playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

12202417 1065236006829179 1947232593 n

ในระหว่างวันที่ 4 - 6 พ.ย.58 นี้ ชาวบ้านห้วยม่วง ต.สบเตี๊ยะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ จำนวน 32 คน ต้องเดินทางมาศาลจังหวัดเชียงใหม่ตามที่ศาลนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยในคดีนายทุนฟ้องขับไล่ชาวบ้านพร้อมเรียกค่าเสียหาย

ข้อพิพาทนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2556 นายบุรุษรัฐทายาทของนายประกอบ นุดล นายทุนผู้อ้างกรรมสิทธิ์ในที่ดินจำนวน 46  ไร่ ได้ฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากับชาวบ้านห้วยม่วง จำนวน 65 รายแต่ชาวบ้านก็ได้ต่อสู้เพื่อแสดงเจตนาอันบริสุทธิ์ในการครอบครองที่ดินจนส่งผลให้ศาลได้ยกคำฟ้องดังกล่าวไป นายทุนคนเดียวกันก็ได้ยื่นฟ้องใหม่ในคดีแพ่งขับไล่ชาวบ้านพร้อมเรียกค่าเสียหาย กับชาวบ้านอีก ในปี พ.ศ.2557 จำนวน 32 ราย  แต่ด้วยระยะทางในการเดินทางมาขึ้นศาลไกลและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ชาวบ้านพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนบ้านซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะยากจนอยู่แล้วจำเป็นต้องขนหม้อข้าวหม้อแกง มาประกอบอาหารหน้าศาลจังหวัดเชียงใหม่เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีซึ่งคู่กรณีเป็นนายทุน

12200650 1065235953495851 377244312 nในขณะเดียวกันชาวบ้านทั้ง 32 ราย ต่างลุกขึ้นสู้คดีด้วยการฟ้องครอบครองปรปักษ์เนื่องจากชาวบ้านได้ทำกินและอยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2545  ซึ่งโดยก่อนหน้านี้พื้นที่พิพาทในขณะนั้นเป็นป่ารกร้างมีเพียงต้นไม้ใหญ่และในฤดูร้อนก็จะเกิดไฟไหม้ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านและชุมชนบ้านห้วยม่วงเป็นอย่างมาก  โดยได้รับคำยืนยันจากนางเรณู   สุขปรุง ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลสบเตี๊ยะในขณะนั้น ได้ยืนยันว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่รกร้างไม่ใช้ประโยชน์และไม่มีบุคคลใดปรากฏตัวหรือแสดงตนเป็นเจ้าของ ชาวบ้านได้มีการประชุมกันหลายครั้งเพื่อที่จะหาทางออกในการแก้ไขปัญหาที่ดินที่เป็นป่ารกร้างว่างเปล่า ในฤดูร้อนก็จะเกิดไฟไหม้ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านและชุมชนดังกล่าว  จนได้ข้อตกลงกันภายในชุมชนว่ายังมีคนที่มีฐานะยากจน และไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย  จึงเปิดโอกาสให้คนจนในชุมชนเข้าไปดำเนินการปฏิรูปที่ดินในพื้นที่ดังกล่าว

ทางด้านพยานโจทก์ ซึ่งเป็นทนายของนายทุนในคดีนี้ ได้อ้างว่าประวัติของที่ดินพิพาทว่าเดิมเป็นของนายประกอบ นุดล และเมื่อนายประกอบเสียชีวิตลง ที่ดินดังกล่าวก็ได้ตกเป็นกองมรดกซึ่งมีนายบุรุษรัฐ(ทายาท) ยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดก  หลังจากนั้นนายบุรุษรัฐก็ได้เสียชีวิตลงอีกจึงได้มีทายาทสืบทอดมรดกต่อและขายที่ดินให้แก่ นายชินธัน  เลิศธนอารีย์ (โจทก์ผู้ฟ้องชาวบ้าน) นอกจากนี้พยานฝ่ายโจทก์ได้อ้างพยานเอกสารซึ่งเป็นรูปถ่ายที่ดินพิพาทว่ามีต้นลำไยที่ปลูกไม่เกิน 2 ปี และมีบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างเพียงไม่กี่หลัง โดยทนายโจทก์ที่อ้างตัวเองเป็นพยานได้ให้การว่าตนได้รับการบอกกล่าวมาจากเจ้าของที่ดินเดิมว่า พื้นที่พิพาทดังกล่าวได้มีการปลูกต้นลำไยไว้จำนวน 5 ไร่ ทั้งที่ข้อเท็จจริงที่ดิน มีทั้งหมดมี 46 ไร่

นอกจากนี้ยังมีการสอบพยานฝ่ายโจทก์ อีก 1 ราย คือ นายวีรศักดิ์  วรศาสตร์ เจ้าพนักงานที่ดินชำนาญการ จากสำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาจอมทอง ทนายโจทก์นำสืบโดยให้พยานอ่านรายชื่อผู้ที่ครอบครองที่ดินพิพาททั้งหมดว่าชาวบ้านที่ถูกฟ้องทั้ง 32 ราย แต่ละรายครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน แปลงไหนและจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเดียวกันกับที่ลงไปรังวัดที่ดินให้กับชาวบ้าน  

ในช่วงบ่ายของวันที่ 4 พ.ย. 58 เป็นการสืบพยานฝ่ายจำเลย หรือฝ่ายชาวบ้านซึ่งมีผู้ที่ให้ปากคำในการเป็นพยานจำนวน 3 คน ได้แก่  1) นายมานิตย์  อ๊อดต่อกัน ผู้นำชาวบ้านห้วยม่วง 2) นางเรณู สุขปรุง และ3)นายสุแก้ว  ฟุงฟู  ทนายจำเลยได้นำสืบโดยให้นายมานิตย์เล่าประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านจนจนกระทั่งเข้ายึดทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท โดยเล่าถึงสาเหตุในการเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ดังกล่าวเนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่มีฐานะยากจนและไม่มีที่ดินทำกิน  อยู่อาศัย ประกอบที่ดินดังกล่าวเป็นป่ารกร้างที่อยู่ติดกับหมู่บ้านไปทางทิศเหนือ ในช่วงฤดูแล้งของทุกๆ ปีจะเกิดปัญหาไฟไหม้และลุกลามเข้ามาในเขตชุมชนบ้านห้วยม่วง  ชาวบ้านจึงหารือและหาทางออกร่วมกันโดยการเข้าไปใช้ประโยชน์ และบุกเบิกจัดสรรที่ดินให้กับสมาชิกที่ไร้ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย เฉลี่ยครอบครัวละ 2-3 งาน ตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา

 ด้านพยานปากที่สอง นางเรณู สุขปรุง ในฐานะเป็นสมาชิกองการบริหารส่วนตำบลในขณะนั้น นำสืบโดยให้พยานเล่าว่าพื้นที่พิพาทในขณะนั้นเป็นป่ารกร้างมีเพียงต้นไม้ใหญ่และในฤดูร้อนก็จะเกิดไฟไหม้ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านและชุมชน ซึ่งชาวบ้านได้มีการประชุมกันหลายครั้งที่บ้านของพยานเองและตกลงเข้ายึดพื้นที่ดังกล่าวซึ่งขณะนั้น นำสืบโดยให้พยานเล่าว่าพื้นที่พิพาทในขณะนั้นเป็นป่ารกร้างมีเพียงต้นไม้ใหญ่และในฤดูร้อนก็จะเกิดไฟไหม้ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านและชุมชน ซึ่งชาวบ้านได้มีการประชุมกันหลายครั้งที่บ้านของพยานเองและตกลงเข้ายึดพื้นที่ดังกล่าวซึ่งในวันที่เข้าแผ้วถางป่าในที่ดินพิพาทตนก็ได้ไปร่วมสังเกตการณ์ด้วย

 พยานปากที่สาม นายสุแก้ว  ฟุงฟู รองประธานคณะกรรมการสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ได้ให้การยืนยันว่าตนได้รับการติดต่อให้ไปให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาเรื่องที่ดิน ซึ่งตนได้ให้คำแนะนำว่ากระบวนการปฏิรูปที่ดินสามารถดำเนินการได้ไม่ผิดกฎหมายในที่ดินเอกชนที่ปล่อยที่ดินรกร้างว่างเปล่าไม่ใช้ประโยชน์  ตามประมวลกฎหมายที่ดินปี 2498 ที่มีบทบัญญัติให้อำนาจรัฐในการเวนคืนที่ดินเอกชนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์และปล่อยทิ้งร้างว่างเปล่าเกิน 10 ปี เพื่อนำมากระจายการถือครองที่ดินและให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุด แต่ผลปรากฏว่าในทางปฏิบัติสังคมไทยกลับไม่มีใครได้รับทราบข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับบทบัญญัตินี้    เมื่อชาวบ้านได้รับทราบข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ตนแนะนำจึงได้ตกลงว่าจะเข้าดำเนินการปฏิรูปที่ดินโดยชุมชน ในวันที่เข้าแผ้วถางเมื่อปี 2545 ตนก็ได้ไปร่วมด้วยในฐานะเป็นสมาชิก สกน. และร่วมประชุมเพื่อเข้าปฏิรูปที่ดินกับชาวบ้าน  โดยในเวลานั้นก็ไม่มีใครมาแสดงตัวและอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าวแต่อย่างใด จนกระทั่งปี 2556 ก็มีบุคคลมาแสดงตนและฟ้องขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่

ทางด้านนายศักยะ  ตั้งอยู่ แกนนำชาวบ้านห้วยม่วง และหนึ่งในจำเลยผู้ถูกนายทุนฟ้องร้องดำเนินคดีได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่าศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้นัดสืบพยานคดีตลอดในช่วงสัปดาห์นี้ ตั้งแต่วันพุธ ที่ 4 พ.ย.เป็นต้นมา และอาจจะคาบเกี่ยวไปจนถึงสัปดาห์หน้าจนกว่าศาลจะได้ข้อมูลประกอบการพิจารณาคดีครบถ้วน ซึ่งการเดินทางมาขึ้นศาลจากบ้านห้วยม่วง อำเภอจอมทองมาที่ศาล ซึ่งอยู่ห่างไกลกันประมาณ 80-90 กิโลเมตร การเดินทางไปกลับทุกวันอาจจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเนื่องจากลำพังตัวชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่ก็มีฐานะยากจนมีอาชีพหาเช้ากินค่ำอยู่แล้ว ดังนั้นตนและเพื่อนบ้านอีกสามสิบกว่ารายจะปักหลักนำหม้อข้าวหม้อแกงมาหุงหาอาหารอยู่บริเวณหน้าที่ทำการศาลเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายซึ่งไม่ทราบว่าการต่อสู้เพื่อที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยในครั้งนี้จะใช้ระยะเวลายาวนานเท่าใด และไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรตนกับชาวบ้านก็จะยังคงต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินผืนแรกและสุดท้ายที่จะรักษาไว้ให้ลูกหลานสืบต่อไป

12207772 1065235943495852 1361130574 n12201008 1065236010162512 1584151747 n

รายงานโดย ปุณญภัส กมลเนตร ผู้สื่อข่าวชุมชนปัญหาที่ดินภาคเหนือ

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter