเปิดงานและปาฐกถางาน “สานพลังประชารัฐ เพื่อเศรษฐกิจฐานราก” โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขบวนชุมชนจากทั่วประเทศกว่า 6,000 คนมาร่วมรับฟังนโยบาย
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) หนึ่งในหน่วยงานที่ร่วมสานพลังและเป็นองค์กรร่วมจัด ได้จัดนิทรรศการแสดงผลการดำเนินการเศรษฐกิจชุมชนโดยท้องถิ่นจัดการตนเอง และนายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และ นายปฏิภาณ จุมผา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พร้อมด้วยผู้นำชุมชนจาก 4 ภาค ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานแก่นายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีได้รับชมและรับฟังอย่างอารมณ์ดีทั้งโอภาปราศรัยกับผู้นำอย่างเป็นกันเอง
ทั้งนี้ตัวแทนผู้นำชุมชนและข้อมูลพื้นที่รูปธรรมจาก 4 ภาคมีดังนี้
นางสนอง รวยสูงเนิน
จากบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ โดยกลุ่มบ้านมั่นคงเมืองชุมแพเริ่มจากการออมเงินกลุ่มเล็กๆ เพื่อดูแลคนจนเมืองของจังหวัดชุมแพ ด้วยความมีวินัยในการจัดการการเงินทำให้ชุมชนมีเงินกองทุนและขยับขยายผลจนสามารถซื้อที่นาของชาวบ้านที่กำลังจะหลุดมือ (ด้วยความจน) มาเป็นที่นาสาธารณะของกลุ่ม ให้กลุ่มช่วยกันทำนาอินทรีย์ ขายข้าวให้คนในชุมชน และนำรายได้มาเป็นเงินกองกลาง ปัจจุบันกำลังจะทำน้ำดื่มเพื่อให้คนชุมชนได้บริโภค ตอนนี้ทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว เหลืออย่างเดียวคือ การขอ อย.
นายอิดริส อุเส็น
จากสภาองค์กรชุมชนตันหยงโป อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งตำบลตันหยงโปได้พลิกวิกฤติปัญหาจากการรุกล้ำของการประมงขนาดใหญ่ มาเป็นโอกาส ด้วยการนำชุมชนเปิดตัวเองสู่วิถีการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์เพื่อให้สมาชิกของชุมชนยังคงสามารถประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านได้ ซึ่งการประมงพื้นบ้านจะมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของท้องทะเลและป่าชายเลนได้มากกว่า โดยที่ผ่านมาชาวบ้านตันหยงโปได้รับความสนใจจากสังคมมากสมควร ทั้งนี้ความสำเร็จประการหนึ่งของสภาองค์กรชุมชนตันหยงโปเกิดจากการประสานความร่วมมือกับท้องที่ท้องถิ่นในพื้นที่ด้วย
นายชาติชาย เหลืองเจริญ
จากสภาองค์กรชุมชนตำบลเนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง บอกเล่าเรื่องราวของการจัดการตนเองในชุมชนเนินฆ้อด้วยการนำวิถีอาชีพของคนในท้องถิ่นไม่ว่า การทำน้ำปลา การทำกะปิ น้ำผึ้ง พืชผักเกษตรอินทรีย์ ให้สาธารณะรู้จัก โดยเน้นการจัดการศึกษาให้ชุมชนและคนภายนอกอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ชื่อ มหาวิทยาลัยบ้านนอก
นายมนตรี เชี่ยวสุวรรณ
จากตำบลเปือ อ.เชียงกลาง จ.น่าน เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่จบปริญญาตรี จากรั้วมหาวิทยาลัย และกลับคืนสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด เริ่มต้นทำงานส่งเสริมคนในหมู่บ้านให้เข้าสู่วิถีการเกษตรอินทรีย์ ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชดั้งเดิมเพื่อการเพาะปลูกแทนการซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัทใหญ่ ครั้งนี้ มนตรี เชี่ยสุวรรณ ได้เดินทางมาพร้อมปลัด อบต.เปือ โดยชวนปลัดเดินทางมาเพื่อจะได้มาเรียนรู้งานร่วมกัน ขยับขยายโลกทัศน์ เพื่อนำไปพัฒนาท้องถิ่น
บุคคลเหล่านี้ล้วนอยู่ในพื้นที่ ทำงานในพื้นที่ และหยัดยืนเพื่อจะให้ท้องถิ่นของตนเองมีความเป็นอยู่ที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี คนหนุ่มสาวไม่ต้องระหกระเหินออกจากถิ่นฐานบ้านตนเองไปอยู่ที่อื่น หากทุกสังคม ทุกชุมชน สามารถรองรับให้คนในท้องถิ่นอยู่ด้วยตนเองได้ พึ่งตนเองได้ แก้ปัญหาของตนเองได้ มีอำนาจในการจัดการภายในท้องถิ่นได้ ก็จะทำให้ชุมชนเกิดการพัฒนาในพื้นที่อย่างยั่งยืน





