ประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์แถลงข่าวเตรียมจัดงานช้างตอนตามรอยเสด็จประพาส เพื่อเป็นงานช้างทางเลือกโดยไม่มีงบจากหน่วยงานใดทั้งสิ้น แต่ได้ลงขันความร่วมมือจากชาวช้าง จากภาคีเครือข่ายฯและให้ชาวชุมชนมีส่วนร่วมมากที่สุด ณ หมู่บ้านช้างมหาลัยราชมงคลจังหวัดสุรินทร์ ได้มีการจัดแถลงข่าวเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2558 ณ ตลาดเขียว กรีนมอ จังหวัดสุรินทร์
ผศ.อนุรัตน์ ลิ้มสกุล รองอธิการประจำ มทร. อีสานวิทยาเขตสุรินทร์ กล่าวว่า ความเป็นมาและแนวคิดการจัดการหมู่บ้านช้างราชมงคลปีที่ 1 ตอนที่ 60 ตามรอยเสด็จประพาสเป็นการสร้างเอกลักษณ์ของจังหวัดสุรินทร์ที่มีความผูกพันระหว่างคนกับช้าง เพื่อให้ช้างได้มีส่วนร่วมและมีความสุข จึงได้คิดงานช้างทางเลือกเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวได้แวะชมสัมผัสกับวิถีชีวิต 3 กลุ่มชาติพันธุ์ และศิลปะวัฒนธรรมของคนสุรินทร์เพื่อให้นักท่องเที่ยว ได้แวะพัก และอยู่ท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลงานช้างนานๆ ไม่ใช่เพียงไปเช้าเย็นกลับ ซึ่งทางมหาลัยก็ได้สนับสนุนในด้านของพื้นที่ในการจัดงาน และโดยชาวสุรินทร์มีส่วนร่วมมากที่สุด และยังเป็นงานที่เราได้เผยแพร่เรื่องราวประวัติศาสตร์ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2498 ครบรอบ 60 ปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสจังหวัดสุรินทร์และประทับที่เกาะเสด็จประพาสที่มหาวิทยาลัยของเรา ซึ่งก็จะมีกิจกรรมนิทรรศการเพื่อให้คนได้เรียนรู้และรับชมเรื่องราวประวัติศาสตร์ในครั้งนั้น
นายศักดา เชื้ออินทร์ ประธานประชาสังคมสุรินทร์สร้างสุข เปิดเผย ที่มาที่ไปของงานช้าง สร้างสุขในปีที่ผ่านมา เรามีการนำเสนอศิลปะวัฒนธรรมบนเวทีกลางภายใต้แกนนำเครือข่ายวัฒนธรรมสร้างสุขขึ้นเป็นปีแรก เรามีการแสดงวงดนตรีกันตรึม ออเครสต้า โดยใช้คนเล่นจำนวน 162 คน ในปีที่ 2 มีการแสดง เรือมอันเรทั้งแบบโบราณและแบบมาตรฐาน วงมโหรีโบราณและกันตรึมโบราณ เพื่อเป็นแบบอย่างหรือทางเลือกให้ผู้จัดงานเห็นความสำคัญของศิลปะวัฒนธรรมและในปีนี้เรามีการแสดงของกลุ่มศิลปินพื้นบ้าน และการแสดงศิลปวัฒนธรรม ของสามกลุ่มชาติพันธุ์ และคอนเสิร์ตกันตรึม จัดเต็มทั้งคืนที่เวทีกลางในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 และรณรงค์ให้เป็นงานช้าง-กาชาดสร้างสุขปลอดเหล้าปลอดภัย เพื่อให้นักท่องเที่ยวและพี่น้องคนสุรินทร์บ้านเราเที่ยวด้วยความอุ่นใจ สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมและวิถีชีวิตคนสุรินทร์ ในส่วนของงานช้างทางเลือกหมู่บ้านช้างราชมงคล ประชาสังคมสังคมสุรินทร์สร้างสุขเป็นผู้ร่วมสนับสนุนแนวคิด และร่วมออกแบบเพื่อทำให้คนสุรินทร์มีโอกาสได้เห็นและสัมผัสทางเลือกการท่องเที่ยวแบบใหม่เราไม่ได้ทำแข่งกับใคร เพราะเราเน้นเรื่องราวประวัติศาสตร์วิถีชีวิต และศิลปะวัฒนธรรมของคนสุรินทร์ที่เกิดจากความร่วมมือของมหาลัยราชมงคลเป็นหลักที่สนับสนุนพื้นที่และภาคีเครือข่ายอื่นที่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ ได้มาร่วมกันลงขันทั้งความคิดทรัพยากรเวลาในการทำงานให้เกิดงานนี้ขึ้น
ผศ. ดร. ณัฐพงษ์ พร้อมจิตร ผู้ช่วยอธิบดี มทร.อิสาน วิทยาเขตสุรินทร์
กล่าวถึงงานวิจัยเกี่ยวกับช้างที่ทำต่อเนื่องมา 3 ปี โดยทีมงานมหาลัยซึ่งใช้งบประมาณในการวิจัย 7 ถึง 8 ล้านบาทที่สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลองค์ความรู้ด้านภูมิปัญญาช้างจังหวัดสุรินทร์มีการเปิดการเรียนการสอนวิชาเกี่ยวกับความรู้และภูมิปัญญาช้างแห่งแรกของโลกในมหาลัย รวบกันรวบรวมข้อมูลประวัติศาสตร์ของห้องภาพเมืองสุรินทร์ที่อยากประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องคนสุรินทร์ ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ความเป็นมาและเรื่องราวประวัติศาสตร์ของสุรินทร์เรา
นายเอกฉัตร หล้าล้ำ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองสุรินทร์ กล่าวว่า มีการแสดงศิลปะวัฒนธรรมโบราณของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์เช่น เจรียงนอระแกว เรือมอันเร กันตรึมโบราณ และรำแกลมอ มีนิทรรศการมีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ กูย ลาวเขมร การแสดงวิถีชีวิตของสามกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแสดง ดนตรี ทอผ้าสาวไหม เรื่องอาหารการแต่งกายโดยใช้พื้นที่หมู่บ้านราชมงคลที่มีจำลองบ้านของแต่ละกลุ่มอยู่แล้ว และตอนค่ำจะมีการแสดงของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีการ แสดง แสง สี เสียง ให้นักท่องเที่ยวที่มาร่วมรับประทานอาหารในช่วงค่ำ(โฮบบายละเงือด)ได้ชมศิลปะวัฒนธรรมของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ของจังหวัดสุรินทร์ ส่วนนักท่องเที่ยวที่สนใจนั่งช้างเราจะมีจุดนั่งช้าง 2 จุด คือบริเวณหมู่บ้านช้างราชมงคล และจุดเกาะเสด็จประพาส ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้เห็นบรรยากาศของต้นไม้ป่าไม้และเรื่องราวประวัติศาสตร์การเสด็จประพาสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย
อาจารย์สุดใจ สะอาดยิ่ง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการจัดงานที่ไม่มีงบประมาณจากหน่วยงานใดมาสนับสนุนทั้งสิ้นเป็นการควักกระเป๋าของคณะทำงานองค์กร และชาวช้างอำเภอเขวาสินรินทร์เพราะเราอยากให้เป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ชื่นชอบการอนุรักษ์ช้างความสัมพันธ์ของคนกับช้างเป็นการแสดงวิถีชีวิตของคนกับช้างที่บ่งบอกว่าเรารักช้างไม่ใช่การทรมานช้าง และเชิญชวนให้ชาวสุรินทร์แต่งกายด้วยผ้าไหมพื้นเมืองที่เป็นผ้าไหมสุรินทร์และประชาสัมพันธ์ให้พ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดสุรินทร์ได้มาเที่ยวและร่วมสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับจังหวัดสุรินทร์เราด้วย
คุณพราวุฒิ ไวรวัจนกุล ชาวจังหวัดสุรินทร์
ได้พูดถึงเรื่องของคุณภาพชีวิตช้างไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพื้นที่อาหารเช้าที่กลายเป็นป่ายูคาริแม่น้ำที่ช้างเคยหากินมีความสุขสมและไม่เอื้อต่อความเป็นอยู่ของช้างทำไมคนต้องพาช้างออกไปทำมาหากินข้างนอกคุณภาพอาหารที่ช้างกินเข้าไปไม่ว่าจะเป็นพืชผักที่มีสารเคมียาฆ่าแมลง หลวงแต่ทำให้คุณภาพชีวิตช้างแย่ลงเราจัดการนี้ขึ้นโดยที่เราไม่มีนายทุนหรืองบประมาณสนับสนุนมาก่อนเราลงขันกันเพื่อหวังให้งานนี้เป็นงานในการระดมทุนในการก่อตั้งมูลนิธิในการดูแลเรื่องของคุณภาพชีวิตช้างและเป็นงานที่คนสุรินทร์จะได้มีทางเลือกในการท่องเที่ยวนั่งดูช้างหรือนั่งช้างดูปลาบู่ต้นไม้ไม่ร้อนไม่ต้องเอาช้างไปเดินในเมืองให้คนเมืองด่าการจราจรก็ติดขัดซึ่งเราได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเท้าช้างอำเภอเขวาสินรินทร์
จึงอยากเชิญชวนพี่น้องชาวสุรินทร์นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติได้มาสัมผัสกับบรรยากาศท่องเที่ยวชมธรรมชาติโดยการนั่งช้างปั่นจักรยานจะแสดงวิถีชีวิตศิลปวัฒนธรรมของ 3 กลุ่มชาติพันธุ์ในช่วงค่ำและร่วมรับประทานอาหารมื้อค่ำชมวีดีทัศน์เรียนรู้ประวัติศาสตร์ครบรอบ 60 ปีการเสด็จประพาสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว





