playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

DSC 0694

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2558 คณะทำงานพลังพลเมืองจัดการตนเองจังหวัดสุรินทร์ ได้จัดเวทีพลังพลเมืองจัดการตนเองครั้งที่ 3  ณ ห้องประชุมมูลนิธิพัฒนาอีสานจังหวัดสุรินทร์ (ศูนย์เนท) ประเด็นเรื่องการแก้ไขผังเมืองรวมจังหวัดสุรินทร์ปี 2558 มีผู้เข้าร่วมประชุมจากภาคีเครือข่ายต่างๆในจังหวัดสุรินทร์กว่า 80 คน โดยมีวิทยากรนักวิชาการอิสระ อ.ภารณี สวัสดิรักษ์ และ นางวิจิตรา ชูสกุล ผู้จัดการมูลนิธิพัฒนาอีสานจังหวัดสุรินทร์มาให้ความรู้พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้จากเพื่อนภาคีเครือข่าย

DSC 0715นายปิยศักดิ์ สุคันธพงษ์ คณะทำงานพลังงานยั่งยืน จ.สุรินทร์ / คณะทำงานสมัชชาสุขภาพ จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ในส่วนเวทีของวันนี้ส่วนตัวผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเดิมนั้นเราไม่เคยคิดว่าเรื่องที่เกี่ยวกับผังเมืองมันจะมาเกี่ยวข้องกับเรา ผังเมือง ณ ตอนนี้มันมีความสำคัญกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร หรือภาคอุตสาหกรรมหรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งเดิมนั้นเราก็คิดแต่เพียงว่าเราอยู่ในพื้นที่เราจะทำอะไรก็ได้ ตรงไหนที่เราอยากจะทำ ตรงไหนที่เราจะดำเนินการ เราก็จะทำขึ้นมา แต่ว่าพอเรามาดู มารับรู้จริงๆแล้วมันไม่ใช่ ในเมืองๆหนึ่งนั้นการที่เราจะทำอะไรขึ้นมามันจะต้องมีการวางผัง จะต้องมีการวางแผนก็คือการวางแผนการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งถ้ามันมีการวางแผนการใช้ประโยชน์ในที่ดินไม่ดี มันก็จะมีปัญหา ผมยกตัวอย่างในส่วนของสุรินทร์เรา ซึ่งหลายคนก็บ่นว่าทำไมเมืองสุรินทร์เราถึงขยายออกมา ขยายออกมาแล้วมีปัญหาเรื่องน้ำท่วม ทำไมมันถึงน้ำท่วมเป็นเพราะน้ำมันมามากหรือเปล่า แต่สุดท้ายมันมีข้อบ่งชี้อย่างชัดเจนว่าสุรินทร์เราขาดการวางแผน ขาดการวางผังเมืองที่ดี ก็หมายความว่าผังเมืองก็เลยต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับในส่วนของการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ในส่วนของทรัพยากรต่างๆ ไม่ว่าเป็นของส่วนดินน้ำต่างๆที่มันมีอยู่ หรือว่าในเรื่องโบราณสถาน ข้อมูลที่ผมเคยได้รับทราบ เขาบอกว่าสุรินทร์เป็นจังหวัดที่ทำลายโบราณวัตถุ โบราณสถานเยอะที่สุด ตรงนี้มันบ่งชี้ได้เลยนะครับว่า ที่ผ่านมาเราไม่เคยได้คิดในเรื่องพวกนี้เลยหรือว่าคนได้คิดไม่ได้ให้ความสำคัญเลย ในวันนี้เช่นเดียวกัน เรามาได้เรียนรู้ ทั้งสองส่วน ก็คือส่วนที่หนึ่งที่ทางเจ้าหน้าที่ของทางโยธาและผังเมืองสุรินทร์ มาพูดคุยทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องผังเมืองให้พวกเรารับทราบได้รับฟังทำให้เราได้มีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น ว่าผังเมืองมันมีประโยชน์อย่างไร รวมทั้ง อ.ภารณี ที่มาให้มุมคิด ให้มุมมอง ที่ทำให้เรามีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถ้าเราดู ณ วันนี้ จากที่จังหวัดสุรินทร์เราได้มีการประกาศผังเมืองไปแล้วเมื่อตอนปี 2516 ซึ่งทำให้เราคิดว่าจังหวัดสุรินทร์เรามีพื้นที่สีเขียวเยอะนะ มีพื้นที่สีม่วงบางส่วน มีพื้นที่อนุรักษ์เกษตรกรรม แล้วก็มีพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ แต่พอ ณ วันนี้เราก็เห็นว่าเกิดมีการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงของตรงตัวนี้นะ ส่วนหนึ่งถ้าพูดโดยส่วนตัวผมเองว่า ภาคประชาชนแทบจะไม่ได้มีส่วนร่วมเลย ไม่มีส่วนร่วมในการรับรู้ข้อมูลในการเปลี่ยนแปลงตรงตัวนี้ แล้วก็ถ้าเราฟังดูตัวแทนที่มาพูดคุย ตัวแทนที่มาเสนอ ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผังเมืองตรงตัวนี้ ส่วนใหญ่แล้วก็มีแต่ส่วนราชการ มีแต่ตัวแทนของสภาอุตสาหกรรม ตัวแทนของภาคทุน แล้วภาคประชาชน ภาคประชาสังคม หรือคนที่อยู่ในพื้นที่ ในชนบทที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ของที่ดินโดยตรง ไม่ได้รับทราบข้อมูลเลย  เขาไม่ได้มีส่วนรู้ส่วนเห็นหรือว่าไม่ได้มีข้อเสนอต่อการที่จะคิดว่าที่ดินของเขา แผ่นดินของเขา พื้นที่ของเขา อะไรควรที่จะใช้ประโยชน์ได้ อะไรที่ไม่ควรมาอยู่ในพื้นที่ของเขา ผมเคยอ่านข้อมูลของประเทศญี่ปุ่นที่เคยได้รับทราบ เคยได้รู้ข้อมูล มีชุมชน ชุมชนหนึ่งเขาเสนอให้กับทางชุมชนเลยว่า ชุมชนเราควรมีอะไร ไม่ควรมีอะไร แล้วในส่วนของชุมชนเขาเองน่าจะเป็นชุมชนที่น่าจะอนุรักษ์รักษาวัฒนธรรม รักษาระบบวิถีการดำเนินชีวิตแบบเก่าแบบเดิม อุตสาหกรรมเข้าได้เช่นเดียวกัน แต่ต้องเป็นอุตสาหกรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เป็นอุตสาหกรรมที่คิดถึงสุขภาพของชุมชนเป็นหลัก เขาไม่ได้ปฏิเสธอุตสาหกรรม แต่ของเราไม่มีเลย ไม่มีการมาสอบถามชาวบ้าน ว่าพื้นที่สีเขียวนี้ ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ถ้ามีโรงงานควรเป็นโรงงานประเภทไหน หรือเป็นโรงงานที่มีประโยชน์ และมีผลกระทบอย่างไร บ้านเรามันไม่มีโดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์เรา เอาง่ายๆก็แล้วกัน ในพื้นที่นิคม อ.ปราสาทสุรินทร์ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวแต่มีโรงงานน้ำตาล มีโรงไฟฟ้าอยู่ตรงนั้น ผลกระทบกับชาวบ้านก็มีตาม นี่คือบทเรียนที่เกิดขึ้นมาแล้ว เพราะฉะนั้นการมีเวทีเรื่องของผังเมืองผมคิดว่าทำให้เรามีความรู้ มีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นแล้วก็เป็นข้อเสนอหนึ่งอีกเช่นเดียวกันว่าเราควรที่จะช่วยกันสร้างสรรค์ให้การจัดทำผังเมืองหรือว่าการวางผังเมืองเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมและได้ประโยชน์ให้มากที่สุด แก่ชาวชุมชน นาย ปิยศักดิ์ กล่าว

DSC 0726นายดาวรุ่ง ผลเกิด เกษตรกรสุรินทร์  กล่าวว่า ในส่วนผังเมืองสุรินทร์ แบบมุมมองของผมว่า สุรินทร์เป็นเมืองเกษตร มีอยู่ครั้งหนึ่งเราถูกขนานนามว่าสุรินทร์เมืองเกษตรอินทร์ วิถีสุรินทร์แล้วก็เรามีความหวังลึกว่าเราเป็นจังหวัดที่ผลิตอาหารสะอาดเลี้ยงคนทั้งโลก ฉะนั้นในการใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์สูงสุดในจังหวัดสุรินทร์ เราอยากเห็นกระบวนการที่ชาวชุมชนมีส่วนร่วม โดยเฉพาะภาคเกษตร ต้องยอมรับว่าจังหวัดสุรินทร์เรา การพัฒนา การวางผังเมืองอยู่ภายใต้การกำกับจากภาคเอกชนเพียงไม่กี่คนในจังหวัดสุรินทร์หรือพูดกันตรงๆว่าผู้นำทางเศรษฐกิจเข้ามามีบทบาท ต่อการจัดผังเมือง จะด้วยวิธีการอะไรเราไม่ทราบ แต่สิ่งที่เราอยากเห็นการจัดผังเมืองที่เป็นประโยชน์อย่างชัดเจนอย่างที่เราเห็น เราสัมผัสได้ อย่างโรงงานอุตสาหกรรมรุกเข้ามาในเขตของเกษตรเยอะแยะรวมทั้งห้างสรรพสินค้า เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ถามว่าเมื่อมีห้างฯเมื่อมีโรงงานอุตสาหกรรมมา มันจะปฎิเสธผลกระทบต่อชาวบ้านไม่ได้ สิ่งที่หายไปคือเกษตรวิถีดั้งเดิม วิถีเกษตรที่เป็นตัวหล่อเลี้ยงจังหวัด ต้องยอมรับว่าจังหวัดสุรินทร์ขับเคลื่อนโดยวิถีของเกษตร ถ้าบ้านเราเมืองเรามีการวางผังเมืองที่ไม่ตอบโจทย์มันจะกระทบอย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่างว่าการวางผังเมืองที่มันไม่เป็นเรื่องเป็นราว มันทำให้ครั้งหนึ่งเมื่อสองสามปีที่แล้วสุรินทร์เราน้ำท่วมอย่างน่าตกใจ แม้แต่ปัจจุบันสิ่งที่มันกระทบ สิ่งที่มันทำให้เห็นสัมผัสได้ ก็คือฝนตกไม่เกินครึ่งชั่วโมงสุรินทร์น้ำท่วมทันที สะท้อนให้เห็นว่าการวางผังเมืองมันไม่ได้เรื่องได้ราว ถึงเวลาแล้วละที่เราได้มาพูดมาคุยรวมทั้งวันนี้ที่เราได้มาฟัง มารู้สิ่งที่เราได้และเป็นสิ่งที่พี่น้องเราชาวสุรินทร์มาพูดกันมาคุยกัน ว่าถึงเวลาหรือยังที่เราจะต้องมาแก้ไขจัดระเบียบบ้านเมืองโดยที่เอาอคติส่วนตัวออกแล้วก็ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง แล้วก็หันมานั่งคุยกัน มาพูดมาจัดสิว่าควรเป็นอย่างไร โดยเฉพาะผู้นำส่วนของภาครัฐเองต้องใจกว้างต้องเปิด ต้องยอมรับความแตกต่างให้ได้ ต้องยอมรับเห็นต่างของประชาชนให้ได้ โดยเฉพาะภาคเกษตรจะพูดน้อยมากและแสดงความเห็นน้อยมาก วันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดี ที่มีตัวแทนจากพี่น้องชาวเกษตรกรหลายคนหลายท่าน มาแสดงความคิดเห็นที่น่าติดตามแล้วผู้หลักผู้ใหญ่น่าจะเอามาเป็นประเด็นในการจัดผังเมืองในครั้งนี้ อย่างที่เราเห็นสามสี่ปีย้อนหลังจังหวัดสุรินทร์มีการขยายตัวเมืองรวดเร็วมาก มีการก่อสร้างที่มันไม่ตรงตามกติกาตามที่เราวางไว้มากมาย สิ่งเหล่านี้แหละทีมันจะทำให้ความเป็นเมืองสุรินทร์ที่สงบที่น่าอยู่มันจะหายไป สิ่งที่ผมอยากจะเรียกร้องคนสุรินทร์ร่วมด้วยช่วยกันก็คือมาร่วมกันคิดมาร่วมกันจัดแล้วก็ในภาครัฐผู้ใหญ่เองก็ต้องมาร่วมด้วยช่วยกัน ไม่มีใครรู้เรื่องเมืองสุรินทร์เท่ากับคนสุรินทร์เราเอง ไม่มีใครที่จะแก้ปัญหาบ้านเราเองเท่ากับตัวเราเอง ณ ตอนนี้ไม่มีใครผิดใครถูกทางที่ดีที่สุดเราต้องมาร่วมด้วยช่วยกันเพื่อชาวสุรินทร์ทุกคน นายดาวรุ่ง กล่าว

DSC 0696DSC 0702

 
แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter