การทำงานพัฒนา ยิ่งทำงานตัวตนต้องยิ่งเล็กลง
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา กรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ระบุ ‘พอช.’ คือ องค์การมหาชนของชุมชนไทย มีหลักคิด กระบวนการ อุดมการณ์ และพัฒนาการ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๕ ปี ของการจัดตั้งสถาบันฯ ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม พอช. ถนนนวมินทร์ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
วันนี้ (๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๘) เครือข่ายองค์กรชุมชน ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัดงาน ๑๕ ปี พอช. “พลังองค์กรชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก” โดยได้รับเกียรติจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว) เป็นประธานในพิธี ซึ่งมีผู้แทนองค์กรชุมชนจากทั่วประเทศ หน่วยงาน ภาคี และเครือข่าย เข้าร่วมงานกว่า ๑,๒๐๐ คน
นางสาวสมสุข เล่าให้ฟังว่า พอช.มีหลักคิดที่สำคัญคือว่า ประชาชนต้องทำโครงการเหล่านั้นเองโดยตรง ซึ่งในกระบวนการที่ทำนั้นมีความพลวัตร ไปตามการเปลี่ยนแปลง ในสมัยสำนักงานพัฒนาชุมชนเมือง (พชม.) ก่อนที่จะพัฒนามาเป็น พอช. นั้น พชม. มีแนวคิดของ อ.ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรมที่ว่า “เพื่อนร่วมสร้างอนาคต” ตอนนนั้นเจ้าหน้าที่เป็นกองเลขา เป็นองค์กรที่เชื่อการเปลี่ยนแปลงจากฐานล่าง เป็นคนที่เอื้ออำนวย เสริมความเข้มแข็ง ให้สินเชื่อแก่ชุมชน เพราะชุมชนเข้มแข็งต้องอาศัยหลายต่อหลายเรื่อง เป็นการตระหนักรู้ว่าการทำงานพัฒนาต้องมีเพื่อนเครือข่าย มีทุน ต้องมีความรู้ที่หลากหลาย ไม่ใช่ความรู้เดี่ยว ต้องมีหลายเครื่องมือ เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง โดยใช้ความเข้มแข็งเครือข่ายชุมชน เพื่อทำให้เกิดความเท่าเทียมกันมากขึ้น ก่อนที่จะเปลี่ยนไปสู่ความเป็นองค์กร เป็น พอช. (องค์การมหาชน) เมื่อปี ๒๕๔๓
เพื่อช่วยสร้างขบวนชุมชน เอื้อให้ชาวบ้านเติบโต อำนวยให้เกิดการเปลี่ยน ฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น เชื่อมเครือข่ายไปสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง โดยชุมชนท้องถิ่นเป็นฐานสำคัญ ก่อนจะขยับไปสู่เรื่องจังหวัดจัดการตนเอง ซึ่งเป็นระยะของการเปลี่ยนผ่าน
สำหรับโครงการบ้านมั่นคง แนวคิดนั้นไม่ใช่แค่เรื่องบ้าน แต่เป็นการสร้างชุมชนเข้มแข็ง เพราะบ้านทำให้ชาวบ้านมีสถานภาพ ความมั่นคง คุณภาพชีวิตใหม่ เกิดระบบชุมชนใหม่ ที่มีทุนร่วม มีสวัสดิการ ฯลฯ ความมั่นคงในที่อยู่อาศัย ทำให้ชาวบ้านได้จัดตัวเองไปด้วย เมื่อจะสร้างชุมชนใหม่ ไม่ใช่ทำแต่เรื่องทางกายภาพอย่างเดียว แต่เป็นการทำทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เกิดการสร้างกองทุนชุมชนเมือง และมีพัฒนาการเป็นองค์กรชุมชนที่ไม่หยุดนิ่ง
สิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดองค์กร พอช. นั้นถูกสร้างจากความรู้ของตนเองร่วมกับชาวบ้าน เป็นความรู้ที่มาจากชุมชน มาจากการแลกเปลี่ยน จากการลงมือทำ การนำความรู้จากต่างประเทศ นับว่าเป็นวิธีสร้างองค์กรที่ทรงพลังมาก คิดกันเร็ว ยกร่าง นายกฯ ประกาศ ซึ่งมีทั้งความสำเร็จ ความล้มเหลว และบทเรียนต่างๆ ผสมผสาน กวนให้เป็นขนมใหม่ที่เลิศรส
โดยวางเป้าหมายที่จะให้ชุมชนเป็นหลัก นั้นต้องทำอย่างไร แบบไหน เป็นความรู้ที่จะให้ประชาชนเป็นหลัก เป็นตัวของตัวเอง กวนความคิดเพื่อสร้างองค์กรนี้ขึ้นมา องค์กรนี้ไม่ใช่ทำไปเรื่อยๆ ในเชิงสังคมสงเคราะห์ แต่มองเชิงระบบ เปลี่ยนเชิงระบบ เปลี่ยนคุณภาพเปลี่ยนปริมาณ ทำที่มีอยู่ให้ดีขึ้น ให้กว้างขวางขึ้น ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ซึ่งการแก้ปัญหาสลัมนั้นต้องแก้ทั้งเมืองจึงจะสำเร็จไม่ใช่การแก้เป็นจุดๆ เรามุ่งแก้เชิงโครงสร้าง แก้ทั้งระบบ ทำในเชิงปริมาณไปสู่การเปลี่ยนในเชิงคุณภาพ ที่ปริมาณทำให้เกิดความสามารถในการต่อรอง เกิดการเรียนรู้ เกิดเครือข่าย เป็นทั้งยุทธศาสตร์และยุทธวิธี เป็นการโยงกันโดยปริยาย ที่คุณภาพและปริมาณไปพร้อมกัน
ที่ผ่านมาองค์กรแห่งนี้ใช้เงินกองทุนเป็นเครื่องมือการพัฒนา ที่ทำให้เกิดวันนี้ เป็นการใช้เงินเพื่อสังคม และกองทุนเป็นเครืองมือการพัฒนาโดยชุมชนเอง ที่จะทำให้ชุมชนสามารถจัดการด้วยตนเอง การแก้สลัมเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน เกี่ยวกับเทศบัญญัติ ที่ชุมชนต้องจัดการด้วยชุมชนเอง หากแก้โดยรัฐ หน่วยงานแก้ยาก หากปล่อยให้ประชาชนทำเองก็สามารถแก้ปัญหาไปได้ ทุนเครื่องมือสมัยใหม่ เป็นเครื่องมือของคนจน ให้ประชาชนเป็นผู้ใช้
เราใช้การสร้างความร่วมมือกับทุกฝ่าย ชวนหลายฝ่ายมาทำงาน สร้างกลไกร่วมกันทั้งรัฐ มานั่งคุยด้วยกัน คนที่ขัดแย้งต้องนำเข้ามาในวงในการแก้ปัญหา การเปลี่ยนแปลงเป็นกระบวนการของทุกฝ่าย ชวนทุกฝ่ายมาทำอะไรร่วมกันเป็นการเปลี่ยนโครงสร้าง ถ้าเราเองท้องถิ่น ท้องที่ การศึกษา พระ ทุกคนเป็นประโยชน์ร่วม จะนำไปสู่การเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง
ความตั้งใจมุ่งมั่นจริงใจ เริ่มตั้ง พชม.จนถึง พอช. อ.ไพบูลย์ เป็นคนที่คิดอยากจะทำดี จะให้อย่างไร จะทำให้ประชาชนอย่างไร เป็นเรื่องสำคัญที่การทำงานชุมชนเป็นเรื่องสะอาด แม้ว่าการทำในโลกของความเป็นจริง มุ่งหวังทำสิ่งที่ดีให้แก่ทุกคน สร้างโอกาสที่ดี ทำให้ถูก ให้ดี ให้สะอาด ใครเอาเงินชาวบ้านไปใช้เป็นคนไม่สะอาด เราจะกระจายอำนาจออกไป สะอาดไม่เข้ากระเป๋า เงินสะอาดยังพอคุยกันได้
พอช. เป็นองค์กรที่บริหารงานแนวราบ มีกรรมการในทุกๆ เรื่องทั้งประเด็น ทั้งภาค จังหวัด ตำบล มีทุกขั้นตอน เป็นแนวราบที่ดึงเอาทุกฝ่ายเข้ามา ช่วยกันออกความเห็นทุกคนรู้ข้อมูลเท่าเทียม ถ่วงดุล เป็นการเปิดไฟให้สว่าง ทำโครงการแบบไหน ใช้เงินเท่าไหร่ ทุกคนรู้หมด เป็นความต่างจากคนอื่นที่เป็นแนวดิ่ง ใช้แนวราบในการบริหารขบวน แต่ดิ่งเพื่อกระชับในบางเรื่อง ชุมชนมีส่วนร่วมรู้เห็น วางแผน ตัดสินใจ จัดการและถ่วงดุลทุกระดับ ที่มีชุมชนอยู่ในทุกส่วน ชาวบ้านอยู่ในทุกจุด ชาวบ้านไม่มีความลับทุกคนรู้หมด
และมีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ เป็นองค์กรที่ปรับอยู่เสมอ เป็นองค์กรที่ไม่เอาตนเองเป็นตัวตั้ง เอาชุมชน เอาการเปลี่ยนแปลงเป็นตัวตั้ง ปรับไปตามชุมชน เราเป็นหน่วยที่กระจายงบตรงถึงชุมชน ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ชุมชนเป็นผู้คิด ผู้ทำ และดำเนินการ ชุมชนเป็นตัวตั้ง องค์กรเป็นผู้หนุนเสริม มีกลไกชุมชนร่วมติดตามเรียนรู้ สร้างองค์กรที่เอื้อต่อชุมชน
มองไปข้างหน้า ขณะนี้ขบวนชุมชนเชื่อมโยงกันเต็มพื้นที่ เราต้องพยายามประคับประคองการเปลี่ยนประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่วนแนวคิดประชารัฐนั้นดีมาก หากรัฐบาลไม่รีบร้อนจะดีกว่านี้ เราจะจัดขบวนที่เนื้อหาประชาชนเป็นหลักขึ้นมาได้อย่างไร ส่วน พอช. ต้องพัฒนาความรู้ตลอดเวลา อย่าพอใจกับความรู้และขบวนที่มีอยู่ แสวงหามิตร มีความรู้ในกระบวนการ เอื้อให้ชาวบ้านเกิดการพัฒนา และการพัฒนาตนเอง ให้ตัวตนเล็กลง เจ้าหน้าที่ยิ่งงานใหญ่ยิ่งตัวเล็ก ความใหญ่อยู่ที่เนื้อหาไม่ใช่ตัวเรา ตัวตนน้อยจะเห็นสิ่งอื่นใหญ่ เป็นการพัฒนาธรรมะ เป็นผู้ให้ โอบอ้อมอารีย์ ต้องฟัง คิดในทางดี บวก สร้างสรรค์ ให้เราเข้มแข็งขึ้น สามารถปฏิบัติธรรมในโลกความเป็นจริง มีคุณภาพของคนที่ดีขึ้น
ผ่านมา 15 ปี องค์กรนี้ สร้างมาจากความต่างจากองค์กรอื่น ยังมีคนไม่เข้าใจอีกมาก มององค์กรในแบบที่เขามอง ต้องช่วยกันประคับประคอง พัฒนาปัญญา พัฒนาองค์ประกอบในการฟื้นฟูสิ่งต่างๆ เห็นความสามารถเห็นคุณค่าในผู้คน เพื่อสร้างพลังในการก้าวเดินต่อไปข้างหน้า นางสาวสมสุข กล่าวในตอนท้าย





