playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
 

surin071058.016 ตุลาคม 2558 รัฐ-ราษฏร์ประสานความร่วมมือนำเสนองานวิจัยปลุกคนสุรินทร์สร้างสำนึก เมื่อเวลา ๐๙.๐๐ น. ผศ.อนุรัตน์ ลิ่มสกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ได้เป็นประธานในการเปิดการแสดงนิทรรศการในโครงการสาธิตการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำห้วยเสนง โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน ร่วมงานคับคั่ง

นายเกริกเกียรติ กุมารสิงห์ ผอ.ส่วนประสานและบริหารจัดการลุ่มน้ำมูลตอนบน สนง.ทรัพยากรน้ำภาค ๕ จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก สนง.เลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission Secretariat : MRCS) ได้ดำเนินโครงการสาธิตการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความพร้อมของประเทศสมาชิก ลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ในการรับมือและปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่ง MRCS ได้กำหนดให้ประเทศสมาชิก ดำเนินการโครงการสาธิตฯ แห่งที่ ๑ ในแต่ละประเทศสมาชิกได้ดำเนินการแล้วเสร็จในปี พ.ศ.๒๕๕๖ สำหรับโครงการสาธิตฯ แห่งที่ ๒ ฝ่ายไทยได้คัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพที่จะเป็นต้นแบบในการเรียนรู้ให้กับพื้นที่อื่นมีสองพื้นที่ คือ ๑) โครงการขยายผลกิจกรรมการปรับตัวพื้นที่ขาดแคลนน้ำเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำยัง ลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำชี โดยจะเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากปี พ.ศ.๒๕๕๖ และเป็นการขยายผลไปยังพื้นที่รอบข้างให้ครอบคลุมพื้นที่ ๕ องค์การบริหารส่วนตำบล และ ๒) โครง การสาธิตการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำห้วยเสนง ลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำมูล ซึ่งจะเป็นการนำบทเรียนที่ได้จากการดำเนินงานที่ผ่านมาในพื้นที่ลุ่มน้ำยังมาประยุกต์ใช้ โดยทั้งสองพื้นที่มีระยะเวลาดำเนินงาน ๑ ปี เช่นเดียวกัน

สำหรับโครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๗ เป็นต้นมา โดยมีส่วนประสานและบริหารจัดการลุ่มน้ำมูลตอนบน สนง.ทรัพยากรน้ำภาค 5 จ.นครราชสีมา เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ และได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดย ดร.วิเชียร เกิดสุข และมีคณะทำงานในพื้นที่จากสมาคมพัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชน โดยนายปอลี แก้วปลั่ง นายกสมาคมฯ จาก สนง.ป.ป.ช.สุรินทร์ โดย นางวริศราลี แก้วปลั่ง คณะ กรรมการ ป.ป.จ.สุรินทร์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานวิทยาเขตสุรินทร์ โดย ดร.รัฐพงษ์ พร้อมจิต จากมหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ โดย อาจารย์สุขใจ สมพงษ์พันธ์ นอกจากนี้ยังมีปราชญ์ชาวบ้าน ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรในพื้นที่และตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมเป็นคณะทำงานกว่า ๒๐ คนsurin071058.02

การดำเนินงานในโครงการดังกล่าว ได้ผ่านกระบวนการจัดเก็บข้อมูล เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศ สังเคราะห์ความเปราะบาง ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่า ตลอดทั้งลุ่มน้ำห้วยเสนงกำลังวิกฤติหนัก ตั้งแต่การถมที่ปิดตาน้ำซึ่งแต่เดิมเคยเป็นน้ำซับ น้ำซึมในแหล่งต้นน้ำบริเวณเทือกเขาพนมดงรัก การซักผ้ามือสองแล้วปล่อยน้ำเสียลงในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ตลาดช่องจอม การใช้สารเคมีทางการเกษตร การปล่อยน้ำเสียทั้งจากโรงงาน ปศุสัตว์ และสถานประกอบการต่างๆ ล้วนเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำอย่างมากมาย และที่สำคัญทั้งหมดทั้งสิ้นไหลมารวมกันเป็นลำน้ำห้วยเสนง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบในการทำน้ำประปาหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนทั้งจังหวัดดังนั้นการจัดแสดงนิทรรศการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยเสนง ในวันนี้จึงเป็นการนำเรื่องราวมาเล่าสู่สังคมเพื่อรับรู้ เป็นการเตรียมความพร้อมในการปรับตัวของชุมชนที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่นับวันจะรุนแรงขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งค้นหาองค์ความรู้ด้านภูมิปัญญาในพื้นที่ เพื่อเผยแพร่กิจกรรมและผลการดำเนินงาน โครงการสาธิตการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยเสนง สร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่อง การปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ( Climate Change and Adaptation Initiative : CCAI) ต่อสาธารณะ และเพื่อประสานความร่วมมือกันระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงาน องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ และเกิดปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำห้วยเสนง ทำการขยายผลต่อไป

นางวริศราลี แก้วปลั่ง กรรมการ ป.ป.จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นผู้ประสานงานในพื้นที่ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการเตือนสติของชาวสุรินทร์ ให้ร่วมกันสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องของภัยพิบัติที่กำลังจะมาถึงในเร็ววันหากไม่ร่วมกันวางแผนการเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งล้วนแล้วแต่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ทั้งสิ้น โดยเฉพาะมนุษย์ที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่เศรษฐกิจโดยไม่คิดว่าตัวเองกำลังทำลายกำลังรุกรานสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการที่นักการเมืองบางคนพยายามจะผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในพื้นที่ชายแดน ทั้งๆ ที่ไม่มีอยู่ในแผน ยิ่งน่าเป็นห่วง เพราะเมื่อความเจริญทางวัตถุไปอยู่ในแหล่งต้นน้ำ สิ่งที่จะตามมาก็คือขยะจำนวนมหาศาล น้ำเน่า น้ำเสีย ป่าถูกทำลาย สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศน์อย่างรุนแรงด้วย

surin071058.03ในการจัดงานครั้งนี้กลุ่มเป้าหมาย คือเกษตรกร นักเรียนนักศึกษา คณะทำงานลุ่มน้ำห้วยเสนง ประชาชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยเสนง ประมาณ ๓๐๐ คน กิจกรรมประกอบด้วย การแสดงนิทรรศการภาพถ่ายกิจกรรมการการทำงาน ผลการดำเนินงาน และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยเสนง พร้อมทั้งมีนิทรรศการจากเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยตลาดจังหวัดบุรีรัมย์ การแจกกล้าไม้ยางนา เวทีเสวนาในประเด็นปัญหา และการตั้งรับ ปรับตัว ต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การแสดงดนตรีเพื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย จนท.จากเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด การแสดงภาพถ่ายที่ชนะการประกวดภาพถ่าย ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ การประกวดอาหารพื้นเมือง และการจำหน่วยผลิตภัณฑ์จากชุมชน ด้วย

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter