๑๐ ปีข้างหน้า เครือข่ายองค์กรชุมชน ประกาศเจตจำนง มุ่ง “กินอิ่ม นอนอุ่น ทุนมี หนี้ลด หมดหนี้ มีสุข”
วันนี้ (๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๘) ณ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ถนนนวมินทร์ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ นายชาติชาย เหลืองเจริญ และนางลาวัลย์ งามชื่น ตัวแทนเครือข่ายองค์กรชุมชน กล่าวประกาศเจตนารมณ์ พลังองค์กรชุมชนขับเคลื่อนชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองและเศรษฐกิจฐานราก เนื่องในโอกาสที่ พอช. มีบทบาทในการเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนครบ ๑๕ ปี โดยเครือข่ายองค์กรชุมชนมีความเห็นร่วมกันว่า ใน ๑๐ ปี ข้างหน้า (๒๕๕๙-๒๕๖๘) องค์กรชุมชนจะผลักดันให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง และสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจชุมชน ให้ทุกครัวเรือนของประเทศนี้ “กินอิ่ม นอนอุ่น ทุนมี หนี้ลด หมดหนี้ มีสุข”
โดยเครือข่ายองค์กรชุมชนประกาศว่า จะขับเคลื่อนงานบ้านมั่นคงใน ๑,๓๐๐ เมือง สร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยของคนจนเมืองไม่น้อยกว่า ๗๐๐,๐๐๐ แสนครอบครัว สร้างความมั่นคงที่อยู่อาศัยที่ดินของคนชนบทไม่น้อยกว่า ๓๕๐,๐๐๐ ครัวเรือน พัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนให้ครบทุกตำบลและเมือง ให้มีสมาชิกไม่น้อยกว่า ๑๕ ล้านคน จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนให้ครบทุกเมือง ทุกตำบล มีสมาชิกองค์กรชุมชนไม่น้อยกว่า ๒๕๐,๐๐๐ องค์กร มีการขับเคลื่อนขบวนพลเมืองเต็มพื้นที่ และขับเคลื่อนการจัดการทรัพยกรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและเกษตรกรรมยั่งยืนให้เป็นระบบเกษตรหลักของประเทศ
และเครือข่ายองค์กรชุมชนจะขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่กว่า ๕,๐๐๐ ตำบล โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และทรัพยากรธรรมชาติ เสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันการเงินชุมชน และเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตของทุกตำบล ให้มีความสมดุลและสร้างรายได้แก่ทุกครอบครัวอย่างยั่งยืน โดยเชื่อมโยงกับบ้านมั่นคงเมือง ชนบท ระบบสวัสดิการชุมชน และการพัฒนาสังคมในทุกมิติ
ซึ่งวางเป้าหมายจะทำให้ชุมชนเมืองและชนบททั่วประเทศมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมให้ได้ใน ๑๐ ปี โดยใช้ยุทธศาสตร์ ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง องค์กรชุมชนเป็นแกนหลักในการพัฒนา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ขบวนองค์กรชุมชนจะลงมือทำงานพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมจากฐานรากด้วยตนเอง โดยจะร่วมมือกับภาคีการพัฒนาจากทุกภาคส่วน
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาที่ยั่งยืน ต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งที่ชุมชนฐานราก หวังว่ารัฐบาลจะร่วมทำงานกับขบวนองค์กรชุมชน โดยการกำหนดเนื้อหาในรัฐธรรมนูญ และกฏหมายต่างๆ เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม และการจัดการทรัพยากร ซึ่งจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมทางสังคม นำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของประเทศต่อไป





