เครือข่ายชาวบ้านริมคลองในเขตกรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของ กทม. กว่า 40 ชุมชน ยืนยันพร้อมที่จะคืนคลองให้แก่ส่วนร่วม โดยการรื้อบ้านออกจากคลองแล้วสร้างบ้านใหม่ตามโครงการบ้านมั่นคงของรัฐบาล แต่ติดปัญหาการดำเนินงานล่าช้าเพราะกทม.ยังไม่ชี้ชัดเรื่องแนวคลองและการเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ ปล่อยชาวบ้านเคว้งเพราะรื้อบ้านนานกว่า 4 เดือนแล้วยังไม่ได้สร้างบ้าน
เมื่อวานนี้ (19 พฤศจิกายน) เครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลอง ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของชาวบ้านในชุมชนริมคลองต่างๆ ในกรุงเทพฯ ได้จัดประชุมร่วมกัน โดยมีตัวแทนจากชุมชนต่างริมคลองต่างๆ เช่น คลองเปรมประชากร เขตหลักสี่, คลองวังหิน เขตจตุจักร, คลองบางบัว เขตบางเขน, และคลองถนน เขตสายไหม ประมาณ 40 ชุมชนเข้าร่วมประชุมประมาณ 50 คน
นายเลิศ ตุลาธาร ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาชุมชนฯ กล่าวว่า การประชุมของตัวแทนเครือข่ายในวันนี้เนื่องมาจากโครงการสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาลในคลองต่างๆ ที่จะเริ่มดำเนินการในปีนี้ จะทำให้ชาวบ้านที่อยู่อาศัยริมคลองในแนวสร้างเขื่อนต้องรื้อย้ายบ้านเรือนให้พ้นคลอง โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.รับผิดชอบเรื่องที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับชาวบ้านตามโครงการบ้านมั่นคง
“ชาวบ้านส่วนใหญ่พร้อมที่จะทำตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อจะได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและถูกกฎหมาย แต่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักการระบายน้ำ กทม. และกรมธนารักษ์ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องแนวเขื่อนที่จะสร้างว่าจะมีความกว้างกี่เมตร ทำให้กรมธนารักษ์ในฐานะที่เป็นเจ้าของที่ดินริมคลองยังไม่ให้ชาวบ้านเช่าที่ดินเพื่อสร้างบ้าน และบางชุมชนที่รื้อบ้านพ้นแนวคลองไปนานหลายเดือนแล้วแต่ยังไม่ได้สร้างบ้าน ได้แต่ตอกเสาเข็ม เพราะสำนักงานเขตสั่งระงับการก่อสร้างโดยให้เหตุผลว่าไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้าง” นายเลิศกล่าว
นางสาวดุสิตธร ทิวะกะลิน ประธานชุมชนคนรักถิ่น ริมคลองเปรมประชากร เขตหลักสี่ กล่าวว่า ชุมชนมีบ้านเรือนทั้งหมด 140 หลัง เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงรวม 102 หลัง เริ่มรื้อบ้านเฟสแรก 7 หลังเมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา เป็นบ้านที่ปลูกล้ำลงไปในคลอง 4 หลัง และบนฝั่ง 3 หลัง โดยจะก่อสร้างบ้านเฟสแรก 7 หลังในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ และเริ่มตอกเสาเข็มไปแล้ว แต่เมื่อวานนี้ (18 พ.ย.) สำนักงานเขตได้มาสั่งระงับการก่อสร้าง รวมทั้งชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 ที่กำลังจะก่อสร้างบ้านเฟสแรก 9 หลังก็ติดปัญหานี้เช่นเดียวกัน
“เราทำตามนโยบายของทางรัฐบาล เพื่อให้สร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมได้ และชาวบ้านก็ยอมรื้อบ้านออกจากคลองแล้ว ชาวบ้านก็หวังว่าเมื่อรื้อบ้านแล้วจะได้สร้างบ้านใหม่เร็วๆ แต่ตอนนี้ก็ยังสร้างไม่ได้ ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน เพราะนานกว่า 4 เดือนที่ชาวบ้านต้องไปอาศัยบ้านคนอื่นอยู่ เด็กๆ และคนแก่ก็ลำบาก บางครอบครัวมีคนพิการก็ไม่สะดวกที่จะไปอาศัยคนอื่นอยู่ต้องหาบ้านเช่าทั้งๆ ที่มีรายได้ไม่มากนัก จึงอยากให้รัฐบาลลงมาดูแลมาช่วยเหลือชาวบ้านด้วย” ประธานชุมชนคนรักถิ่นกล่าว
นายกิตติชัย เรืองมาลัย ประธานชุมชนแจ้งวัฒนะ 5 เขตหลักสี่ กล่าวว่า ชุมชนแจ้งวัฒนะ 5 ได้เซ็น MOU. กับกรมธนารักษ์ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2553 เพื่อจัดทำโครงการบ้านมั่นคง ส่วนการก่อสร้างที่เพิ่งเริ่มต้นนี้เป็นบ้านมั่นคงเฟสใหม่ที่จะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาล ชาวบ้านจึงยอมรื้อบ้านที่รุกล้ำริมคลองออกเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลและจะสร้างบ้านมั่นคงขึ้นมาใหม่จำนวน 93 หลัง โดยจะสร้างเฟสแรก 17 หลัง ซึ่งการระงับการก่อสร้างของทางสำนักงานเขตหลักสี่ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เพราะรื้อย้ายบ้านและกันแนวคลองออกมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาจำนวน 9 หลัง ทำให้ชาวบ้านไม่มีที่อยู่อาศัยต้องไปเช่าบ้านอยู่ ทั้งนี้ชุมชนได้ตอกเสาเข็มและลงเสาเอกไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
นายเลิศ ตุลาธาร ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาชุมชนฯ กล่าวว่า การประชุมของเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมในวันนี้ ได้ข้อสรุป 4 ประเด็น คือ1.ให้สำนักการระบายน้ำ กทม.ทำผังระยะคลองเป็นภาพรวมทั้งชุมชนตลอดแนวคลองที่จะสร้างเขื่อน เพื่อให้ชาวบ้านรู้แนวความกว้างของคลองที่จะก่อสร้างเขื่อน แล้วนำมาวางแผนในการจัดผังชุมชนใหม่ให้พ้นแนวเขื่อน เพื่อก่อสร้างบ้านต่อไป 2.เสนอให้สำนักงานเขตในพื้นที่สร้างเขื่อนฯ แต่งตั้งคณะกรรมการโดยให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ
3.สอบถามความชัดเจนเรื่องแนวคลองจากสำนักการระบายน้ำ (สนน.) โดยแต่ละชุมชนมีข้อเสนอต่อ สนน.แตกต่างกันตามสภาพความกว้างของคลอง เช่น คลองเปรมประชากรควรมีความกว้าง 25 เมตร เพื่อให้ชาวบ้านอยู่ได้ เขื่อนสร้างได้ ไม่ใช่กำหนดแนวความกว้างตลอดแนวเขื่อน 38 เมตร เพราะจะทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่อยู่ไม่ได้ ต้องไปหาที่ดินใหม่ ไกลจากที่ทำงานและโรงเรียน และจะสอบถามเรื่องระยะเวลาในการก่อสร้างเขื่อน โดยชาวบ้านจะส่งตัวแทนไปที่ สนน.ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ และ 4.ให้นำเงินส่วนต่างจากโครงการก่อสร้างเขื่อนซึ่งรัฐบาลตั้งเอาไว้ประมาณ 2,426 ล้านบาท แต่บริษัทรับเหมาประมูลได้ในวงเงิน 1,600 ล้านบาทเศษมาสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน
นอกจากนี้เครือข่ายฯ ยังได้ออกแถลงการณ์ว่า ชาวบ้านทั้ง 40 ชุมชนในเขตจุตจักร, บางเขน, หลักสี่, ดอนเมือง และสายไหมที่อยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อนฯ เพื่อป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาล ยินดีที่จะร่วมมือกับรัฐบาลในการพัฒนาคลอง และพร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง “เครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลอง ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการป้องกันน้ำท่วมและโครงการบ้านมั่นคงต่อไป และขอให้รัฐบาลเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการจัดทำโครงการบ้านมั่นคง เพื่อชาวบ้านจะได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงต่อไป” แถลงการณ์ระบุในตอนท้าย
สุวัฒน์ กิขุนทด: รายงาน





