playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

003 4

(ชาวบ้านริมคลองยื่นหนังสือให้ คสช..ตรวจสอบแกนนำกลุ่มค้านโครงการ)

โครงการสร้างเขื่อนคอนกรีตป้องกันน้ำท่วม กทม.ที่จะเริ่มดำเนินการภายในสิ้นปีนี้สะดุด  เนื่องจากมีกลุ่มคัดค้านโครงการยกประเด็นบ้านมั่นคงขึ้นมาร้องเรียน  โดยยื่นหนังสือต่อ ปปช.กล่าวหา ผอ.เขตหลักสี่และ ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนว่าทุจริตต่อหน้าที่  โดยสนับสนุนให้ก่อสร้างบ้านมั่นคงริมคลองก่อนได้รับอนุญาต  ขณะที่กลุ่มชาวบ้านที่สนับสนุนโครงการยื่นหนังสือต่อ คสช.และปปช.ชี้แจงโครงการบ้านมั่นคงและให้ตรวจสอบกลุ่มคัดค้านที่เสียผลประโยชน์  เช่น  กลุ่มเจ้าของบ้านเช่าและร้านอาหารริมคลอง  ด้าน ผอ.พอช.แจงโครงการบ้านมั่นคงสนองนโยบายรัฐเพื่อจัดหาที่อยู่อาศัยให้ชาวบ้านริมคลองและ กทม.สามารถสร้างเขื่อนได้

                วันนี้ (26 พฤศจิกายน)  เวลา 11.00 น.  นายศรีสุวรรณ  จรรยา  กลุ่มองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย  และนายสิระ  เจนจาคะ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)  ผู้กว้างขวางในย่านหลักสี่  นำชาวบ้านจากชุมชนริมคลองย่านเขตหลักสี่ประมาณ 150 คนเดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ถนนสนามบินน้ำ  โดยมีผู้ช่วยเลขาธิการ ปปช.ออกมารับหนังสือร้องเรียน

                นายศรีสุวรรณ  จรรยา  กล่าวว่า  สาเหตุที่มาร้องเรียนกับทาง ปปช.  เนื่องจากทางผู้อำนวยการเขตหลักสี่และผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.ละเลยการปฏิบัติหน้าที่  ไม่ควบคุมตรวจสอบโครงการบ้านมั่นคง  ปล่อยให้ประธานชุมชนและคณะกรรมการแสวงหาผลประโยชน์จากโครงการบ้านมั่นคงริมคลองบางบัว  ปล่อยให้มีการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างไปก่อนได้รับอนุญาตจากสำนักงานเขตเขตหลักสี่  ซึ่งผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารปี  2522นอกจากนี้ยังทำให้เกิดความขัดแย้งของชาวบ้านในชุมชน  ส่วนโครงการบ้านมั่นคงได้รับการสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน

                “ทั้งหมดนี้เข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ตามมาตรา 4 ของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542  แก้ไข พ.ศ.2554  ชาวบ้านซึ่งเป็นสมาชิกเครือข่ายสิทธิชุมชนคนริมคลองได้มาร้องเรียนกับองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญซึ่งมีผมเป็นประธานองค์กรจึงนำชาวบ้านมายื่นหนังสือต่อทาง ปปช.ในวันนี้”  นายศรีสุวรรณกล่าว

                003 3ขณะเดียวกันในช่วงเช้าวันนี้  กลุ่มชาวบ้านที่สนับสนุนโครงการบ้านมั่นคง  นำโดยนายสมชาย  นาคเทียม  ตัวแทนจากเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลอง  นำตัวแทนชาวบ้านประมาณ 40 คน  มายื่นหนังสือถึง คสช.ที่กองทัพบกและแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะที่ดูแลพื้นที่เขตกรุงเทพฯ เพื่อให้ตรวจสอบแกนนำกลุ่มคัดค้านโครงการบ้านมั่นคงว่าเป็นผู้เสียผลประโยชน์  เนื่องจากแกนนำเหล่านี้มีทั้งกลุ่มเจ้าของบ้านเช่าในชุมชนริมคลองในเขตหลักสี่ รวมทั้งเจ้าของร้านอาหารในย่านดอนเมืองซึ่งมีเนื้อที่เกือบ 1 ไร่และเป็นพื้นที่ที่บุกรุกของกรมธนารักษ์  ดังนั้นหากมีการจัดทำโครงการบ้านมั่นคง  กลุ่มที่คัดค้านเหล่านี้จะต้องถูกรื้อย้ายเพื่อให้ทาง กทม.สามารถสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมได้  จึงได้ร่วมกับชาวบ้านที่ไม่อยากรื้อย้ายออกจากคลอง  และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง  รวมทั้งนักการเมืองในเขตหลักสี่คัดค้านโครงการดังกล่าว

                “นอกจากนี้ในช่วงเย็นพวกเรายังได้ไปยื่นหนังสือถึง ปปช.ด้วย  เพื่อให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของชาวบ้านในการจัดทำโครงการบ้านมั่นคงเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลในการรื้อย้ายบ้านออกจากคลองเพื่อให้ กทม.สามารถก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมได้ และขอให้ตรวจสอบแกนนำของกลุ่มคัดค้านบางคนที่มีฐานะหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานรัฐ  แต่ได้ใช้อำนาจข่มขู่ชาวบ้าน  และคัดค้านโครงการของรัฐบาล”  นายสมชายกล่าว

                นายสมชายกล่าวด้วยว่า  การกล่าวหาว่าชาวบ้านก่อสร้างบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางสำนักงานเขตนั้น  ข้อเท็จจริงชาวบ้านเคยไปยื่นหนังสือต่อทางเขตแล้ว  แต่กลุ่มคัดค้านได้มากดดันต่อทางเขตไม่ให้อนุญาต  เพราะกลัวว่าหากสามารถสร้างบ้านมั่นคงได้  บ้านเรือนหรือบ้านเช่า  และร้านอาหารที่อยู่ริมคลองก็จะถูกรื้อย้ายด้วย ส่วนการมายื่นหนังสือต่อตัวแทน คสช.วันนี้   ทางตัวแทน คสช.ได้แจ้งกับทางชาวบ้านว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์เพื่อตรวจสอบข้อมูล  หลังจากนั้นจึงจะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาคือ  พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชาในฐานะประธาน คสช.ทราบและสั่งการต่อไป

                นายกิตติชัย  เรืองมาลัย  ประธานชุมชนแจ้งวัฒนะ 5  เขตหลักสี่  กล่าวว่า  ชุมชนแจ้งวัฒนะ 5  ได้เซ็น MOU. กับกรมธนารักษ์  และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24  มิถุนายน 2553  เพื่อจัดทำโครงการบ้านมั่นคง  ส่วนการก่อสร้างที่เพิ่งเริ่มต้นนี้เป็นบ้านมั่นคงเฟสใหม่ที่จะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาล  ชาวบ้านจึงยอมรื้อบ้านที่รุกล้ำริมคลองออกเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลและจะสร้างบ้านมั่นคงขึ้นมาใหม่จำนวน 93 หลัง โดยจะสร้างเฟสแรก 17 หลัง  ชุมชนได้ตอกเสาเข็มและลงเสาเอกไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา  แต่ถูกกลุ่มคัดค้านมาร้องเรียนต่อทางเขต  ทำให้ชาวบ้านที่รื้อบ้านเรือนไปแล้วเดือดร้อนเพราะสร้างบ้านไม่ได้และไม่มีที่อยู่


                003 5
ด้านนายพลากร  วงศ์กองแก้ว  ผู้อำนวยการ พอช.  กล่าวว่า  การดำเนินโครงการบ้านมั่นคงเป็นการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชาวบ้านในชุมชนแออัดซึ่ง พอช.ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546 ตามนโยบายของรัฐบาล  ส่วนโครงบ้านบ้านมั่นคงริมคลองที่กำลังจะเริ่มดำเนินการนี้  เนื่องมาจากรัฐบาลมีนโยบายที่จะก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตป้องกันน้ำท่วมใน กทม.ในคลองหลัก  คือคลองลาดพร้าว  บางบัว  บางซื่อ  และคลองเปรมประชากร  จึงต้องมีการจัดหาที่อยู่อาศัยให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการสร้างเขื่อนฯ


                “พอช.ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดูแลเรื่องที่อยู่อาศัยของชาวบ้านริมคลอง  เพื่อให้ กทม.สร้างเขื่อนได้  โดยการสร้างบ้านมั่นคงขึ้นมา  เพื่อให้ชาวบ้านริมคลองมีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น  ช่วยกันดูแลรักษาคลอง  และมีบ้านเรือนที่มั่นคง  ส่วนกรมธนารักษ์ซึ่งดูแลที่ดินริมคลองก็จะให้ชาวบ้านเช่าที่ดินในระยะยาวและราคาถูก  ซึ่งในชุมชนริมคลองที่สามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้  พอช.ก็จะสนับสนุนสินเชื่อให้ชาวบ้านใช้สร้างบ้าน  โดยชาวบ้านจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลและรับผิดชอบโครงการ”   ผอ.พอช.กล่าวและว่า  หากทาง ปปช.จะตรวจสอบโครงการทาง พอช.ก็ยินดี  เพื่อให้โครงการมีความโปร่งใส เพราะเป็นโครงการของรัฐบาล

                สำหรับโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในกรุงเทพฯ  สำนักการระบายน้ำ กทม.จะดำเนินการในช่วงแรก (พ.ศ.2558-2560) ประกอบด้วยการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีต ค.ส.ล.และประตูระบายน้ำ จากอุโมงค์เขื่อนยักษ์พระราม 9-รามคำแหง  ไปยังคลองลาดพร้าว-บางบัว-บางซื่อ-คลองเปรมประชากร-คลองถนน  ไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้  เขตสายไหม  เพื่อระบายน้ำไปทางกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก โดยจะสร้างเป็นเขื่อนคอนกรีตความยาวทั้งหมดประมาณ 45 กิโลเมตร  และประตูระบายน้ำ 1 แห่ง  ระยะเวลาก่อสร้าง  1,260 วัน  งบประมาณจำนวน  2,426 ล้านบาทเศษ  โดยสำนักการระบายน้ำมีกำหนดจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในช่วงปลายปีนี้หลังจากที่ชาวบ้านรื้อย้ายบ้านเรือนพ้นแนวเขื่อนแล้วและเข้าสู่กระบวนการสร้างบ้านมั่นคง  อย่างไรก็ตาม  การออกมาคัดค้านโครงการบ้านมั่นคงอาจจะทำให้การก่อสร้างเขื่อนต้องล่าช้าออกไป

สุวัฒน์ กิขุนทด : รายงาน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter