เครือข่ายที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ได้จัดประชุมเวทีเสวนา “สานพลังสร้างความร่วมมือยึดถือแนวทางพระราชดำริ ตามที่รัฐบาลแถลงนโยบายไปสู่กรอบแนวคิดคนปักษ์ใต้-ป่าต้องอยู่ได้ คนต้องอยู่ดี” ที่โรงแรมตรัง อ.เมือง จ.ตรัง เมื่อวันที่ 6-7 ตุลาคม 2558 โดยมีประธานและสมาชิกเครือข่ายที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ เข้าร่วมเวทีประมาณ 200 คน เพื่อยื่นข้อเสนอเร่งด่วนจำนวน 4 ข้อ และข้อเสนอระดับนโยบายประเด็นที่ดินอีกจำนวน 6 ข้อ ให้แก่นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้วาราชการจังหวัดตรัง และ พ.อ.ธวัชชัย รักอาชีพ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง (ฝ่ายทหาร) ผ่านไปถึงแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้ว่าราชการจังหวัดอีก 13 จังหวัดภาคใต้ที่เหลือ
ทั้งนี้มีข้อเสนอเร่งด่วนจำนวน 4 ข้อ ประกอบด้วย1. ขอให้ชะลอการตรวจยึดปักป้ายทำลายรื้อถอนแปลงยางพาราไว้ก่อนจนกว่าจะมีคณะทำงานระดับอำเภอร่วมกันตรวจสอบข้อมูลการถือครองที่ดินรายแปลงจนได้ข้อยุติร่วมกัน
2 .ให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานระดับอำเภอโดยมีองค์ประกอบ จากตัวแทนผู้เดือดร้อน ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบล และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ โดยให้มีนายอำเภอเป็นประธาน
3. ให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานทำงานระดับจังหวัด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีองค์ประกอบจากตัวแทนผู้เดือดร้อน ผู้ที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
4. ให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินภาคใต้ โดยมีองค์ประกอบจากตัวแทนผู้เดือดร้อนแต่ละจังหวัดตรัง ผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษฺ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติจังหวัด และแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานกรรมการหรือตัวแทนกองทัพภาคที่ 4 เป็นประธาน
ส่วนข้อเสนอระดับนโยบายเกี่ยวกับประเด็นที่ดิน มีจำนวน 6 ข้อ คือ
1. ให้รัฐยึดนโยบายของ คสช.ที่แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2557 ตามข้อ 9.3 , 2.ให้รัฐชะลอแผนแม่บทการทวงคืนผืนป่า ในเขตพื้นที่ทำกินเดิมของชุมชนโดยทันที
3.ให้นำกฎหมายที่มีอยู่มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน เช่น พ.ร.บ.จัดการที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 , พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
4. ให้ครม.มีมติประกาศยกเลิกที่สาธารณประโยชน์หรือที่อื่นๆที่พลเมืองเลิกใช้ประโยชน์ร่วมกันหรือไม่มีสภาพการใช้ประโยชน์ร่วมกัน นำไปสู่การจัดการสิทธิให้ชุมชนตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่
5. ให้ชะลอการดำเนินคดีชาวบ้านที่ถูกจับกุมข้อหาบุกรุกในที่ดินรัฐ หากไม่มีการดำเนินคดีในชั้นศาล จนกว่าจะมีการพิสูจน์สิทธิการถือครองว่าเป็นการบุกรุกใหม่ หรือที่ดินทำกินดั้งเดิม
6.ให้ออกพระราชกฤษฎีการเพิกถอนแนวเขตพื้นที่ป่าที่ทับซ้อนกับพื้นที่ทำกินดั้งเดิมของชุมชน
อนึ่ง เนื่องจากเครือข่ายภูมินิเวศน์เทือกเขาบรรทัด 5 จังหวัด (ตรัง พัทลุง สตูล นครศรีธรรมราช และสงขลา) ซึ่งได้เปิดเวทียื่นข้อเรียกร้องต่อการแก้ไขปัญหาที่ดินไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 5 จังหวัดได้รับข้อเรียกร้องไปแล้ว (ยกเว้นข้อเสนอระดับนโยบายในประเด็นที่ดิน) แต่ไม่ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสักระดับ ยกเว้นจังหวัดตรัง มีการแต่งตั้งแต่ไม่มีการเรียกประชุม เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา ดังนั้น จึงได้รวมตัวกันอีกครั้ง พร้อมด้วยเครือข่ายที่ดินอีก 9 จังหวัดในภาคใต้ เข้าร่วมด้วย เนื่องจากประสบปัญหาเดียวกัน และเพื่อความเข้มแข็งในการเรียกร้อง จึงมีการจัดเวทีเสวนา เชิญตัวแทนจังหวัดและแม่ทัพภาค 4 รับหนังสือไปดำเนินการอีกครั้งหลังการจัดเวทีเสวนาของเครือข่ายที่ดินทำกินทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ในวันนี้





