นายพลากร วงค์กองแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. เปิดเผยว่าในช่วงปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา พอช.ได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือคนจนเมืองตามโครงการบ้านมั่นคงเป็นจำนวนเงิน ๖,๗๘๒.๙๒ ล้านบาท เพื่อให้คนจนเมืองมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยจำนวน ๙๗,๗๘๑ ครัวเรือน ใน ๓๑๒ เมือง ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่เน้นการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมให้สังคม
“โครงการบ้านมั่นคงพอช.ไม่ได้สร้างบ้านให้ชาวบ้าน แต่สนับสนุนให้องค์กรชุมชนสร้างบ้านและสร้างชุมชนของตนเอง โดยประชาชนผู้เดือดร้อนทุกครอบครัวมีส่วนร่วมในการทำงานแก้ไขปัญหาทุกขั้นตอน ร่วมกับหน่วยงานต่างๆทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักวิชาการและประชาสังคมต่างๆ นี่เป็นวิธีทำงานแบบ “ประชารัฐ”ที่จะช่วยแก้ปัญหาความยากจนได้อย่างยั่งยืน” ผอ.พอช.กล่าว
สำหรับพื้นที่ชนบท ซึ่งพอช.มีพื้นที่ทำงานในประเด็นงานต่างๆอยู่กว่า ๖,๐๐๐ ตำบลนั้น ในปี ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา นายพลากรเปิดเผยว่า พอช.ได้จัดสรรงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศจำนวน ๑,๘๑๐ กองทุน เป็นจำนวนเงิน ๔๙๙.๕ล้านบาท โดยสมทบตามจำนวนสมาชิกในอัตราวันละ ๑ บาทต่อสมาชิกหนึ่งคนหรือปีละ ๓๖๕ บาท
“พอช.เริ่มสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับเทศบาล/อบต มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ปัจจุบันมีกองทุนทั้งสิ้น ๖,๐๐๙ กองทุน มีสมาชิกกว่า ๕.๓๘ ล้านคน มีเงินกองทุนกว่า ๑๐,๙๕๗ ล้านบาท ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือเงินกองทุนร้อยละ ๖๔ เป็นเงินสมทบจากสมาชิกมาช่วยเหลือกันและกัน เป็นเงินอุดหนุนจากภายนอกน้อยมาก นี่เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน เพราะแม้ไม่มีเงินอุดหนุนจากภายนอก กองทุนเหล่านี้ก็สามารถดำเนินการจัดสวัสดิการให้สมาชิกต่อไปได้ โดยเฉพาะ การดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งกำลังเป็นประเด็นสำคัญของสังคมไทย ปัจจุบันกองทุนสวัสดิการทั่วประเทศมีผู้สูงอายุเป็นสมาชิกถึง ๑.๔๖ ล้านคน”
สำหรับแผนงานสำคัญเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมทางสังคมในปีงบประมาณ ๒๕๕๙ นั้น ผอ.พอช.เปิดเผยว่า พอช.จะดำเนินการโครงการบ้านมั่นคงริมคลองในกรุงเทพมหานครคือ คลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากร ซึ่งมีคนอยู่อาศัยหนาแน่นที่สุดกว่าทุกคลอง ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยจะสร้างความมั่นคงของคนจนที่อยู่อาศัยริมคลองจำนวน ๓,๘๐๐ ครัวเรือนในปี ๒๕๕๙ โดยขยับพื้นที่ชุมชนออกนอกแนวเขตสร้างเขื่อนเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม “โครงการนี้จะดำเนินการสามปีระหว่างปี ๒๕๕๙-๒๕๖๑ รวมทั้งหมด ๑๐,๔๔๐ ครัวเรือน โดยใช้แนวทางดำเนินการตามแบบโครงการบ้านมั่นคง”
สำหรับการดำเนินงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลเช่นกันนั้น ผอ.พอช.กล่าวว่า พอช.จะสนับสนุนให้เครือข่ายองค์กรชุมชนในตำบลวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจของตำบลในพื้นที่ ๑,๑๐๐ ตำบล รวมกับพื้นที่เดิมที่ส่งเสริมในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาจะเป็นพื้นที่ประมาณ ๑,๕๐๐ ตำบล
“ที่เราเน้นเรื่องการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจแทนที่จะส่งเสริมรายกิจกรรมก็เพราะนี่จะเป็นการกำหนดทิศทางระยะยาวของชุมชนเพื่อรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในสองสามปีข้างหน้า ชุมชนต้องคิด วิเคราะห์ปัญหาและฐานทุน ฐานการผลิตของเขาเอง แล้วกำหนดวิธีการแก้ไขและทางออกตามศักยภาพของตนเอง โดยทำงานร่วมกับภาคเอกชน หน่วยงานของรัฐและนักวิชาการ ในรูปแบบประชารัฐ สถานการณ์ปัจจุบันคือพืชเศรษฐกิจหลายตัวไม่สามารถเป็นแหล่งรายได้หลักของชุมชนได้อีกต่อไป ชุมชนต้องคิดปรับเปลี่ยนฐานการผลิต ฐานรายได้ให้สอดรับกับกระแสความเปลี่ยนแปลง ถึงจะอยู่รอดได้” ผอ.พอช.กล่าว
นอกเหนือจากงานบ้านมั่นคง สวัสดิการชุมชนและเศรษฐกิจชุมชนแล้ว ผอ.พอช.เปิดแผยว่า ปัจจุบันพอช.ยังให้การสนับสนุนการแก้ปัญหาที่ดินในชนบทกว่า ๑,๗๐๐ ตำบล สนับสนุนการทำงานของสภาองค์กรชุมชน ตามพรบ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.๒๕๕๑กว่า ๔,๙๐๐ สภา โดยมีเป้าหมายหลักคือลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมทางสังคมให้กับชุมชนคนจนเมืองและชนบททั่วประเทศ โดยให้องค์กรชุมชนและประชาชนเจ้าของปัญหาเป็นแกนหลักในการทำงานพัฒนา
อัมพร แก้วหนู สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน : รายงาน





