playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
558000013223301ผอ.พอช.ชี้แจงสื่อมวลชน  กรณีอดีต สปช.ร้องเรียนโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลองไม่โปร่งใสและทำให้ชาวบ้านเป็นหนี้จากการสร้างบ้านใหม่ว่า  โครงการบ้านมั่นคงเป็นการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำริมคลองขึ้นมาและจัดผังชุมชน-สร้างบ้านใหม่  เพื่อให้สำนักการระบายน้ำ กทม.สามารถสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมได้  ส่วนกระบวนการสร้างบ้านมั่นคงจะมีคณะกรรมการชุมชนและชาวบ้านช่วยกันบริหารและตรวจสอบ   หากโครงการใดไม่โปร่งใสก็จะมี สตง.เข้าไปตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

          วันนี้ (17 พ.ย.2558) นายพลากร  วงศ์กองแก้ว  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. กล่าวว่า  ตามที่มีข่าวว่านายสิระ  เจนจาคะ  อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สายสังคมได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนกรณีบ้านมั่นคง ซึ่งดำเนินการโดย พอช.ว่า  การจัดทำโครงการบ้านมั่นคงเป็นช่องทางการหากินของคณะกรรมการชุมชน       มีการดำเนินการไม่โปร่งใส  มีการบุกรุกพื้นที่เพื่อสร้างบ้านริมคลอง  รวมทั้งการอ้างว่าการสร้างบ้านมั่นคงทำให้ชาวบ้านเป็นหนี้นั้น  ตนขอชี้แจงว่า  โครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลองในกรุงเทพฯ  เป็นโครงการที่สืบเนื่องมาจากการจัดทำโครงการสร้างเขื่อนคอนกรีตเพื่อระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาล  โดยดำเนินการตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2558  เพื่อกำหนดมาตรการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดและการสร้างที่อยู่อาศัยรุกล้ำแนวลำคลองและทางระบายน้ำ  โดยจะเริ่มดำเนินการในคลองลาดพร้าว-คลองบางซื่อ-คลองเปรมประชากร  และคลองถนน  มีสำนักการระบายน้ำ  กทม.รับผิดชอบในการก่อสร้างเขื่อน

          “ในฐานะที่ พอช.เป็นหน่วยงานที่มีประสบการณ์ในการจัดทำโครงการบ้านมั่นคงทั่วประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยมาตั้งแต่ปี 2546  จึงได้รับมอบหมายจากรัฐบาลเพื่อให้ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลองที่จะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อน  โดยกรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของพื้นที่ริมคลองก็จะอนุญาตให้ชาวบ้านเช่าที่ดินในระยะยาว 30 ปี  ในราคาถูก  และถูกต้องตามกฎหมาย  ส่วน พอช.ก็จะสนับสนุนเรื่องงบประมาณด้านสาธารณูปโภค  และให้กู้ยืมสินเชื่อเพื่อก่อสร้างบ้านในระยะยาว  ดอกเบี้ยต่ำ  ทำให้ชาวบ้านได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง  มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น  และกทม.สามารถสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมได้”  ผอ.พอช.ชี้แจง

          ผอ.พอช.กล่าวต่อไปว่า  โครงการบ้านมั่นคงชุมชนริมคลอง  พอช.ได้สนับสนุนให้ชาวบ้านดำเนินการมาก่อนหน้านี้แล้ว  เช่น  ที่ชุมชนบางบัว  คลองบางบัว  เขตบางเขน, ชุมชนเชิงสะพานไม้ 1  เขตหลักสี่  ฯลฯ  จำนวน 30 ชุมชน  เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2549  ปัจจุบันสร้างเสร็จไปแล้ว  715  หลัง  ส่วนกระบวนการสร้างบ้านมั่นคงนั้น  ชาวบ้านจะต้องมีการรวมตัวกัน  มีคณะกรรมการรับผิดชอบ  สำรวจข้อมูลในชุมชน  เช่น  จำนวนบ้านเรือน  รายได้ที่จะสามารถผ่อนส่งได้  ฯลฯ  และจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นทุนในการก่อสร้างบ้าน  โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างสาธารณูปโภค  เช่น  ถนน  ทางเดินเท้า  ระบบประปา  ไฟฟ้า  บ่อบำบัดน้ำเสียรวม  สวนหย่อม  สนามเด็กเล่น  ฯลฯ  และสนับสนุนสินเชื่อในการก่อสร้างบ้าน  โดยชาวบ้านจะต้องออมเงินให้ได้ 10 % ของวงเงินก่อสร้าง  แล้วจึงยื่นโครงการเพื่อขอใช้สินเชื่อ  โดย พอช.จะให้สินเชื่อระยะยาว 15 ปี  อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี  หลังจากนั้นชาวบ้านจะต้องร่วมกันจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานขึ้นมาเพื่อบริหารโครงการ

