สภาองค์กรชุมชนตำบล ได้จดแจ้งจัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นได้ร่วมกันจัดการปัญหาของชุมชนโดยคนในชุมชน หลายๆสภาฯประสบผลสำเร็จ สามารถจัดการปัญหาของชุมชนได้โดยใช้แนวคิดที่ร่วมกันปรึกษาหารือ แต่น่าเสียดายที่หลายสภาฯ ยังดำเนินการไปไม่ถึงการจัดการตนเองเพราะปัญหาหลายๆอย่าง จึงทำให้ต้องสะดุดหยุดนิ่งและขับเคลื่อนงานต่อไม่ได้ สภาองค์กรชุมชนตำบลประสงค์ก็เช่นเดียวกัน ไปไม่เป็น มานึกขึ้นได้ก็ต่อเมื่ออุตสาหกรรมรุกคืบเข้ามาในพื้นที่แล้วจำนวน ๑๒ แห่ง คนในพื้นที่จึงจะรู้ตัวว่าต้องใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลที่มีสมาชิกทั่วทั้งตำบลมาใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา
ตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่เกษตรกรรมทั้งตำบล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปาล์มน้ำมันและยางพารา เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของอำเภอท่าชนะมาจากพื้นที่ตำบลประสงค์ส่วนใหญ่
๑๐ ปีที่ผ่านมา โรงงานผลิตปาล์มน้ำมันเริ่มเข้ามาประกอบกิจการในพื้นที่ตำบลประสงค์ซึ่งสอดรับกับผลิตผลปาล์มน้ำมันของเกษตรกร คนตำบลประสงค์ไม่ได้คิดว่า จากนั้นจะมีอุตสาหกรรมอื่นๆตามกันมาอีกมากมาย ริมถนนสายเอเซีย ระยะทางเพียง ๔ กิโลเมตร มีแหล่งอุตสาหกรรมจำนวน ๑๒ แห่ง มีทั้งโรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม โรงงานแปรรูปไม้ยางพารา โรงงานอบไม้ยางพารา โรงงานคอนกรีตผสมเสร็จ โรงไฟฟ้าชีวมวล โรงไฟฟ้าชีวภาพ ปั๊มน้ำมัน
"เราไม่นึกว่าจะรวดเร็วแบบนี้ สภาฯเองก็ไม่ค่อยจะรู้กระบวนการขับเคลื่อน ขาดการมีส่วนร่วมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราจึงไปกันเรื่อยๆ มาตรา ๒๑ ที่เป็นภาระกิจสภาฯเราก็ไม่ได้รู้เลย แต่พอมาถึงตอนนี้ เรารู้สึกว่า พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน มีความจำเป็นต้องออกมาใช้ ร่วมกับภาคส่วนอื่น ก็ต้องหารือกันต่อ เพราะว่า การผุดโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งใหม่มันจะสร้างปัญหาในอนาคตแน่นอน" กรรณิการ์ ถิ่นบ้านใหม่ รองประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลประสงค์กล่าว
ซึ่งการผุดโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งใหม่ในพื้นที่ตำบลประสงค์มีความน่าเป็นห่วงมากเพราะว่าตอนนี้ ความหนาแน่นของโรงงานอุตสาหกรรมมีมากอยู่แล้วหากเพิ่ม โรงงานไฟฟ้าชีวมวลเข้าไปอีก ตำบลประสงค์ต้องประสบปัญหามลพิษแน่นอน
นายธรรมฤทธิ์ พรหมม่วง ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลวัง ได้เข้าหารือด้วยกล่าวว่า "ผลกระทบที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่เฉพาะตำบลประสงค์เท่านั้น ตำบลวัง ซึ่งเป็นปลายน้ำก่อนที่น้ำลงสู่ทะเลก็ประสบปัญหาด้วย เพราะน้ำทั้งหมดของตำบลประสงค์จะไหลลงทะเลที่ตำบลวัง น้ำเสียจากโรงงานต่างๆไหลลงคลองวังทำให้น้ำในคลองเสีย เน่าเหม็น กุ้งหอยปูปลาในลำคลองแทบไม่มี นอกจากนั้นกลิ่นจากน้ำเสียโรงงานปาล์มน้ำมันก็ลอยไปไกลถึงตำบลวัง วันนี้จึงมาขอมีหุ้นส่วนด้วย " เป็นการเชื่อมโยงสภาเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาที่มีความต่อเนื่องกัน
นายศุภวัฒน์ กล่อมวิเศษ แกนนำชมรมอนุรักษ์ลุ่มน้ำคลองฉวาง ได้นำเทคนิคการต่อสู้ของพี่น้องลุ่มน้ำคลองฉวางมาบอกกับที่ประชุมว่า การต่อสู้ในเรื่องนี้เราต้องมีข้อมูล เราต้องย้อนกลับไปดูว่าในอดีตประวัติศาสตร์ชุมชนเป็นอย่างไร วิถีชุมชนเราเป็นแบบไหน เป็นเกษตรกรใช่หรือไม่ ดังนั้นการที่จะเอาอุตสาหกรรมมาอยู่ท่ามกลางเกษตรกรรมมันไม่ได้ การจัดการชุมชน สภาฯต้องชวนกันมากำหนดว่าเราจะทำอย่างไร เครื่องมือคือพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน เราต้องนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ หลังจากได้ข้อมูลมาแต่ละพื้นที่เรามาต่อเป็นจริงซอว์ นำมาวิเคราะห์รวบรวมเป็นชุดข้อมูลแล้วมาจัดเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาของสภาฯแล้วนำเสนอต่อ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอ จังหวัดหรือนำข้อมูลเป็นข้อเสนอของสภาฯเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดในวันประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับจังหวัดก็ได้ ทิศทางต้องชัดแบบนี้ ท้ายสุด ศุภวัฒน์บอกว่าสถานการณ์การขยายอุตสาหกรรมตอนนี้เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาคประชาชนต้องร่วมกันศึกษาข้อมูล ที่เป็นสาเหตุมาจากผลกระทบอุตสาหกรรมในเขตเกษตรกรรม นี่คือวิธีการต่อสู้ในภาคประชาชน
นายอรุณ ช่วยรักษา แกนนำพื้นที่ตำบลประสงค์ บอกว่า ผลกระทบสำคัญตอนนี้มีลำคลองสำคัญ ๕ สาย โรงเรียน ๕แห่ง ชุมชุนนับสิบชุมชน หลังจากนี้เราจะรวมรวบข้อมูลพื้นที่ ข้อมูลผลกระทบพร้อมการทำแผนที่ทำมือ แล้วจะนำมาร่วมหารือกันอีกรอบหนึ่งเพื่อรวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูลเหมือนกับที่คุณศุภวัฒน์ แนะนำ เราไม่รอให้เกิดโรงงานไฟฟ้าอีกแห่งหนึ่งแน่นอน เพราะที่มีอยู่ก็มากพอแล้ว รวมถึงเราจะร่วมกับขบวนสภาฯมาแก้ปัญหาร่วมกัน นายอรุณกล่าวก่อนปิดเวที
ปัญหาอันหนักหน่วงทั้งปัจจุบันและกำลังจะเกิดในอนาคตของตำบลประสงค์และพื้นที่ใกล้เคียงจะประสบผลแค่ไหนความสำคัญอยู่ที่พี่น้องจะสู้กันเหนียวแน่นแค่ไหน เราต้องรอติดตามดูความคืบหน้ากันต่อไป
ธรรมนูญ นาคขำ ผู้สื่อข่าวชุมชนสุราษฎร์ธานี รายงาน





