playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

12109773 10205296273945774 6829734322992477447 o

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช. มีสถานะเป็น “องค์การมหาชน”  สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  (พม.)  โดยการบังคับบัญชาจะขึ้นตรงกับรัฐมนตรีกระทรวง ซึ่งกว่าจะมีพระราชกฏษฏีการจัดตั้งขึ้นมาได้ ภาคีทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นองค์กรชุมชน นักพัฒนาเอกชน (NGO) ภาครัฐ นักวิชาการ ฯ ใช้เวลาผลักดัน ตั้งแต่ปี 2537 และตราออกมาเป็นพระราชกฏษฏีกาจัดตั้ง “สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)” พ.ศ.2543 เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2543 และเปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการ วันที่ 26 ตุลาคม ปีเดียวกัน รวมเวลา 6 ปี 4 รัฐบาล

            เหตุผลสำคัญของการตั้ง พอช. มีอยู่หลายประการ แต่ที่มีการพูดกันมากที่สุดในช่วงที่มีการผลักดันให้เกิดองค์กรนี้ก็คือ “ยังไม่มีองค์กรภาครัฐที่ทำหน้าที่สนับสนุนความเข้มแข็งองค์กรชุมชน โดยตรง” และต้องเป็นองค์กรที่มีอิสระในการบริหารงานกว่าองค์กรรัฐปกติ ด้วยเหตุนี้ พอช.จึงเป็นองค์กรที่ชาวบ้านตั้งความหวังไว้สูงและรู้สึกเป็นเจ้าของ เนื่องจากชาวบ้านได้ทำคลอดมากับมือ อีกทั้งยังมีตัวแทนชาวบ้านและผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาเข้าไปนั่งเป็นกรรมการ พอช.ถึง 6 คน จาก 11 คน

            เมื่อพิจารณาตามเจตนารมณ์หรือเหตุผลของการมีพระราชกฏษฏีกาจัดตั้ง พอช. ยิ่งมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยระบุว่า “ประเทศไทยประสบปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำของรายได้ การกระจายรายได้ และระดับความเจริญที่แตกต่างกันระหว่างสังคมเมืองกับชนบท ในขณะที่องค์กรชุมชนซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาชุมชนและสังคมยังประสบปัญหาขาดความรู้และทักษะในการบริหารจัดการ ทำให้ยังไม่สามารถเป็นที่พึ่งของชุมชนได้อย่างแท้จริง ดังนั้นจึงให้จัดตั้งองค์กรขึ้นมาสนับสนุนและให้การช่วยเหลือแก่องค์กรชุมชน และเครือข่ายองค์กรชุมชน เกี่ยวกับการประกอบอาชีพ การพัฒนาอาชีพ การเพิ่มรายได้ การพัฒนาที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาชีวิต ความเป็นอยู่ของสมาชิกในชุมชน ทั้งในเมืองและชนบท และเพื่อให้มีการสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่องค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน ให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น อันจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้เศรษฐกิจและสังคมไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพและมีการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างทั่วถึงและยั่งยืน”

            เพื่อบรรลุเจตนารมณ์ดังกล่าวสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน มีแนวทางที่ชัดเจนในการในการสนับสนุนความเข้มแข็งให้กับองค์กรชุมชน ทั้งเมืองและชนบทโดยให้องค์กรชุมชนเจ้าของปัญหามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนเอง รวมทั้งสนับสนุนเชื่อมโยงภาคประชาสังคมและภาคีพัฒนาต่าง ๆ ให้เข้ามาสนับสนุนความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน ส่งผลให้ชุมชนเข้าใจสิทธิของชุมชนในการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ซึ่งเป็นสิทธิที่ถูกรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ

     12162907 10205296216744344 375549381 o       การเกิดขึ้นของ พอช. ทำให้ชาวบ้านมีความตื่นตัวในการจัดการตนเองมากขึ้น โดยใช้แนวคิดเรื่องจัดการทำแผนแม่บทชุมชนเชื่อมโยงข้อมูลและปัญหาทั้งระบบไปสู่การวางแผนจนนำไปสู่การทำงานในลักษณะ “การฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น” ซึ่งต้องมีชาวบ้านและทุกภาคีในท้องถิ่นมาทำงานร่วมกัน โดยถือเอาประโยชน์ของคนในท้องถิ่นเป็นตัวตั้ง โดยมีพื้นที่นำร่องที่เป็นความร่วมมือของทุกภาคีในการจัดทำแผนพัฒนาร่วมกัน และยังเป็นแนวคิดที่นำไปสู่การผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 เพื่อให้ชุมชนและภาคีพัฒนาต่าง ๆ ใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีกลางในการทำงานร่วมกัน ซึ่งปัจจุบันได้มีการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลแล้วกว่า 4,600 ตำบล

            อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา ได้มีนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนความเข้มแข็งองค์กรชุมชนและนโยบายที่ต่อยอดมาจากประสบการณ์งานพัฒนาของชุมชน เช่น การแก้ปัญหาความไม่มั่นคงในการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของคนจนทั้งในเมืองและชนบท ซึ่งมีการดำเนินงานมากกว่า 2,000 โครงการ การดำเนินงานด้านกองทุนสวัสดิการชุมชน ซึ่งมีการจัดตั้งกองทุนแล้วประมาณ 5,800 ตำบล โดยมีชุดความรู้และประสบการณ์งานพัฒนาที่นำไปสู่การเรียนรู้ร่วมกัน มีการทำงานร่วมกับภาคีพัฒนาทั้งในระดับพื้นที่และงานเชิงประเด็น มีการยกระดับงานพัฒนาไปสู่ “ชุมชนจัดการตนเอง โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง มีสภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์กรชุมชนและภาคีพัฒนาต่าง ๆ มาทำงานร่วมกัน”

            สำหรับกระบวนการก้าวไปสู่ “ชุมชนเข้มแข็งจัดการตนเองได้” นั้น เริ่มจากการเตรียมคน (แกนนำชุมชน) การประสานภาคีพัฒนาพัฒนาต่าง ๆ ในพื้นที่ให้มาทำงาน บนฐานข้อมูลชุดเดียวกันเพื่อนำข้อมูลปัญหาความต้องการของประชาชนไปสู่การวางแผนพัฒนาหรือจัดทำนโยบายสาธารณะของชุมชนท้องถิ่นร่วมกัน ซึ่งแนวทางหรือกระบวนการเช่นนี้เป็นการเปลี่ยนเชิงโครงสร้างและนโยบายการวางแผนพัฒนาจากเดิมที่กำหนดมาจากส่วนกลางหรือจากหน่วยงานของรัฐ มาเป็นการกำหนดแผนพัฒนาโดยคนในท้องถิ่น

            อย่างไรก็ดี ในด้านการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและทุนชุมชน เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชน อันเป็นเป้าหมายหลักประการหนึ่งของการจัดตั้ง พอช.ก็ได้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง (แม้ว่าตลอด 15 ปีที่ผ่านมา พอช.จะให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน จนดูเหมือนว่าให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงกับการสร้างเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนน้อยไปก็ตาม) จนเกิดพื้นที่รูปธรรมในการสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจและทุนฐานราก จำนวน 61 พื้นที่ และมีพื้นที่ขยายประมาณ 250 พื้นที่

            ประกอบกันในยุคปัจจุบันประเทศประสบกับสภาวะเศรษฐกิจอันยากลำบาก ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากได้รับผลกะทบไปด้วย ดังนั้นในห้วงเวลาที่พอช.ดำเนินงานมาครบ 15 ปี ในวันที่ 26 ตุลาคม 2558 ที่จะถึงนี้ จึงหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากอย่างจริงจัง

     10960945 10203845743763426 2085461664 o       ทุกภาคีเครือข่ายทั้งแกนนำชุมชน นักพัฒนา นักวิชาการ ฯลฯ ที่ทำงานร่วมกับพอช.เห็นตรงกันว่า การสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก ไม่ใช่การทำตามกระแส แต่เป็นการต่อยอดมาจากการสร้างชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งจัดการตนเอง ซึ่งจะต้องจัดการตนเองได้ทุกระบบของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบเศรษฐกิจฐานล่าง ซึ่งเป็นเรื่องปาก เรื่องท้อง อันเป็นเรื่องใกล้ตัวของชุมชน ดังนั้นในยุคที่ชุมชนประสบความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเรื่องความเข้มแข็งไปสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคง โดยบูรณาการทุนทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาของชุมชนท้องถิ่นเข้าด้วยกัน

            ดังนั้นการก้าวสู่ปีที่ 16 ของพอช.จึงชูธง “ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง สู่การสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก”เป็นแนวทางสำคัญ โดยจะจัดงานนี้ขึ้นมาในระหว่างวันที่ 25-26 ตุลาคม 2558 นี้ ด้วยหวังว่า การก้าวไปข้างหน้า จะเป็นย่างก้าวแห่งความหวังของชุมชน ในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนฐานล่าง

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter