playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
cropland041258 resize

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2558 เวลา 10.30น. กลุ่มปฏิรูปที่ดิน และ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีโดยผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรภาคเหนือและกลุ่มผู้ยากไร้ที่ดินทำกิน


โครงการนำร่องธนาคารที่ดิน เป็นโครงการที่เสนอแนวคิดการแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับเกษตรกรผู้ยากไร้ ไม่มีที่ดินทำกินในรูปแบบ “ธนาคารที่ดิน” จนนำมาซึ่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2554 จะต้องดำเนินการจัดตั้งธนาคารที่ดิน และดำเนินการส่งเสริมให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินที่เป็นธรรมและยั่งยืน และการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเหมาะสมภายในระยะเวลา 5 ปี นับแต่นับตั้งแต่ พรฎ. มีผลบังคับใช้ แต่เนื่องจากในขณะนั้นสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสถาบันฯ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ จนถึงรัฐบาล คสช. โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดตั้งธนาคารที่ดิน จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร, ผู้อำนวยการสถาบัน และบรรจุพนักงานเพื่อดำเนินงานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ซึ่งเริ่มดำเนินการครบองค์ประกอบและปฏิบัติงานได้เพียงสองเดือนเศษ

            นายดิเรก   กองเงิน ประธานสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) และประธานกลุ่มปฏิรูปที่ดินบ้านโป่งซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายโครงการนำร่องธนาคารที่ดิน กล่าวว่า “จากที่ครม.ของรัฐบาลที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบดำเนินการโครงการนำร่องธนาคารที่ดิน เมื่อ พ.ศ.2554 และอนุมัติงบประมาณ จำนวน167,960,000 บาท เพื่อนำไปเจรจาขอซื้อที่ดินจากนายทุนเจ้าของที่ดินในพื้นที่นำร่องธนาคารที่ดิน 5 ชุมชนภาคเหนือ ได้แก่ บ้านโป่ง จ.เชียงใหม่ บ้านแพะใต้, บ้านไร่ดง, บ้านท่ากอม่วง     และบ้านแม่อาว จ.ลำพูน (ปัจจุบันบ้านแม่อาวได้รับโฉนดชุมชนแล้ว) แต่ระยะเวลาล่วงเลยมาจนสี่ปีแล้ว โครงการนำร่องฯ ยังไม่สามารถดำเนินการใดๆ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนได้และยังส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่นำร่องต้องเผชิญปัญหาข้อพิพาทด้านคดีความเรื่อยมา เนื่องจากนายทุนเจ้าของที่ดินเริ่มไม่มีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะดำเนินการซื้อที่ดินตามที่เคยเจรจาไว้ได้หรือไม่ แต่แล้วกลับมีข่าวว่า การยุบเลิกองค์การมหาชน จำนวน 39 องค์กร โดยสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน เป็นหนึ่งในองค์กรที่จะถูกเสนอให้ยุบเลิกภายในวันที่ 8 มิถุนายน 2559 ดังนั้น จึงได้ยื่นหนังสือโดยมีข้อเสนอคือ

              ๑)ขอให้ทบทวนมติของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ในการยุบเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) และขอให้มีมติ ครม.ขยายเวลาการดำเนินงานของสถาบันฯจากเดิม 5 ปี เป็น 10 ปี และขอให้มีคำสั่งการเร่งรัดการดำเนินการโครงการนำร่องธนาคารที่ดิน 167 ล้านบาท โดยเร่งด่วน และให้ ครม.มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้กับสถาบันฯ จำนวน 690 ล้านบาท เพื่อให้การดำเนินกิจการภารกิจขององค์กรบรรลุตามวัตถุประสงค์

              ๒)กรณีโฉนดชุมชน สกน. ได้ทราบว่ามีหนังสือเวียนของสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เจ้าหน้าที่สำนักงานโฉนดชุมชนยุติบทบาทการปฏิบัติหน้าที่ลง ซึ่ง สกน. เห็นว่าการดำเนินงานการจัดการที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชนเป็นแนวทางในการจัดการที่ดินได้อย่างยั่งยืน ดังนั้นจึงขอให้นายกฯ มีคำสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยุติการดำเนินการใดๆ ที่ส่งผลทำให้โฉนดชุมชนไม่สารถเดินหน้าต่อไปได้ และขอให้นายกฯ เร่งรัดการแต่งตั้งประธานกรรมการ และรองประธาน คณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน (ปจช.) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 ในระหว่างที่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) จะมีแนวนโยบายที่ชัดเจนในการจัดที่ดินในรูปแบบกรรมสิทธิ์ร่วม และขอให้สำนักงานโฉนดชุมชนยังคงดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ และรับคำร้องการยื่นคำขอโฉนดชุมชน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับชุมชนที่ยื่นขอดำเนินการโฉนดชุมชนต่อไป

              ๓)การประกาศเขตอุทยานแห่งชาติเพิ่มเติม จำนวน 21 แห่ง ตามที่กรมอุทยานได้มีแผนการประกาศเขตอุทยานเพิ่มเติมนั้น จะส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่อาศัยอยู่ในเขตป่าเป็นจำนวนมากหากไม่มีการกันพื้นที่ของชุมชนเหล่านั้นออก และจะกลายเป็นมูลเหตุแห่งความขัดแย้งระหว่างรัฐกับชุมชนในอนาคต ดังนั้น จึงขอให้คำสั่งมีการชะลอการประกาศเขตอุทยานไปพลางก่อน และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการกันเขตพื้นที่ของชุมชนออกก่อนการประกาศเขตอุทยานฯ โดยขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบแนวเขตอุทยานที่เป็นสมาชิกของ สกน.ได้แก่ 1) อช.ถ้ำผาไท จ.ลำปาง 2)อช.ถ้ำสะเกิน จ.น่าน 3)อช.ขุนสถาน จ.น่าน 4) อช.นันทบุรี จ.น่าน 5)อช.แม่เงา จ.แม่ฮ่องสอน 6) อช.ลำน้ำกก จ.เชียงราย 7)อช.ดอยเวียงผา จ.เชียงใหม่ และ 8) อช.ออบขาน จ.เชียงใหม่

ปุณญภัส กมลเนตร ผู้สื่อข่าวชุมชนประเด็นที่ดิน


แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter