เช่นเดียวกับลุงสำเนียง บุญลือ วัย 61 ปี แกนนำชาวบ้านชุมชนพิบูลร่วมใจ 2 คลองลาดพร้าว บอกว่า “เมื่อก่อนตอนเช้า ตื่นมานุ่งผ้าขาวม้าลงไปอาบน้ำแปรงฟันในคลองได้เลย แต่ทุกวันนี้คงไม่มีใครกล้า กลัวจะตาบอด แต่ก็ยังมีเด็กๆ ลงไปเล่นน้ำในคลองอยู่นะ ถ้าฟื้นฟูคลองขึ้นมาได้ก็จะดี ชาวบ้านก็มีแผนที่จะเดินเรือในคลอง เรือท่องเที่ยว และตลาดน้ำอยู่แล้ว”
ก่อนที่เมืองจะขยายตัว ริมคลองลาดพร้าวเคยมีโรงสีเล็กรับซื้อข้าวอยู่ 2 โรง เพราะพื้นที่รอบๆ ยังเป็นทุ่งนา ชาวบ้านดั้งเดิมยังทำนาเป็นอาชีพหลัก แม่ของลุงสำเนียงเมื่อก่อนก็ยังทำนา แต่มาเลิกราไปเมื่อราวปี 2518 เพราะความเจริญเริ่มคืบคลานเข้ามา ที่ดินราคาแพงขึ้น ทุ่งนาจึงกลายเป็นที่ดินจัดสรรและเป็นหมู่บ้านเป็นร้านค้า โรงสีข้าวจึงพลอยหายไปด้วย ส่วนสภาพน้ำในคลองเริ่มเน่าเสียตั้งแต่ปี 2528-2529 เพราะเมืองเริ่มขยายตัว มีตึกแถว ร้านค้า มีตลาดสด โรงนวด ฯลฯ รวมทั้งท่อระบายน้ำทิ้งของ กทม.ก็ปล่อยลงคลองโดยไม่มีการบำบัด นานวันเข้าน้ำในคลองก็เน่าเหม็นเป็นสีดำ กุ้ง ปลาจึงหายไป
คลองลาดพร้าวมีความยาวทั้งหมดประมาณ 22 กิโลเมตร เชื่อมกับคลองแสนแสบบริเวณชุมชนพระราม 9 ตัดผ่านถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ผ่านชุมชนประชาอุทิศ-ลาดพร้าว 80-พิบูลร่วมใจ 2-สะพานสอง-วัดลาดพร้าว-วังหิน-บางบัว-คลองสอง-สะพานใหม่-คลองถนน (เขตสายไหม) ไปเชื่อมกับคลองต่างๆ ที่แยกมาจากคลองรังสิตได้ ส่วนคลองบางซื่อที่เชื่อมกับคลองลาดพร้าว มีต้นคลองอยู่ที่แม่น้ำเจ้าพระยา ไหลผ่านเกียกกาย เขตดุสิต เข้ามาในเขตบางซื่อ-พญาไท-ดินแดง-ห้วยขวาง และเชื่อมกับคลองลาดพร้าวบริเวณใกล้วัดลาดพร้าว รวมความยาวประมาณ 8 กิโลเมตร
ปัจจุบันสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานครมีโครงการสร้างเขื่อนคอนกรีตเพื่อป้องกันน้ำท่วมในคลองลาดพร้าว คลองบางซื่อ และคลองเปรมประชากรที่อยู่ใกล้เคียงกัน ซึ่งขณะนี้ได้บริษัทที่รับเหมางานแล้วในวงเงินประมาณ 1,600 ล้านบาทเศษ คาดว่าจะเซ็นสัญญาและเริ่มก่อสร้างได้ภายในเดือนธันวาคม 2558 นี้ ส่วนแผนการรองรับชาวบ้านที่จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนให้พ้นแนวเขื่อนฯ รัฐบาลได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องที่อยู่อาศัยของชาวบ้านตามแนวทางบ้านมั่นคง โดยการจัดผังชุมชนใหม่และสร้างที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิม หรือกรณีที่ดินเดิมไม่พออาจจัดซื้อที่ดินใหม่ หรือหาที่อยู่อาศัยของการเคหะฯ มารองรับ ซึ่ง พอช.ได้กำหนดแผน 3 ปี (พ.ศ.2558-2560) มีเป้าหมาย 66 ชุมชน 11,004 หลังคาเรือน จำนวนชาวบ้าน 58,838 คน
อย่างไรก็ดี ก่อนที่โครงการก่อสร้างเขื่อนจะเข้ามา ในช่วงปี 2555 ภายหลังจากมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ ผู้นำชาวบ้านในคลองลาดพร้าวและบางซื่อได้ร่วมกับประชาคมเขตห้วยขวาง ซึ่งประกอบด้วย ส่วนราชการในท้องที่ นักการเมืองในท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสาขาวิชาชีพต่างๆ เช่น สถาปนิก นักออกแบบผังเมือง ภาคธุรกิจ ฯลฯ ปรึกษาหารือกันเรื่องการฟื้นฟูคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อที่อยู่ในเขตห้วยขวางขึ้นมา เพื่อให้ชาวบ้านและสังคมส่วนรวมได้ใช้ประโยชน์จากคลองร่วมกัน โดยมีการสำรวจคลองเพื่อนำข้อมูลมาวางแผนการพัฒนาและฟื้นฟูคลอง
ต่อมาในปี 2557 จึงเริ่มมีการฟื้นฟูคลองบางซื่อขึ้นมา เช่น มีการจัดพิธีบวชคลอง มีการปลูกหญ้าแฝกลงในลำคลองเพื่อให้รากแฝกช่วยกรองน้ำเสีย และทำน้ำหมักจุลินทรีย์แล้วเทลงในคลองเพื่อให้จุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย จนถึงปัจจุบันนี้น้ำในคลองบางซื่อช่วงถนนรัชดาภิเษกลงมาถึงชุมชนลาดพร้าวซอย 46 น้ำในคลองใสขึ้น มีปลาแหวกว่ายให้เห็น ต่างจากน้ำในคลองลาดพร้าวที่ยังมีสีดำเหมือนโอวเลี้ยง
ผศ.พงศ์พร สุดบรรทัด ผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมและการวางผังเมือง ประธานประชาคมเขตห้วยขวาง กล่าวว่า เขตห้วยขวางจะเป็นต้นแบบในการพัฒนาชุมชนและคลอง โดยตนจะเสนอให้สภาสถาปนิกเข้ามาพูดคุยกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ คมนาคม และกระทรวงมหาดไทย เพื่อร่วมกับชาวบ้านพัฒนาชุมชนและคลองลาดพร้าวเขตห้วยขวางให้เป็นพื้นที่ตัวอย่าง เป็นเวนิสตะวันออกอย่างแท้จริง โดยจะต้องมีการบำบัดน้ำเสีย และมีการเดินเรือในคลองเพื่อการคมนาคมและการท่องเที่ยวต่อไป
“แม้ในวันนี้น้ำในคลองลาดพร้าวจะเน่าเสีย แต่ในวันข้างหน้าจะต้องมีโครงการบำบัดน้ำเน่าเสียอย่างแน่นอน เพราะในขณะนี้รัฐบาลจะเริ่มโครงการบำบัดน้ำเน่าเสียในคลองแสนแสบแล้ว ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณเกือบ 7,000 ล้านบาท ดังนั้นคลองลาดพร้าวซึ่งเชื่อมกับคลองแสนแสบในอนาคตก็จะต้องแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียด้วยเช่นกัน และสามารถเชื่อมการเดินเรือกับคลองแสนแสบไปถึงคลองพระโขนงได้ โดยให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการเดินเรือ” ประธานประชาคมเขตห้วยขวางกล่าว
จำรัส กลิ่นอุบล ประธานเครือข่ายชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้หลายปีเคยมีการเดินเรือในคลองลาดพร้าวจากสะพานใหม่ไปพระโขนง แต่ชาวบ้านไม่ได้มีส่วนร่วมเพราะเป็นการเดินเรือของบริษัทเอกชน ทั้งยังเกิดปัญหากับชุมชน เช่น เรือวิ่งเร็ว เสียงดัง คลื่นจากคลองกระแทกบ้านริมคลอง และเมื่อการเดินเรือในช่วงนั้นไม่ได้รับความนิยม บริษัทเอกชนที่มาวิ่งเรือจึงเลิกไป ซึ่งหากมีการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตในคลองแล้ว หากจะมีการเดินเรือในคลองก็จะไม่มีผลกระทบกับบ้านที่อยู่ริมคลอง เพราะเขื่อนคอนกรีตจะป้องกันแรงกระแทกจากคลื่นได้ และจะสามารถเชื่อมการคมนาคมระหว่างถนนลาดพร้าวกับรถไฟฟ้าใต้ดินที่มีสถานีบริเวณถนนรัชดาภิเษกได้
ทุกวันนี้ในชั่วโมงเร่งด่วนในถนนลาดพร้าวรถจะติดมาก และหากมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าในถนนลาดพร้าวขึ้นมาอีก การจราจรก็จะยิ่งเป็นอัมพาตขึ้นไปอีก เราจึงคิดแผนเรื่องการเดินเรือในคลอง ในระยะแรกอาจจะเป็นช่วงสั้นๆ จากสะพานสองหรือวัดลาดพร้าวไปเชื่อมกับคลองบางซื่อที่ถนนรัชดาภิเษกซึ่งมีรถไฟฟ้าใต้ดินอยู่แล้ว หรือจากคลองลาดพร้าวอาจเชื่อมไปยังคลองแสนแสบหรือเชื่อมต่อกับรถยนต์ที่ถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทราได้” จำรัสบอกถึงแผนงานและว่า ตอนนี้ชาวบ้านมีเรือยนต์ที่สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ประมาณ 20-30 คนอยู่แล้วจำนวน 3 ลำ หากได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะทำให้การเดินเรือในคลองลาดพร้าวและบางซื่อเป็นไปได้จริง
นอกจากนี้ชาวบ้านก็ยังมีแผนงานในการเดินเรือเพื่อการท่องเที่ยว การสร้างตลาดน้ำขึ้นมาที่บริเวณสะพานสอง บริเวณชุมชนพิบูลร่วมใจ 2 โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจให้ความสนใจที่จะสนับสนุนชาวบ้าน ส่วนการฟื้นฟูคลองนั้นชาวบ้านพร้อมที่จะร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและองค์กรต่างๆ อยู่แล้ว เพราะชาวบ้านอยู่ปลายท่อน้ำทิ้งและได้รับผลกระทบจากน้ำเน่าเสียในคลอง ไม่สามารถหาปลาหรือใช้ประโยชน์จากคลองได้เหมือนเมื่อก่อน และแผนงานหนึ่งที่คิดเอาไว้นอกจากการปลูกหญ้าแฝกในคลองแล้ว ชาวบ้านก็อยากจะปลูกต้นเตยในคลองเพราะมีรากช่วยกรองน้ำเสีย และยังตัดใบเตยขายเป็นรายได้อีกด้วย เพราะชุมชนอยู่ใกล้กับตลาดและวัดซึ่งต้องการใช้ใบเตยอยู่แล้ว
กมลทิพย์ คงประเสริฐอมร จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำคณะกว่า 10 คนมาสำรวจคลองลาดพร้าว-คลองบางซื่อ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กล่าวว่า การมาสำรวจคลองเพื่อดูสภาพการใช้ประโยชน์จากคลองของชาวบ้าน และดูเรื่องท่อระบายน้ำทิ้งทั้งจากชุมชน โรงงาน ร้านค้า และท่อน้ำทิ้งของ กทม. หลังจากนั้นจะจัดเวทีพูดคุยกับชาวบ้านในคลองลาดพร้าว-บางซื่อทั้ง 13 ชุมชนเพื่อดูความต้องการของชาวบ้านว่าต้องการพัฒนาคลองไปในแนวทางไหน อย่างไร และหลังจากนั้นจึงจะนำแผนงานของหน่วยงานราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคลองมาบูรณาการร่วมกัน เพื่อจัดทำเป็นแผนการพัฒนาคลองสนับสนุนความต้องการของชาวบ้านต่อไป
สำหรับเทศกาลวันลอยกระทงในปีนี้ ชาวชุมชนคลองบางซื่อ-คลองลาดพร้าวที่อยู่ในพื้นที่เขตห้วยขวาง จำนวน 13 ชุมชน ได้ร่วมกับประชาคมเขตห้วยขวาง สำนักงานเขตห้วยขวาง และองค์กรภาคีต่างๆ ร่วมกันจัดงานลอยกระทงในวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่บริเวณสะพานข้ามคลองบางซื่อชุมชนลาดพร้าวซอย 42-44 และในวันที่ 25 พฤศจิกายน จะจัดขึ้นที่บริเวณท่าเรือริมคลองลาดพร้าวชุมชนพิบูลร่วมใจ 2
จำรัส กลิ่นอุบล กล่าวว่า งานในวันที่ 22 พ.ย.จะเริ่มตั้งแต่เช้า โดยจะมีการนิมนต์พระจากวัดลาดพร้าวจำนวน 9 รูปมาบิณฑบาตทางเรือ เพื่อให้ชาวบ้านในคลองลาดพร้าวและบางซื่อได้ตักบาตรข้าวสารและอาหารแห้ง ส่วนช่วงบ่ายก็จะมีการแห่กลองยาวทางเรือ แข่งขันพายเรือเล็ก การแสดงและการละเล่นต่างๆ ของชาวบ้าน เช่น การแต่งตัวย้อนยุค และลอยกระทงในตอนค่ำ ส่วนในวันที่ 25 พ.ย.ที่ชุมชนพิบูลร่วมใจ 2 ก็จะจัดงานในลักษณะเดียวกัน
“เราจัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการสืบสานประเพณีและวัฒนธรรม และฟื้นฟูการใช้ประโยชน์จากคลอง ไม่ใช่ปล่อยให้คลองเป็นแค่ทางระบายน้ำเน่าเสีย เพราะพวกเราจะต้องอยู่กับคลองต่อไป และจะต้องร่วมกันดูแลคลอง ใช้คลองให้เป็นประโยชน์ ทั้งเรื่องการคมนาคม ท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน รวมทั้งการปรับปรุงบ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้เป็นระเบียบสวยงาม เพื่อให้เป็นชุมชนริมคลองตัวอย่าง” ประธานเครือข่ายชุมชนริมคลองฯ กล่าวทิ้งท้าย
สุวัฒน์ กิขุนทด รายงาน





