playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

Jag5เครือข่ายชาวบ้านริมคลองในเขตกรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของ กทม. กว่า 40 ชุมชน ยืนยันพร้อมที่จะคืนคลองให้แก่ส่วนร่วม โดยการรื้อบ้านออกจากคลองแล้วสร้างบ้านใหม่ตามโครงการบ้านมั่นคงของรัฐบาล แต่ติดปัญหาการดำเนินงานล่าช้าเพราะกทม.ยังไม่ชี้ชัดเรื่องแนวคลองและการเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์  ปล่อยชาวบ้านเคว้งเพราะรื้อบ้านนานกว่า 4 เดือนแล้วยังไม่ได้สร้างบ้าน        

                เมื่อวานนี้ (19 พฤศจิกายน) เครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลอง  ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของชาวบ้านในชุมชนริมคลองต่างๆ ในกรุงเทพฯ  ได้จัดประชุมร่วมกัน  โดยมีตัวแทนจากชุมชนต่างริมคลองต่างๆ เช่น  คลองเปรมประชากร  เขตหลักสี่, คลองวังหิน  เขตจตุจักร, คลองบางบัว  เขตบางเขน,  และคลองถนน  เขตสายไหม   ประมาณ 40 ชุมชนเข้าร่วมประชุมประมาณ 50 คน 

            นายเลิศ  ตุลาธาร  ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาชุมชนฯ  กล่าวว่า  การประชุมของตัวแทนเครือข่ายในวันนี้เนื่องมาจากโครงการสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาลในคลองต่างๆ ที่จะเริ่มดำเนินการในปีนี้  จะทำให้ชาวบ้านที่อยู่อาศัยริมคลองในแนวสร้างเขื่อนต้องรื้อย้ายบ้านเรือนให้พ้นคลอง  โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.รับผิดชอบเรื่องที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับชาวบ้านตามโครงการบ้านมั่นคง 

                “ชาวบ้านส่วนใหญ่พร้อมที่จะทำตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อจะได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและถูกกฎหมาย   แต่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง  เช่น  สำนักการระบายน้ำ กทม. และกรมธนารักษ์ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องแนวเขื่อนที่จะสร้างว่าจะมีความกว้างกี่เมตร  ทำให้กรมธนารักษ์ในฐานะที่เป็นเจ้าของที่ดินริมคลองยังไม่ให้ชาวบ้านเช่าที่ดินเพื่อสร้างบ้าน  และบางชุมชนที่รื้อบ้านพ้นแนวคลองไปนานหลายเดือนแล้วแต่ยังไม่ได้สร้างบ้าน  ได้แต่ตอกเสาเข็ม  เพราะสำนักงานเขตสั่งระงับการก่อสร้างโดยให้เหตุผลว่าไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้าง”  นายเลิศกล่าว

นางสาวดุสิตธร  ทิวะกะลิน  ประธานชุมชนคนรักถิ่น  ริมคลองเปรมประชากร  เขตหลักสี่  กล่าวว่า  ชุมชนมีบ้านเรือนทั้งหมด 140  หลัง  เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงรวม 102 หลัง  เริ่มรื้อบ้านเฟสแรก 7 หลังเมื่อเดือนกรกฎาคม 2558   ที่ผ่านมา  เป็นบ้านที่ปลูกล้ำลงไปในคลอง  4  หลัง  และบนฝั่ง หลัง  โดยจะก่อสร้างบ้านเฟสแรก 7 หลังในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้  และเริ่มตอกเสาเข็มไปแล้ว  แต่เมื่อวานนี้ (18 พ.ย.) สำนักงานเขตได้มาสั่งระงับการก่อสร้าง  รวมทั้งชุมชนแจ้งวัฒนะซอย 5 ที่กำลังจะก่อสร้างบ้านเฟสแรก 9 หลังก็ติดปัญหานี้เช่นเดียวกัน

“เราทำตามนโยบายของทางรัฐบาล  เพื่อให้สร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมได้  และชาวบ้านก็ยอมรื้อบ้านออกจากคลองแล้ว  ชาวบ้านก็หวังว่าเมื่อรื้อบ้านแล้วจะได้สร้างบ้านใหม่เร็วๆ แต่ตอนนี้ก็ยังสร้างไม่ได้  ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน  เพราะนานกว่า 4 เดือนที่ชาวบ้านต้องไปอาศัยบ้านคนอื่นอยู่  เด็กๆ และคนแก่ก็ลำบาก  บางครอบครัวมีคนพิการก็ไม่สะดวกที่จะไปอาศัยคนอื่นอยู่ต้องหาบ้านเช่าทั้งๆ ที่มีรายได้ไม่มากนัก  จึงอยากให้รัฐบาลลงมาดูแลมาช่วยเหลือชาวบ้านด้วย” ประธานชุมชนคนรักถิ่นกล่าว

นายกิตติชัย  เรืองมาลัย  ประธานชุมชนแจ้งวัฒนะ 5  เขตหลักสี่  กล่าวว่า  ชุมชนแจ้งวัฒนะ 5  ได้เซ็น MOU. กับกรมธนารักษ์  และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24  มิถุนายน 2553  เพื่อจัดทำโครงการบ้านมั่นคง  ส่วนการก่อสร้างที่เพิ่งเริ่มต้นนี้เป็นบ้านมั่นคงเฟสใหม่ที่จะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาล  ชาวบ้านจึงยอมรื้อบ้านที่รุกล้ำริมคลองออกเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลและจะสร้างบ้านมั่นคงขึ้นมาใหม่จำนวน 93 หลัง โดยจะสร้างเฟสแรก 17 หลัง  ซึ่งการระงับการก่อสร้างของทางสำนักงานเขตหลักสี่ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน  เพราะรื้อย้ายบ้านและกันแนวคลองออกมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาจำนวน 9 หลัง  ทำให้ชาวบ้านไม่มีที่อยู่อาศัยต้องไปเช่าบ้านอยู่  ทั้งนี้ชุมชนได้ตอกเสาเข็มและลงเสาเอกไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

นายเลิศ  ตุลาธาร  ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาชุมชนฯ  กล่าวว่า  การประชุมของเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมในวันนี้  ได้ข้อสรุป 4 ประเด็น คือ1.ให้สำนักการระบายน้ำ  กทม.ทำผังระยะคลองเป็นภาพรวมทั้งชุมชนตลอดแนวคลองที่จะสร้างเขื่อน  เพื่อให้ชาวบ้านรู้แนวความกว้างของคลองที่จะก่อสร้างเขื่อน  แล้วนำมาวางแผนในการจัดผังชุมชนใหม่ให้พ้นแนวเขื่อน  เพื่อก่อสร้างบ้านต่อไป 2.เสนอให้สำนักงานเขตในพื้นที่สร้างเขื่อนฯ แต่งตั้งคณะกรรมการโดยให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ 

3.สอบถามความชัดเจนเรื่องแนวคลองจากสำนักการระบายน้ำ (สนน.)  โดยแต่ละชุมชนมีข้อเสนอต่อ สนน.แตกต่างกันตามสภาพความกว้างของคลอง  เช่น  คลองเปรมประชากรควรมีความกว้าง 25 เมตร  เพื่อให้ชาวบ้านอยู่ได้  เขื่อนสร้างได้  ไม่ใช่กำหนดแนวความกว้างตลอดแนวเขื่อน 38 เมตร  เพราะจะทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่อยู่ไม่ได้  ต้องไปหาที่ดินใหม่  ไกลจากที่ทำงานและโรงเรียน  และจะสอบถามเรื่องระยะเวลาในการก่อสร้างเขื่อน  โดยชาวบ้านจะส่งตัวแทนไปที่ สนน.ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้  และ 4.ให้นำเงินส่วนต่างจากโครงการก่อสร้างเขื่อนซึ่งรัฐบาลตั้งเอาไว้ประมาณ 2,426 ล้านบาท  แต่บริษัทรับเหมาประมูลได้ในวงเงิน 1,600  ล้านบาทเศษมาสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน

นอกจากนี้เครือข่ายฯ ยังได้ออกแถลงการณ์ว่า  ชาวบ้านทั้ง 40 ชุมชนในเขตจุตจักร, บางเขน, หลักสี่, ดอนเมือง และสายไหมที่อยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อนฯ เพื่อป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาล  ยินดีที่จะร่วมมือกับรัฐบาลในการพัฒนาคลอง  และพร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง  “เครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลอง  ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการป้องกันน้ำท่วมและโครงการบ้านมั่นคงต่อไป  และขอให้รัฐบาลเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการจัดทำโครงการบ้านมั่นคง  เพื่อชาวบ้านจะได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงต่อไป”  แถลงการณ์ระบุในตอนท้าย

สุวัฒน์ กิขุนทด: รายงาน

 

jag5 2Raktin 1

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter