ประชาคมเขตห้วยขวางชูการพัฒนาชุมชนริมคลองลาดพร้าวเขตห้วยขวางเป็นต้นแบบในการพัฒนาคลอง เชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย น้ำเน่าเสีย สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมทั้งการเดินเรือในคลองเพื่อเชื่อมการคมนาคมในเมือง ขณะที่สำนักการระบายน้ำเผยความกว้างของแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมไม่ถึง 38 เมตร ทำให้ชุมชนริมคลองเขตห้วยขวาง 7 ชุมชนมีพื้นที่เหลือสามารถจัดทำผังชุมชนใหม่ตามแนวทางบ้านมั่นคงและอาศัยอยู่ในที่ดินเดิมได้
วันนี้ (13 พฤศจิกายน) ที่ห้องประชุมสำนักงานเขตห้วยขวาง มีการประชุมคณะทำงานระดับเขตเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ เขตห้วยขวาง โดยมีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานเขตห้วยขวาง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักการระบายน้ำ สถานีตำรวจ ผู้แทนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เขตห้วยขวาง ประชาคมเขตห้วยขวาง และตัวแทนชุมชนต่างๆ เข้าร่วมประมาณ 100 คน
ผศ.พงศ์พร สุดบรรทัด ผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมและการวางผังเมือง ในฐานะประธานประชาคมเขตห้วยขวาง กล่าวว่า เขตห้วยขวางจะเป็นต้นแบบในการพัฒนาชุมชนและคลอง โดยตนจะเสนอให้สภาสถาปนิกเข้ามาพูดคุยกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ คมนาคม และกระทรวงมหาดไทย เพื่อร่วมกับชาวบ้านพัฒนาชุมชนและคลองลาดพร้าวเขตห้วยขวางให้เป็นพื้นที่ตัวอย่าง เป็นเวนิสตะวันออกอย่างแท้จริง แม้ในวันนี้น้ำในคลองลาดพร้าวจะเน่าเสีย แต่ในวันข้างหน้าจะต้องมีโครงการบำบัดน้ำเน่าเสียอย่างแน่นอน เพราะในขณะนี้ กทม.ก็จะเริ่มโครงการบำบัดน้ำเน่าเสียในคลองแสนแสบแล้ว ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณเกือบ 7,000 ล้านบาท ดังนั้นคลองลาดพร้าวซึ่งเชื่อมกับคลองแสนแสบในอนาคตก็จะต้องแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียด้วยเช่นกัน
“ถ้าหากคลองแสนแสบใสสะอาด คลองลาดพร้าวก็จะต้องใสด้วยเช่นกัน โครงการเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของกทม.จะไม่ใช่เป็นท่อระบายน้ำทิ้งเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องพัฒนาให้มีการเดินเรือเพื่อเชื่อมเส้นทางคมนาคมจากสะพานใหม่มาในคลองลาดพร้าว-คลองแสนแสบ และออกไปคลองพระโขนงได้ เพื่อเชื่อมกับรถไฟฟ้า หรือการคมนาคมทางบก ซึ่งคาดว่าภายในปีหน้าจะเริ่มการเดินเรือได้ โดยให้ชาวบ้านริมคลองมีส่วนร่วม” ผศ.พงศ์พรกล่าว
ผศ.พงศ์พรยังกล่าวด้วยว่า นอกจากการเดินเรือเพื่อการคมนาคมแล้ว ยังสามารถเดินเรือเพื่อการท่องเที่ยววิถีชุมชนได้ด้วย ซึ่งหากน้ำในคลองใสสะอาด นักท่องเที่ยวก็อยากจะมา ซึ่งในส่วนของชาวบ้านก็ได้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูลำคลอง เช่น มีการบวชคลองในคลองบางซื่อ มีการปลูกแฝกในคลองเพื่อให้รากแฝกช่วยบำบัดน้ำเสีย และการทำน้ำหมักชีวภาพเทลงในคลองเพื่อให้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเน่าเสีย
นายจำรัส กลิ่นอุบล ประธานชุมชนลาดพร้าว 45 กล่าวว่า ตนทราบข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำ (สนน.)แล้วว่า การก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในช่วงคลองลาดพร้าวนั้น สนน.ไม่ได้กำหนดขนาดความกว้างของเขื่อนทั้งสองฝั่งว่าต้องยาว 38 เมตรตลอดทั้งแนวเขื่อน เพราะหากกำหนดเช่นนั้นจะทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องถูกไล่รื้อบ้านเรือนจนเกือบหมดทุกชุมชน แต่ สนน.กำหนดความกว้างประมาณ 20 -25 เมตรตามสภาพของคลองในแต่ละชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านสามารถอยู่ในชุมชนเดิมได้ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลโครงการนี้ที่ต้องการให้เขื่อนสร้างได้ คนอยู่ได้ โดยในชุมชนลาดพร้าว 45 จะมีพื้นที่เหลือจากแนวสร้างเขื่อนขนาดความกว้างตลอดแนวเขื่อนไม่น้อยกว่า 12 เมตร ซึ่งก็เพียงพอที่จะจัดทำที่อยู่อาศัยตามแนวทางบ้านมั่นคงของ พอช. อย่างไรก็ตามในส่วนของชุมชนลาดพร้าว 45 ยังมีพื้นที่บางส่วนที่อยู่ติดคลองบางซื่อซึ่งเชื่อมต่อกับคลองลาดพร้าว โดยทางคณะทำงานระดับเขตเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยฯ จะสำรวจแนวคลองบางซื่อในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ หลังจากนั้นจะนำข้อมูลที่ได้มาวางแผนแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยต่อไป
“ถ้าจะทำโครงการบ้านมั่นคง เราจะไม่ทำเฉพาะเรื่องที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว แต่เราจะทำเชื่อมโยงกันทั้งหมด เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อม การฟื้นฟูคลอง การคมนาคม การท่องเที่ยวหรือเรื่องเศรษฐกิจ เช่นเรื่องตลาดน้ำ เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้ และสามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้านหรือผ่อนชำระเงินกู้ในการสร้างบ้านได้” ประธานชุมชนลาดพร้าวกล่าว
นายกมล ภูริภูษิต ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง กล่าวว่า คณะทำงานระดับเขตฯ ได้สำรวจพื้นที่ชุมชนและคลองลาดพร้าวในเขตห้วยขวางเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นทางเขตจะเร่งประสานงานกับ สนน.เพื่อให้มีการประกาศหรือรับรองข้อมูลอย่างเป็นทางว่าแนวเขื่อนในแต่ละชุมชนจะมีความกว้างกี่เมตร มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบกี่หลัง เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงต่อไป ซึ่งจากการจัดเวทีประชาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องการอยู่ในที่ดินเดิมและยินดีที่จะเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง ส่วนในคลองบางซื่อก็จะมีการสำรวจในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ และจะมีการจัดเวทีประชาคมเพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจกับชาวบ้านเรื่องโครงการก่อสร้างเขื่อนและการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในช่วงปลายเดือนนี้
สำหรับชุมชนริมคลองลาดพร้าวเขตห้วยขวางมีทั้งหมด 7 ชุมชน เช่น ลาดพร้าว 45, พิบูลร่วมใจ 2, ลาดพร้าว 80, ประชาอุทิศ, พระราม 9 ฯลฯ มีบ้านเรือนทั้งหมดประมาณ 887 หลังคาเรือน ประชากรประมาณ 4,000 คน เป็นที่ดินของกรมธนารักษ์และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ส่วนคลองบางซื่อมีทั้งหมด 7 ชุมชน (รวมลาดพร้าว 45 บางส่วน) เช่น ชุมชนริมคลองบางซื่อรัชดาภิเษก, ลาดพร้าว 34, ลาดพร้าว 42-44, ลาดพร้าว 46 ฯลฯ รวมบ้านเรือนทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 500 หลังคาเรือน อยู่ในที่ดินของกรมธนารักษ์





