playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
 

IMG 2920         

‘ท่าสะท้อน’ เป็นหนึ่งในจำนวน  ๑๖ ตำบลของอำเภอพุนพิน คนท่าสะท้อน มีวิถีการดำรงชีวิตด้วยการทำสวน บ้างก็เป็นสวนผลไม้ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และคนท่าสะท้อนอาศัยลำน้ำท่าสะท้อนเป็นแหล่งทำมาหากินทั้งเลี้ยงปลาในกระชังและทำการประมงในลำคลองท่าสะท้อน ซึ่งลำคลองแห่งนี้ตลอดลำน้ำ ๗ กิโลเมตรจากต้นน้ำบ้านกงตาก ตำบลช้างซ้าย อำเภอกาญจนดิษฐ์ มารวมกับแม่น้ำตาปี ที่หมู่ที่ ๓ ตำบลเขาหัวควาย อำเภอพุนพิน เป็นเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำของพี่น้องในชุมชน  แต่บัดนี้มีสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามารุกล้ำวิถีชีวิตของเขาเหล่านั้น การต่อสู้เพื่อรักษาถิ่นที่อยู่อาศัย รักษาวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีคนท่าสะท้องจึงเกิดขึ้น

          "ในระยะแรกที่เราทราบข่าวการผุดโรงไฟฟ้าและบ่อขยะที่ท่าสะท้อน หลายคนก็รู้สึกเฉยๆ แต่พอนานเข้าเราทราบว่าปัญหาเรื่องเหล่านี้สร้างผลกระทบเกี่ยวมลพิษหลายพื้นที่มาก จึงชวนพี่น้อง ๒-๓ หมู่บ้านคุยกันหารือถึงอนาคตที่จะเกิดขึ้น ผมเองไม่ค่อยจะประสีประสาเรื่องเหล่านี้เท่าไหร่แต่ก็พอมีประสบการณ์บ้าง เคยได้ไปร่วมประชุมสภาองค์กรชุมชนมาบ้างได้ยินเรื่องการจัดการตนเองบ่อยๆ จึงเกิดแนวคิดว่า ท่าสะท้อนเราก็เหมือนที่อื่นต้องจัดการกันเองดีกว่าไหม หลังจากขายความคิดไปหลายคนก็เห็นด้วย แต่หากเราทำกันแค่นี้คงไม่ไหว เพราะที่ผ่านมาทำกันแค่คนสองคนไม่เคยสำเร็จสักเรื่อง ความคิดตกผลึกว่าเราจะชวนกันทั้ง ๗ หมู่บ้านส่งตัวแทนเข้ามาร่วมพูดคุย  ในที่สุดก็ยุติกันที่เราต้องจัดตั้งกลุ่มเพื่อปกป้องท่าสะท้อนจากสิ่งต่างๆที่เข้ามาที่ท่าสะท้อน และในที่สุดอย่างที่เห็น กลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำท่าสะท้อน ก็เกิดขึ้นมา" พี่ประจวบ หนูเพชร แกนนำกลุ่ม เล่าให้เราฟังถึงแนวคิดและที่มาของกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำท่าสะท้อน

          ในส่วนวัตถุประสงค์การจัดตั้งนั้น พี่ประจวบบอกว่า ก็ไม่มีอะไรมาก หลักๆก็คือ ต้องการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือโรงไฟฟ้าชีวมวลที่จะ ใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิง เป็นสิ่งที่คนท่าสะท้อนเกรงว่าจะสร้างปัญหาให้กับชุมชนเพราะสถานที่ก่อสร้างใกล้ลำคลองท่าสะท้อนมาก นอกจากนี้ ต้องการใช้กลุ่มอนุรักษ์เป็นเครื่องมือในการรักษาวิถีชุมชนประเพณีวัฒนธรรมคนท่าสะท้อนไว้ไม่ให้เปลี่ยนไปรวมทั้งสร้างความสามัคคีในชุมชนได้ร่วมคิดร่วมทำเพราะที่ผ่านมา ชาวบ้านหวังพึ่งพาองค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งการตอบสนองความต้องการไม่ค่อยจะตรงใจของคนในชุมชน ท้องถิ่นไม่เคยให้เข้าไปมีส่วนร่วมดังนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือ จัดการตนเองแก้ไขปัญหากันเองก่อน หากหนักมากเกินไปจริงๆนั้นแหละค่อยร้องขอจากภาครัฐ พี่ประจวบกล่าว

          คุณเปรมจิตร คิดโสดา ทีมงานบริหารกลุ่มได้บอกกับผู้สื่อข่าวชุมชนว่า เคยสำรวจชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมลำคลองท่าสะท้อนเพื่อทำเป็นข้อมูล ซึ่งมีทั้งการเลี้ยงปลาในกระชัง การหาปลาในลำน้ำรวมถึงการหาพืชผักริมลำน้ำมาจำหน่ายจำนวน  ๕ หมู่บ้าน ปรากฏว่ามีรายได้รวมกันร่วมล้านบาทต่อเดือน ดังนั้นการที่กลุ่มเราคิดทำเรื่องการอนุรักษ์ หากมีความสำเร็จคาดว่าเราน่าจะมีรายได้เข้าชุมชนไม่น้อยเลยทีเดียว นอกจากนั้นคาดว่าเราจะได้คงวิถีชุมชนไว้สืบทอดต่อให้บุตรหลานในอนาคต ที่สำคัญเราจะสามารถใช้กลุ่มเป็นเครื่องมือในการปกป้องสิ่งต่างๆที่เข้ามาส่งผลกระทบต่อชุมชนเช่นโรงไฟฟ้าชีวมวล บ่อขยะและอุตสาหกรรมต่างๆ สุดท้ายก็หวังว่าองค์การบริหารส่วนตำบลคงจะได้เห็นความสำคัญของชุมชนในการสร้างสิ่งต่างๆในตำบลจะต้องให้โอกาสคนในตำบลตัดสินใจว่าต้องการอะไร เพื่อตอบสนองพี่น้องประชาชนได้ตรงตามความต้องการต่อไป

          เป็นอีกพื้นที่หนึ่ง ทีคนในชุมชนลุกขึ้นมาจัดการตนเอง แก้ไขปัญหากันเอง พัฒนาคุณภาพคนในชุมชนให้กลายเป็นพลเมือง คือประชาชนที่เข้มแข็งพร้อมที่จะปกป้องชุมชนท้องถิ่นตนเองให้อยู่รอดปลอดภัยต่อไป ชุมชนท่านละครับ....ลุกขึ้นมาจัดการกันเองหรือยัง

IMG 2693IMG 2697IMG 2695IMG 2705IMG 2921IMG 2725

                   

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter