playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
joomrat“ผมมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่อายุได้ 10 ขวบ  เมื่อก่อนยังว่ายน้ำในคลอง  ใช้น้ำในคลองซักเสื้อผ้า  ชาวบ้านยังตักน้ำในคลองใส่ตุ่ม  ใช้สารส้มแกว่งแล้วเอามาใช้ในบ้านได้  ปลายังมีเยอะ  ทั้งปลาตะเพียน   ปลาหลด  ปลากระทิง  ปลากรายขนาดตัวละ 5-6 โลยังมี   กุ้งก้ามกรามลงไปงมตามตลิ่งหาได้ง่าย  เรือพายขายกล้วยอ้อย  ขายขนมมีหลายลำ  ช่วงลอยกระทงก็จะสนุกสนานกันทั้งคลอง”  ลุงวาทิน  รักสุวรรณนิมิต  วัย 67  ปี  ชาวบ้านริมคลองใกล้วัดลาดพร้าว  เขตห้วยขวาง  เล่าวิถีชีวิตชาวบ้านในคลองลาดพร้าวย้อนหลังไปเมื่อ 40-50 ปีก่อน


เช่นเดียวกับลุงสำเนียง  บุญลือ  วัย 61 ปี  แกนนำชาวบ้านชุมชนพิบูลร่วมใจ 2  คลองลาดพร้าว  บอกว่า “เมื่อก่อนตอนเช้า  ตื่นมานุ่งผ้าขาวม้าลงไปอาบน้ำแปรงฟันในคลองได้เลย  แต่ทุกวันนี้คงไม่มีใครกล้า  กลัวจะตาบอด  แต่ก็ยังมีเด็กๆ ลงไปเล่นน้ำในคลองอยู่นะ  ถ้าฟื้นฟูคลองขึ้นมาได้ก็จะดี  ชาวบ้านก็มีแผนที่จะเดินเรือในคลอง  เรือท่องเที่ยว  และตลาดน้ำอยู่แล้ว”
        

ก่อนที่เมืองจะขยายตัว  ริมคลองลาดพร้าวเคยมีโรงสีเล็กรับซื้อข้าวอยู่ 2 โรง  เพราะพื้นที่รอบๆ ยังเป็นทุ่งนา  ชาวบ้านดั้งเดิมยังทำนาเป็นอาชีพหลัก  แม่ของลุงสำเนียงเมื่อก่อนก็ยังทำนา  แต่มาเลิกราไปเมื่อราวปี 2518   เพราะความเจริญเริ่มคืบคลานเข้ามา  ที่ดินราคาแพงขึ้น  ทุ่งนาจึงกลายเป็นที่ดินจัดสรรและเป็นหมู่บ้านเป็นร้านค้า  โรงสีข้าวจึงพลอยหายไปด้วย  ส่วนสภาพน้ำในคลองเริ่มเน่าเสียตั้งแต่ปี 2528-2529  เพราะเมืองเริ่มขยายตัว  มีตึกแถว  ร้านค้า  มีตลาดสด  โรงนวด ฯลฯ  รวมทั้งท่อระบายน้ำทิ้งของ กทม.ก็ปล่อยลงคลองโดยไม่มีการบำบัด  นานวันเข้าน้ำในคลองก็เน่าเหม็นเป็นสีดำ  กุ้ง  ปลาจึงหายไป


คลองลาดพร้าวมีความยาวทั้งหมดประมาณ 22 กิโลเมตร  เชื่อมกับคลองแสนแสบบริเวณชุมชนพระราม 9  ตัดผ่านถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา  ผ่านชุมชนประชาอุทิศ-ลาดพร้าว 80-พิบูลร่วมใจ 2-สะพานสอง-วัดลาดพร้าว-วังหิน-บางบัว-คลองสอง-สะพานใหม่-คลองถนน (เขตสายไหม) ไปเชื่อมกับคลองต่างๆ ที่แยกมาจากคลองรังสิตได้  ส่วนคลองบางซื่อที่เชื่อมกับคลองลาดพร้าว  มีต้นคลองอยู่ที่แม่น้ำเจ้าพระยา  ไหลผ่านเกียกกาย  เขตดุสิต      เข้ามาในเขตบางซื่อ-พญาไท-ดินแดง-ห้วยขวาง  และเชื่อมกับคลองลาดพร้าวบริเวณใกล้วัดลาดพร้าว  รวมความยาวประมาณ  8 กิโลเมตร


ปัจจุบันสำนักการระบายน้ำ  กรุงเทพมหานครมีโครงการสร้างเขื่อนคอนกรีตเพื่อป้องกันน้ำท่วมในคลองลาดพร้าว  คลองบางซื่อ  และคลองเปรมประชากรที่อยู่ใกล้เคียงกัน  ซึ่งขณะนี้ได้บริษัทที่รับเหมางานแล้วในวงเงินประมาณ 1,600 ล้านบาทเศษ  คาดว่าจะเซ็นสัญญาและเริ่มก่อสร้างได้ภายในเดือนธันวาคม 2558 นี้   ส่วนแผนการรองรับชาวบ้านที่จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนให้พ้นแนวเขื่อนฯ  รัฐบาลได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องที่อยู่อาศัยของชาวบ้านตามแนวทางบ้านมั่นคง  โดยการจัดผังชุมชนใหม่และสร้างที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิม  หรือกรณีที่ดินเดิมไม่พออาจจัดซื้อที่ดินใหม่  หรือหาที่อยู่อาศัยของการเคหะฯ มารองรับ  ซึ่ง พอช.ได้กำหนดแผน 3 ปี (พ.ศ.2558-2560)  มีเป้าหมาย  66  ชุมชน  11,004  หลังคาเรือน   จำนวนชาวบ้าน 58,838 คน

         
อย่างไรก็ดี  ก่อนที่โครงการก่อสร้างเขื่อนจะเข้ามา  ในช่วงปี 2555  ภายหลังจากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่  ผู้นำชาวบ้านในคลองลาดพร้าวและบางซื่อได้ร่วมกับประชาคมเขตห้วยขวาง  ซึ่งประกอบด้วย  ส่วนราชการในท้องที่  นักการเมืองในท้องถิ่น  ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสาขาวิชาชีพต่างๆ  เช่น  สถาปนิก  นักออกแบบผังเมือง ภาคธุรกิจ  ฯลฯ  ปรึกษาหารือกันเรื่องการฟื้นฟูคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อที่อยู่ในเขตห้วยขวางขึ้นมา  เพื่อให้ชาวบ้านและสังคมส่วนรวมได้ใช้ประโยชน์จากคลองร่วมกัน  โดยมีการสำรวจคลองเพื่อนำข้อมูลมาวางแผนการพัฒนาและฟื้นฟูคลอง 


ต่อมาในปี 2557  จึงเริ่มมีการฟื้นฟูคลองบางซื่อขึ้นมา  เช่น  มีการจัดพิธีบวชคลอง  มีการปลูกหญ้าแฝกลงในลำคลองเพื่อให้รากแฝกช่วยกรองน้ำเสีย  และทำน้ำหมักจุลินทรีย์แล้วเทลงในคลองเพื่อให้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย  จนถึงปัจจุบันนี้น้ำในคลองบางซื่อช่วงถนนรัชดาภิเษกลงมาถึงชุมชนลาดพร้าวซอย 46 น้ำในคลองใสขึ้น  มีปลาแหวกว่ายให้เห็น  ต่างจากน้ำในคลองลาดพร้าวที่ยังมีสีดำเหมือนโอวเลี้ยง


ผศ.พงศ์พร  สุดบรรทัด  ผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมและการวางผังเมือง  ประธานประชาคมเขตห้วยขวาง  กล่าวว่า  เขตห้วยขวางจะเป็นต้นแบบในการพัฒนาชุมชนและคลอง   โดยตนจะเสนอให้สภาสถาปนิกเข้ามาพูดคุยกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ คมนาคม  และกระทรวงมหาดไทย  เพื่อร่วมกับชาวบ้านพัฒนาชุมชนและคลองลาดพร้าวเขตห้วยขวางให้เป็นพื้นที่ตัวอย่าง   เป็นเวนิสตะวันออกอย่างแท้จริง  โดยจะต้องมีการบำบัดน้ำเสีย  และมีการเดินเรือในคลองเพื่อการคมนาคมและการท่องเที่ยวต่อไป


“แม้ในวันนี้น้ำในคลองลาดพร้าวจะเน่าเสีย  แต่ในวันข้างหน้าจะต้องมีโครงการบำบัดน้ำเน่าเสียอย่างแน่นอน  เพราะในขณะนี้รัฐบาลจะเริ่มโครงการบำบัดน้ำเน่าเสียในคลองแสนแสบแล้ว  ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณเกือบ 7,000 ล้านบาท  ดังนั้นคลองลาดพร้าวซึ่งเชื่อมกับคลองแสนแสบในอนาคตก็จะต้องแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียด้วยเช่นกัน  และสามารถเชื่อมการเดินเรือกับคลองแสนแสบไปถึงคลองพระโขนงได้  โดยให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการเดินเรือ”  ประธานประชาคมเขตห้วยขวางกล่าว


จำรัส  กลิ่นอุบล    ประธานเครือข่ายชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ  กล่าวว่า  ก่อนหน้านี้หลายปีเคยมีการเดินเรือในคลองลาดพร้าวจากสะพานใหม่ไปพระโขนง  แต่ชาวบ้านไม่ได้มีส่วนร่วมเพราะเป็นการเดินเรือของบริษัทเอกชน  ทั้งยังเกิดปัญหากับชุมชน  เช่น  เรือวิ่งเร็ว  เสียงดัง  คลื่นจากคลองกระแทกบ้านริมคลอง  และเมื่อการเดินเรือในช่วงนั้นไม่ได้รับความนิยม  บริษัทเอกชนที่มาวิ่งเรือจึงเลิกไป  ซึ่งหากมีการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตในคลองแล้ว  หากจะมีการเดินเรือในคลองก็จะไม่มีผลกระทบกับบ้านที่อยู่ริมคลอง  เพราะเขื่อนคอนกรีตจะป้องกันแรงกระแทกจากคลื่นได้  และจะสามารถเชื่อมการคมนาคมระหว่างถนนลาดพร้าวกับรถไฟฟ้าใต้ดินที่มีสถานีบริเวณถนนรัชดาภิเษกได้

         
ทุกวันนี้ในชั่วโมงเร่งด่วนในถนนลาดพร้าวรถจะติดมาก  และหากมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าในถนนลาดพร้าวขึ้นมาอีก  การจราจรก็จะยิ่งเป็นอัมพาตขึ้นไปอีก  เราจึงคิดแผนเรื่องการเดินเรือในคลอง  ในระยะแรกอาจจะเป็นช่วงสั้นๆ จากสะพานสองหรือวัดลาดพร้าวไปเชื่อมกับคลองบางซื่อที่ถนนรัชดาภิเษกซึ่งมีรถไฟฟ้าใต้ดินอยู่แล้ว  หรือจากคลองลาดพร้าวอาจเชื่อมไปยังคลองแสนแสบหรือเชื่อมต่อกับรถยนต์ที่ถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทราได้”  จำรัสบอกถึงแผนงานและว่า  ตอนนี้ชาวบ้านมีเรือยนต์ที่สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ประมาณ 20-30  คนอยู่แล้วจำนวน 3 ลำ  หากได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะทำให้การเดินเรือในคลองลาดพร้าวและบางซื่อเป็นไปได้จริง

         
นอกจากนี้ชาวบ้านก็ยังมีแผนงานในการเดินเรือเพื่อการท่องเที่ยว  การสร้างตลาดน้ำขึ้นมาที่บริเวณสะพานสอง  บริเวณชุมชนพิบูลร่วมใจ 2  โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจให้ความสนใจที่จะสนับสนุนชาวบ้าน  ส่วนการฟื้นฟูคลองนั้นชาวบ้านพร้อมที่จะร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและองค์กรต่างๆ อยู่แล้ว  เพราะชาวบ้านอยู่ปลายท่อน้ำทิ้งและได้รับผลกระทบจากน้ำเน่าเสียในคลอง  ไม่สามารถหาปลาหรือใช้ประโยชน์จากคลองได้เหมือนเมื่อก่อน  และแผนงานหนึ่งที่คิดเอาไว้นอกจากการปลูกหญ้าแฝกในคลองแล้ว  ชาวบ้านก็อยากจะปลูกต้นเตยในคลองเพราะมีรากช่วยกรองน้ำเสีย  และยังตัดใบเตยขายเป็นรายได้อีกด้วย  เพราะชุมชนอยู่ใกล้กับตลาดและวัดซึ่งต้องการใช้ใบเตยอยู่แล้ว 

         
กมลทิพย์  คงประเสริฐอมร  จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ซึ่งนำคณะกว่า 10 คนมาสำรวจคลองลาดพร้าว-คลองบางซื่อ  เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา   กล่าวว่า  การมาสำรวจคลองเพื่อดูสภาพการใช้ประโยชน์จากคลองของชาวบ้าน  และดูเรื่องท่อระบายน้ำทิ้งทั้งจากชุมชน  โรงงาน  ร้านค้า  และท่อน้ำทิ้งของ กทม.  หลังจากนั้นจะจัดเวทีพูดคุยกับชาวบ้านในคลองลาดพร้าว-บางซื่อทั้ง 13 ชุมชนเพื่อดูความต้องการของชาวบ้านว่าต้องการพัฒนาคลองไปในแนวทางไหน อย่างไร  และหลังจากนั้นจึงจะนำแผนงานของหน่วยงานราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคลองมาบูรณาการร่วมกัน  เพื่อจัดทำเป็นแผนการพัฒนาคลองสนับสนุนความต้องการของชาวบ้านต่อไป

         
สำหรับเทศกาลวันลอยกระทงในปีนี้   ชาวชุมชนคลองบางซื่อ-คลองลาดพร้าวที่อยู่ในพื้นที่เขตห้วยขวาง จำนวน 13 ชุมชน ได้ร่วมกับประชาคมเขตห้วยขวาง  สำนักงานเขตห้วยขวาง  และองค์กรภาคีต่างๆ  ร่วมกันจัดงานลอยกระทงในวันที่ 22  พฤศจิกายน  ที่บริเวณสะพานข้ามคลองบางซื่อชุมชนลาดพร้าวซอย 42-44  และในวันที่  25 พฤศจิกายน  จะจัดขึ้นที่บริเวณท่าเรือริมคลองลาดพร้าวชุมชนพิบูลร่วมใจ 2

         
จำรัส  กลิ่นอุบล  กล่าวว่า  งานในวันที่ 22 พ.ย.จะเริ่มตั้งแต่เช้า  โดยจะมีการนิมนต์พระจากวัดลาดพร้าวจำนวน 9 รูปมาบิณฑบาตทางเรือ  เพื่อให้ชาวบ้านในคลองลาดพร้าวและบางซื่อได้ตักบาตรข้าวสารและอาหารแห้ง  ส่วนช่วงบ่ายก็จะมีการแห่กลองยาวทางเรือ  แข่งขันพายเรือเล็ก  การแสดงและการละเล่นต่างๆ ของชาวบ้าน  เช่น  การแต่งตัวย้อนยุค  และลอยกระทงในตอนค่ำ  ส่วนในวันที่ 25 พ.ย.ที่ชุมชนพิบูลร่วมใจ 2 ก็จะจัดงานในลักษณะเดียวกัน 

         
“เราจัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการสืบสานประเพณีและวัฒนธรรม  และฟื้นฟูการใช้ประโยชน์จากคลอง  ไม่ใช่ปล่อยให้คลองเป็นแค่ทางระบายน้ำเน่าเสีย  เพราะพวกเราจะต้องอยู่กับคลองต่อไป  และจะต้องร่วมกันดูแลคลอง      ใช้คลองให้เป็นประโยชน์   ทั้งเรื่องการคมนาคม  ท่องเที่ยว  และเศรษฐกิจชุมชน  รวมทั้งการปรับปรุงบ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้เป็นระเบียบสวยงาม  เพื่อให้เป็นชุมชนริมคลองตัวอย่าง”    ประธานเครือข่ายชุมชนริมคลองฯ กล่าวทิ้งท้าย         



สุวัฒน์ กิขุนทด รายงาน                        



Connecthomelandscapewatinyayoung


แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter