เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๕๘ เวลา ๑๐.๐๐ น.ที่ผ่านมา คณะทำงาน กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเชียงใหม่ จัดประชุมสามัญประจำปี ๒๕๕๘ ณ ห้องประชุมกองทุนสวัสดิการชุมชน ตำบลเชียงใหม่ อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ดโดยมี นายอดุลย์ บรรจมาตย์ ประธานกองทุนฯ ทำพิธีเปิดการประชุม นางจรรยารักษ์ ทนาไสย์ เลขากองทุนฯ ทำหน้าบันทึกการประชุม
นายอดุลย์ บรรจมาตย์ ประธานกองทุนฯ กล่าวว่า การเปิดประชุมครั้งนำเรื่องชี้แจงต่อคณะกรรมการกองทุนฯ คือ ๑. การบริจาคสมทบงานบุญเผวด งานประจำปีจังหวัดร้อยเอ็ด จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆปี โดยทางกองทุนได้สบทบเงินกองทุนช่วยบริจาคสมทบ ๕๐๐ บาท ๒. การเดินทางไปศึกษาดูงาน ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ ๖-๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ที่ผ่านมากองทุนฯได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมคณะกรรมการกองทุนฯในจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเดินทางไปศึกษาดูงานในครั้งนี้ ๒ คน คือ นาย อดุลย์ บรรจมาตย์ ประธานกองทุนฯ และนายล้ำ เนินสุด ซึ่งเป็นมติที่ประชุมของคณะกรรมการกองทุนฯ จึงนำเรียนเพื่อทราบ
๓. เรื่องที่คณะกรรมการระดับจังหวัดร้อยเอ็ดจะเดินทางมาลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบการบริหารจัดการของกองทุนทุกกองทุนในตำบลเชียงใหม่ เพื่อเตรียมการเข้าสู่ ร่าง พรบ. แห่งชาติ ๔. เรื่องการสำรวจ ผู้ด้อยโอกาส ในชุมชนทุกชุมชนๆละ ๑ คน เพื่อเป็นการเปิดโอกาส ให้ผู้ด้อยโอกาส ได้เข้ามาเป็นสมาชิกของกองทุนฯโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าสมัครมาเป็นสมาชิก โดย ทางกองทุนฯ จะรับพิจารณาตามความเหมาะสมแต่ละบุคคลแบ่ง เป็นรายๆต่อไป
๕. เรื่องการส่งเอกสารเพื่อของบสนับสนุน รอบที่ ๔ และจะต้องมีการรายงาน ผลการดำเนินงานทุกๆ ๓ เดือน และให้ส่งเอกสารที่ยังส่งไม่ทันครบ ให้เสร็จภายในช่วงวันเวลาตามที่ ทางจังหวัดกำหนด
๖. เรื่องฌาปณกิจ เครือข่ายระดับจังหวัดร้อยเอ็ด ช่วงระยะนี้ให้ชะลอไว้ก่อนเพื่อให้คณะกรรมการทางจังหวัดได้พิจารณาการส่งเงิน
ในวาระเรื่องการพิจารณา เรื่องการจัดซื้อ คอมพิวเตอร์ เครื่องปริ้น เพื่อการนำใช้งานในสำนักงานกองทุนฯ ที่พิเศษในการประชุมครั้งนี้ เรื่องทุนการศึกษา กองทุนฯได้ตั้งงบประมานในการศึกษาไว้ ให้กับลูกหลานของสมาชิกในกองทุนฯ โดยตั้งไว้ปีล่ะ ๒๐,๐๐๐ บาท อายุตั้งแต่ ๑-๑๙ ปี ซึ่งมีเงื่อนไขสมาชิกจะต้องฝากสัจจะ ครบ ๕ ปี ตั้งแต่แรกเริ่มการเป็นสมาชิก ทางคณะกรรมการได้มีมติที่ประชุมเห็นชอบหลักการณ์
ส่วนวาระที่สำคัญ คือ การแก้ไข ระเบียบของกองทุนฯ หน้า ๒ ข้อที่ ๗ คณะกรรมการ( ดำรงตำแหน่งตามที่สมาชิกคัดเลือก) แก้หน้า ๔ ข้อ ๕ เปลี่ยนจากข้อจัดสวัสดิ์การเพื่อสมาชิกกู้ยืม เปลี่ยนมาเป็น (เพื่อเป็นการเกื้อกูลและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับสมาชิกกองทุน)
นายอดุลย์ บรรจมาตย์ ประธานกองทุนฯ ได้กล่าวในที่ประชุม ชี้แจงดังนี้
๑. เรื่องการจัดซื้อ คอมพิวเตอร์ กับเครื่อง ถ่ายเอกสาร และ โต๊ะ เก้าอี้ เพื่อมาใช้งานของกองทุน เป็นเงิน ๑๙,๒๙๐ บาทถ้วน
๒. เรื่องการได้รับงบสนับสนุนจาก พมจ.เป็นเงิน ๑๙๘,๘๙๖ บาท
๓. เรื่องการรับสมัครสมาชิก โดย จะเริ่มเปิดรับสมัคร ภายใน วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๘ และสมาชิกเก่าและใหม่จะต้องส่งเงินเข้ากองทุนภายใน วันที่ ๕ พ.ย ๒๕๕๘ นี้ ที่
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องการจ่ายสวัสดิ์การให้กับสมาชิก การจ่ายสวัสดิ์การผู้เสียเสียชีวิตที่เป็นสมาชิกครบ ๘ ปี กองทุนฯจะจ่ายเป็นเงิน ๑๖,๐๐๐ บาท และจ่ายงานศพปลอดเหล้า ๓,๐๐๐ บาท มีผลบังคับใช้ ในวันที่ ๑ พ.ค. ๒๕๕๙ เป็นต้นไป เรื่องพิจารณาค่าตอบแทน ให้กับผู้ช่วยเลขาฯ คือ น.ส ขวัญศิริ ทิพรักษ์ เป็นค่าตอบแทนรายเดือนล่ะ ๕๐๐ บาท โดยมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ วันที่ ๑พ.ย. ๒๕๕๘ เป็นต้นไป
นางจรรยารักษ์ ทนาไสย์ เลขานุการ เปิดเผยว่า กองทุนฯประชุมกองทุน ๔ ครั้งต่อปี สามัญประจำปีล่ะ ๑ ครั้ง ในปัจจุบัน กองทุนฯ มีสมาชิก ๒,๐๐๐ กว่าคน เงินกองทุนฯ รวมทั้งหมดสิ้น จำนวน ๑,๔๑๕,๕๑๒ บาท ตำบลเชียงใหม่ มีชุมชน ๑๒ หมู่ ประชากร ๘,๒๒๐ คน จำนวนหลังคาเรือน ๑,๖๑๙ หลังคาเรือน ชาวบ้านที่นี้ส่วนใหญ่ ทำไร่ทำสวน ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกอ้อย มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวเล็กน้อย การดำเนินกิจการกองทุนฯยอมรับว่าต้องใช้ความอดทนพยายาม เราแบ่งคณะกรรมการกองทุนฯไปตามหมู่บ้านแรกๆก่อตั้งใช้กรรมการเพียงคนเดียวประจำหมู่ เพื่อทำหน้าที่เก็บเงินสมาชิกกองทุนฯในหมู่บ้านของตนเอง ต่อมาสมาชิกเพิ่มขึ้นก็มีการปรับเพิ่มคณะกรรมการ หมู่บ้านล่ะ ๒ คน ประจำหมู่บ้าน ทำงานหน้าที่ช่วยกันเก็บเงินสมาชิกเข้าสู่กองทุนฯในตำบล และทำหน้าที่คอยส่งเงินรับเงินจ่ายเงินให้กับสมาชิกในหมู่บ้าน โดยทางกองทุนฯให้มอบหมายทำการแทนเหรัญญิกเบิกจ่ายได้เลยไม่ต้องมาเสียเวลารอคอย เพื่อบริการสมาชิกสะดวกรวดเร็วตามความต้องการของสมาชิกกองทุนฯ





