เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมพีรสิทธิ์ คำนวนศิลป์ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่นมหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น รองศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ประธานกรรมการนโยบาย องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ประธานในพิธีเปิดงานเวที “ตุ้มโฮม ไทยพีบีเอสเพื่อไทอีสาน” พร้อมมอบข้อเสนอต่อ พี่น้องตัวแทนเครือข่ายไทอีสาน และกรรมการนโยบาย สสท. โดย รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ รองอธิการบดี ฝ่ายศิลปวัฒนธรรมและชุมชนสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และรองศาสตรจารย์ ดร.ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ คณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวต้อนรับ
ซึ่งมี สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ พี่น้องอีสาน ๒๐ จังหวัด ร้อยกว่าชีวิตเดินทางมาพร้อมใจกัน เปิดเวทีเสวนา เรื่อง “บทบาทสื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส กับการขับเคลื่อน สถานการณ์ภาคอีสาน” โดย รองศาสตรจารย์ ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. คุณสมชัย สุวรรณกรรณ ผุ้อำนวยการ ส.ส.ท. คุณอานนท์ มีศรี ประธานสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ส.ส.ท. ดำเนินรายการ โดย คุณเชษฐา มั่งคง สมาชิกสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ ส.ส.ท. กรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษตามนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน ประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษครั้งที่ 1/2558
สถานการณ์เขตเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดหนองคาย
สถานการณ์ในจังหวัดหนองคายถือได้ว่าเป็นจังหวัด ส้มหล่น เนื่องจากขณะนั้นจังหวัดหนองคายกำลังเตรียมรับ อาเซียน โดยจังหวัดหนองคายมีการปฏิบัติการอยู่ใน เฟส ๒ แต่เนื่องจากการการดำเนินการที่ได้รับผลจาก อาเซียน ทำให้การตกลงกันระหว่าง ๒ ประเทศ คือไทยและลาว ตกลงกันและเสนอเป็นนโยบายให้จังหวัดหนองคายอยู่ในเฟส ๑ แต่สำหรับข้อมูลความรู้ในภาคประชาชนถือว่ายังไม่ทราบถึงความหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ชัดเจน โดยชาวบ้านมักจะมองหรือตีความไปภาพของเมืองจีน เมืองเสิ่นเจิ้น หรือลาวบาว เป็นต้น ซึ่งคาดการณ์ว่ากว่าร้อยละ ๘๐ ของชาวบ้านยังไม่ทราบข้อมูลเขตเศรษฐกิจพิเศษที่แท้จริง เมื่อชาวบ้านไม่ทราบถึงความหมายหรือไม่มีความเข้าใจ ก็อาจส่งผลต่อกระบวนการที่ผิดแนวทางไปจากนโยบายภาครัฐได้กำหนด แม้แต่คนรับสารเอง เช่น ผู้นำหน่วยงานๆผู้นำชุมชน หรืออาจารย์ เมื่อรับสื่อแล้วยังไม่สามารถถ่ายทอดความรู้ได้ชัดเจน
ในขณะเดียวกันกาคาดการณ์สถานการณ์ด้านแรงงานที่เห็นชัดเจนคือ แรงงานมีฝีมือคนไทยอาจมีการย้ายไปเป็นแรงงานที่ลาว เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านมีการให้ค่าแรงที่สูงกว่า ทำให้ประเทศไทยขาดแรงงาน จึงจำเป็นต้องจ้างแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านในค่าจ้างที่สูงเช่นเดียวกัน ส่วนในอนาคตอาจมีการย้ายถิ่นจากประเทศเพื่อนบ้านมาอาศัยที่ประเทศมากขึ้นเนื่องจาก ไทยมีค่าครองชีพที่ต่ำกว่า ซื้อหาได้ง่ายกว่า เป็นต้น อย่างไรก็ดี คนจังหวัดหนองคายมองว่าจริงแล้วพื้นที่ที่ได้รับผลเศรษฐกิจโดยตรงคือ จังหวัดอุดรธานี สังเกตได้จาก การมีพ่อค้าแม่ค้าจากจีนและเวียนนามเข้ามามากขึ้น
สถานการณ์เขตเศรษฐกิจพอเศษ จังหวัดนครพนม
สถานการณ์ของจังหวัดนครพนม พบว่า ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษจริงๆแล้วคืออะไร เนื่องจากผู้นำเสนอเห็นว่า มุมมองในการให้ความหมายจากแต่ล่ะมุมมองจะมีการให้ความหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งเมื่อการถูกตีความหมายต่างกันนั้น อาจส่งผลต่อความคาดหวังจากการดำเนินกิจกรรมที่แตกต่างกันด้วย อย่างไรก็ตามการดำเนินนโยบายตามแผนของเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้นควรจะทำให้เกิดความสมดุลของพื้นที่ด้วย โดยอาจจะต้องมองว่าความพิเศษในแต่ละจังหวัดมีอะไร นำเสนอข้อมูลในลักษณะของการมีระบบอ้างอิงข้อมูล มีพื้นฐานของความเป็นจริงๆ และพื้นฐานของหลักพหุวัฒนธรรม ซึ่งหลักการเหล่านี้จะสามารถเป็นเครื่องใช้ในการป้องกันวัฒนธรรมของตนเองได้ในอนาคต
ปัจจุบันจังหวัดนครพนมมองว่าการเปิดพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ส่งผลดีต่อคนในชุมชนจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการได้รับรายได้จากการขายสินค้าที่ชาวบ้านรับซื้อมาจากภาคกลางหรือกรุงเทพเท่านั้น แล้วสินค้าที่เป็นผลผลิตของจังหวัดสามารถสร้างรายได้และส่งเสริมเศรษฐกิจให้คนจังหวัดนครพนมได้หรือไม่
สถานการณ์เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดมุกดาหาร
ตัวแทนจังหวัดมุกดาหารได้แลกเปลี่ยนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในจังหวัดว่า ถ้าหากจะเปิดพื้นที่จังหวัดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทางภาคประชาชนต้องการที่จะให้แรงงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นแรงงานที่เป็นคนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ๗๐ เปอร์เซ็นต์ และเนื่องจากคนในพื้นที่มีอาชีพเกษตรกรเป็นหลักจะต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิด วิถีการทำการเกษตรเพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดพื้นที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ฉะนั้นจะต้องมีการส่งเสริมความรู้ให้กับเกษตร ให้กับคนในพื้นที่ โดยที่ทางราชการจะมีวิธีการช่วยเหลือและให้การสนับสนุนในเรื่องนี้อย่างไร รวมทั้งการสนับสนุนดังกล่าว มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการพัฒนาโดยสมบูรณ์ ทั้งนี้แกนนำภาคประชาชนในจังหวัดมุกดาหาร ได้มีการพูดคุยในเรื่องเข๖เศรษฐกิจพิเศษกับทางผู้ว่าราชการจังหวัด
โดยทางผู้ว่าฯกล่าวว่า หากจังหวัดมุกดาหารได้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษได้รับเปลี่ยนแปลงทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งแสดงว่าในความรับรู้ในความเข้าใจของระบบราชการในเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีเพียงแต่เรื่องการพัฒนาทางโครงสร้างเท่านั้น แต่ยังไม่ได้มีการเตรียมพร้อมในเรื่องของประเด็นอื่นๆ รวมทั้งยังไม่ทราบข้อมูลเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ที่ไม่มีการรับรู้ข้อมูลข่าวสารในเรื่องนี้ ไม่มีความเข้าใจ ฉะนั้นแกนนำภาคประชาชนจึงสอบถามว่า TPBS จะมีส่วนช่วยในการกระจายความรู้ในเรื่องของเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้อย่างไร โดยมีข้อเสนอต่อ ไทยพีบีเอส ๔ ประการ
๑) การกระจายองค์ความรู้ในเรื่องของเขตเศรษฐกิจพิเศษให้กับประชาชนทั่วไปได้เข้าใจมากขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และเตรียมพร้อมกับการเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพราะหากเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นเรื่องในกระแสหลักจะทำให้การทำงานระหว่างแกนนำในพื้นที่กับประชาชนทำงานร่วมกันได้ง่ายมากขึ้น
๒) นอกจากการเป็นสื่อกระแสหลักในการเป็นกระบอกเสียงในเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษแล้ว ทางผู้เข้าร่วมอยากให้ทาง ไทยพีบีเอส ทำสกู๊ปที่เกี่ยวข้องกับเขตเศรษฐกิจพิเศษในมิติอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านสังคม วัฒนธรรม สุขภาพที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ เพื่อให้คนในพื้นที่มีความรู้สึกร่วม เพราะมองเห็นว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวและเป็นเรื่องจับต้องได้
๓) จากข้อสองนอกจากการทำสกู๊ปรายการที่มองประเด็นอื่นๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขตเศรษฐกิจพิเศษแล้ว อยากให้ ไทยพีบีเอส นำเสนอเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่กรณีศึกษาอื่นๆ เช่น จีน ฮ่องกง เพื่อให้เห็นถึงพลวัตของเขตเศรษฐกิจพิเศษ ข้อดี ข้อเสีย ที่จะเกิดขึ้นจากการเปิดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษไม่ใช่นำเสนอในแง่ของข้อดีในแง่ของการลงทุนเท่านั้น จะต้องนำเสนอให้เห็นถึงผลเสียที่เกิดขึ้น เช่น ปัญหามลพิษต่างๆ ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากร สิทธิมนุษยชน จะทำให้เกิดการรับรู้ในประชาชนระดับล่าง นำไปสู่นโยบายการเตรียมพร้อม การวางแผนงานอย่างเป็นระบบในการเปิดพื้นที่ของระดับโครงสร้าง
๔) เพื่อเป็นการเข้าถึงและเข้าใจคนในพื้นที่มากขึ้น ทาง ไทยพีบีเอส เองจะทดลองทำรายการที่ผลิตจากคนในพื้นที่ เช่น รายการหน้าที่พลเมืองที่สามารถเปลี่ยนความคิด และสามารถทำให้ชุมชนรวมตัวกันได้
องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) มีวัตถุประสงค์ตาม พรบ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.๒๕๕๑ มีวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นเป็นสถาบันสื่อสาธารณะที่สร้างสรรค์สังคมคุณภาพและคุณธรรม มีพันธกิจให้บริการด้านข่าวสาร ความรู้ สารประโยชน์ สาระบันเทิงที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน บนพื้นฐานข้อบังคับด้านจริยธรรมและจรรยาบรรณขององค์กร เพื่อเผยแพร่ผ่านสื่อทุกแขนง โดยยึดประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ คณะกรรมการนโยบาย จึงเห็นควรกำหนดแนวนโยบาย เพื่อเป็นแนวทางในการบริหาร ส.ส.ท. และคุณภาพเนื้อหารรายการ








