ตำบลน้ำอ้อม อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด เดิมในอดีตขึ้นกับตำบลเกษตรวิสัย ซึ่งมีแม่น้ำเสียวใหญ่ไหลผ่านแบ่งแยกแนวเขตตามสายน้ำ ต่อมาทางราชการหลวงแบ่งแยกเขตการปกครองให้บ้านน้ำอ้อมแยกก่อตั้งตำบล เหตุชื่อบ้านน้ำอ้อมในช่วงฤดูฝนน้ำจะท่วมล้อมรอบหมู่บ้าน ลักษณะพื้นที่ตั้งที่อยู่อาศัยตำบลตั้งบ้านเรือนบริเวณเฉพาะเป็นโนนสูง พื้นที่โดยรอบของหมู่บ้านราบลุ่มต่ำลงทุ่งนาแปลงนา ชาวบ้านที่นี่อาชีพทำนาส่วนใหญ่ และชอบค้าขาย สินค้าขึ้นชื่อในท้องถิ่น คือ ข้าวเหม้า การแปรรูปจากข้าวเป็นอนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นมาจนถึงวันนี้ ตำบลน้ำอ้อมมีขนาดเล็กๆแบ่งการปกครองเป็นหมู่บ้าน ๙ หมู่บ้าน มีการก่อตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลน้ำอ้อม เมื่อ วันที่ ๙ สิงหาคม ปี ๒๕๕๓ มีสมาชิกปีแรก ๔๔๐ กว่าคน
นางแสงจันทร์ พิษรุณ ประธานเปิดเผยว่า มาถึงปัจจุบัน ตอนนี้มีสมาชิก ๖๖๕ คน กองทุนฯ มีเงินสะสม ๕๒๖,๘๖๓ บาท ค่าทำเนียมในการรับสมัครสมาชิกแรกเข้า คนล่ะ ๒๐ บาท เมื่อเข้าเป็นสมาชิกก็ต้องจ่ายเงินสวัสดิการสัจจะวันล่ะ ๑ บาท ในจำนวน ๓๖๕ บาท ในรอบหนึ่งปี เมื่อปี ๒๕๕๗ ทางกองทุนได้รับเงินส่งเสริมสนับสนุนอุดหนุนจาก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท
กองทุนมีการจัดสวัสดิการให้สมาชิก ดังนี้
๑. สมาชิกมีการคลอดบุตรกองทุนฯจัดสวัสดิการรับขวัญแรกเกิด ๕๐๐ บาท
๒. สมาชิกเจ็บป่วยเข้านอนรักษาที่โรงพยาบาล จัดสวัสดิการให้เป็นคืนล่ะ ๑๐๐ บาท แต่ก็ให้ไม่เกิน ๑๐ วัน
๓. สมาชิก กรณีที่เสียชีวิต หรือ ตาย ทุกๆกรณี จัดสวัสดิการสงเคราะห์ช่วยเหลือ ศพล่ะ จำนวน ๒,๕๐๐ บาท แต่ทั้งนี้จะต้องมาเป็นสมาชิกครบ ๖ เดือนขึ้น
๔. สมาชิกที่เกิดเหตุอัคคีภัย ไฟไหม้บ้านเรือน จัดสวัสดิการรับเงินการช่วยเหลือ ครั้งล่ะไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาท
๕. สมาชิกที่ประสบพายุลม วาตภัย จัดสวัสดิการช่วยเหลือ ครั้งล่ะไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท
๖. สมาชิกเมื่อเจอน้ำท่วม อุทกภัย ได้รับความเสียหายทั้งที่อยู่อาศัย และที่ทำกินในไร่นาไร่สวนจัดสวัสดิการการช่วยเหลือ ครั้งล่ะไม่เกิน ๕๐๐ บาท
๗.สมาชิกที่มีบุตรกำลังเรียน กองทุนฯ จัดสวัสดิการทุนการศึกษา ทุนล่ะ ๕๐๐ บาท ปีล่ะ ๓ คน มีระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
๘. สมาชิกที่เป็น ผู้พิการ จัดสวัสดิการช่วยเหลือ รายล่ะ ๕๐๐ บาท ต่อปี
๙. สมาชิกคนด้วยโอกาส จัดสวัสดิการช่วยเหลือรายล่ะ ๕๐๐ บาท
นางสำรวย ใบเจียม เหรัญญิกกองทุนสวัสดิการ เปิดเผยว่า ช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน ทุกๆปี เปิดรับสมาชิกกองทุน ประกาศหอกระจายข่าวชุมชนแนะนำเปิดรับสมัคร โดยผ่านคณะกรรมการกองทุนฯประจำหมู่ล่ะ ๒ คน ทำหน้าที่ในแต่ล่ะหมู่บ้าน ซึ่งเป็นผู้มีภูมิลำเนาในตำบลน้ำอ้อม อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด สามารถสมัครได้ทุกๆเพศทุกวัย ที่มีอายุ ตั้งแต่ ๑ ปี ถึง ๗๕ ปี ตำบลน้ำอ้อม มีชื่อเสียงเรื่องการแปรรูปข้าว คือ ชาวบ้านที่ตำบลนี่มีการสืบสานภูมิปัญญาต่อๆกันมานานหลายปี ในเรื่องการทำข้าวเหม้า ข้าวเหม้า ทำจากข้าวพื้นบ้านในท้องถิ่น มีการทำเป็นครัวเรือนบ้างนำส่งขายในตลาดระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ต่างจังหวัด สอบถามได้เลยเมื่อเห็นคนขายข้าวเหม้า ข้าวเหม้าแท้จะต้องเป็นที่นี่ตำบลน้ำอ้อม สร้างเสริมรายได้ในครัวเรือน สร้างเศรษฐกิจในชุมชนตำบลเป็นสินค้าโอท๊อป มีรายได้จากการขายข้าวเหม้า มีการนำส่งขายไปถึงต่างประเทศ ประเทศลาว
นายสมเด็จ กงทัพ กำนันตำบลน้ำอ้อม และเป็นคณะกรรมการ ผู้ตรวจสอบกองทุนฯ เปิดเผยว่า ตำบลน้ำอ้อมเป็นตำบลเล็กตั้งอยู่ไม่ห่างไกลจากตัวอำเภอเกษตรวิสัย มีแม่น้ำสำคัญ คือ แม่น้ำเสียวใหญ่ ซึ่งไหลผ่านทางตอนบนติดกับหมู่ที่ 1,5 และลำน้ำเตาซึ่งไหลผ่านทางตอนล่างของตำบลติดกับ หมู่ที่ 3 แต่นำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ไม่มากนักเนื่องจากขาดคลองส่งน้ำเข้าไปในพื้นที่การเกษตร ปริมาณน้ำฝนมีมากในฤดูฝนทำให้น้ำล้นตลิ่งก่อให้เกิดน้ำท่วมสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่การเกษตรมาโดยตลอด จำนวนประชากร จำนวนหมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำอ้อม ประกอบด้วย 9 หมู่บ้าน มีจำนวนครัวเรือน 1,155 ครัวเรือน ประชากร 5,026 คน
มีบ้างบางส่วนที่เดินทางไปรับจ้างแรงงานในกรุงเทพมหานคร เมืองหลวง คนหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่จะเรียนหนังสือถึงระดับการศึกษามัธยม ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรมทุกครัวเรือน โดยการทำนาปลูกข้าวนาปี ผลผลิตข้าวเก็บไว้บริโภคในครัวเรือนส่วนที่เหลือนำไปจำหน่ายกับพ่อค้าคนกลางและสหกรณ์ และผลผลิตต่ำเนื่องจากสภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากการใช้สารเคมีที่เพิ่มขึ้น มีปัญหาน้ำท่วมไร่นาบ่อยครั้ง ผลผลิตที่ได้เฉลี่ย 300–400 กิโลกรัม/ไร่ ส่วนอาชีพรองและอาชีพเสริมคือ การเลี้ยงโค, เลี้ยงกระบือ, เลี้ยงปลา และมีจุดเด่นด้านเศรษฐกิจชุมชน คือ กลุ่มแปรรูปข้าว เป็นข้าวเหม้าครัวเรือนที่ส่งไปจำหน่ายทั่วประเทศ ถึงประเทศลาว