          “จากการจัดทำโครงการบ้านมั่นคงริมคลองที่ผ่านมา  พอช.ได้ร่วมกันสำรวจข้อมูลร่วมกับคณะกรรมการชุมชนเพื่อดูว่าชาวบ้านมีรายได้เพียงพอที่จะผ่อนส่งสินเชื่อเดือนละเท่าไหร่  ส่วนใหญ่มีความสามารถในการผ่อนชำระระหว่าง 1,500-2,000 บาทต่อเดือน  และออกแบบบ้านร่วมกับชาวบ้านเพื่อให้สอดคล้องกับฐานะของชาวบ้าน  ไม่ได้เป็นการก่อหนี้สินให้กับชาวบ้าน  แต่เพื่อให้ชาวบ้านได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง  มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น  ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกขับไล่อีกต่อไป  เพราะเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย”  ผอ.พอช.กล่าว

          นอกจากนี้ ผอ.พอช.ยังกล่าวด้วยว่า  กรณีการร้องเรียนว่าคณะกรรมการชุมชนมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือมีการดำเนินงานไม่โปร่งใสนั้น  ที่ผ่านมา พอช.ได้ร่วมกับคณะกรรมการชุมชน  รวมทั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าไปตรวจสอบในชุมชนที่มีการร้องเรียนแล้ว  เช่น  ชุมชนก้าวหน้า,  ชุมชนชายคลองบางบัว  เขตหลักสี่ ฯลฯ  ซึ่งหากชุมชนใดตรวจพบความไม่ถูกต้องก็จะร่วมกันแก้ไขปัญหาหรือดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

          สำหรับโครงการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตป้องกันน้ำท่วมนี้  สำนักการระบายน้ำจะเริ่มลงมือก่อสร้างภายในเดือนธันวาคมนี้  โครงการดังกล่าวในช่วงแรก (พ.ศ.2558-2560) ประกอบด้วยการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีต ค.ส.ล.และประตูระบายน้ำในคลองลาดพร้าว  คลองบางบัว  คลองถนน  คลองสอง  และคลองบางซื่อ  จากอุโมงค์เขื่อนยักษ์พระราม 9-รามคำแหง  ไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้  เขตสายไหม  เพื่อระบายน้ำลงทะเลต่อไป  โดยจะสร้างเป็นเขื่อนคอนกรีต ความยาว 40,000 เมตร  และ  5,300  เมตร  รั้วเหล็กกันตกความยาว 43,000 เมตร  และประตูระบายน้ำ 1 แห่ง  ระยะเวลาก่อสร้าง  1,260 วัน  งบประมาณจำนวน  1,600 ล้านบาทเศษ 

          ส่วน พอช.มีแผนการรองรับที่อยู่อาศัยของชาวบ้านจำนวน 66 ชุมชน  จำนวน 11,004  ครัวเรือน  ประชาชน 58,838 คน  โดยมีรูปแบบการจัดที่อยู่อาศัยคือ 1.กรณีชาวบ้านรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองและอาศัยอยู่ในชุมชนเดิมได้  จะต้องมีการจัดผังชุมชนใหม่  เพื่อให้ทุกครัวเรือนสามารถสร้างบ้านใหม่ได้  2.กรณีที่ดินเดิมไม่พอเพียง  อาจจะต้องจัดหาที่ดินใหม่ในรัศมี 5-10 กิโลเมตรจากชุมชนเดิม  เพื่อสะดวกต่อการทำงาน  สถานศึกษา  โดยอาจขอซื้อที่ดินจากบรรษัทบริหารสินทรัพย์  กระทรวงการคลัง  3.จัดหาที่อยู่อาศัยของการเคหะ  เช่น  บ้านเอื้ออาทร  ฯลฯ

          ด้านแหล่งข่าวจากคณะรักษาความสงบ (คสช.)ในพื้นที่เขตหลักสี่  เปิดเผยว่า  การเคลื่อนไหวของชาวบ้านกลุ่มคัดค้านโครงการมีแกนนำบางส่วนเป็นเจ้าของบ้านเช่า ซึ่งมีบ้านเช่าอยู่ในชุมชนจำนวนหลายหลัง  หากมีการรื้อบ้านเพื่อปรับผังชุมชนใหม่  เจ้าของบ้านเช่าเหล่านี้จะได้รับผลกระทบ  และจะได้รับสิทธิ์ในการสร้างบ้านใหม่เพียง 1 หลังเท่ากับชาวบ้านคนอื่นๆ  รวมทั้งมีชาวบ้านที่ไม่อยากรื้อย้ายบ้าน  และเจ้าของร้านอาหารที่ปลูกสร้างอยู่ในที่ดินของกรมธนารักษ์โดยไม่ถูกกฎหมาย  ดังนั้นจึงได้ร่วมกันร้องเรียนและคัดค้านโครงการเพียงบางส่วนไม่ใช่ชาวบ้านริมคลองส่วนใหญ่  ซึ่งในฐานะ คสช.ในพื้นที่ก็ได้รายงานสถานการณ์ไปยังผู้บังคับบัญชาแล้วเพื่อให้ดำเนินการต่อไป

ที่มา : http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9580000127713

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter