playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 

DSC_0007_resize.JPG

“ทุกคนที่เข้ามาอยู่ร่วมกันในชายคาบ้าน ภายในตำบลดงขี้เหล็ก และรับเอาระเบียบปฏิบัติ ที่ชุมชนร่วมกันตั้งขึ้น ย่อมได้รับสวัสดิการ และมีหลักประกันในชีวิตตั้งแต่วันที่เขาเกิด จนถึงวันตาย เท่ากับว่าเราได้มีโอกาส ทดแทนแผ่นดินเกิด ในบ้านที่เราเป็นผู้นำ จึงเป็นความภูมิใจ ที่ได้สร้างสิ่งที่ดี ให้กับลูกหลานและคนรุ่นหลังจะได้สืบทอด และสร้างสรรค์ พัฒนาให้เจริญงอกงามต่อไป” นี่คือปณิธานที่นำไปสู่การกำหนดแนวทางการพัฒนาของคนตำบลดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี

ย้อนอดีตคนดงขี้เหล็กทำมาหากินด้วยการพึ่งพาตนเอง พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน รวมถึงพึ่งพาทรัพยากรจากธรรมชาติในพื้นที่อย่างสมดุล แต่เมื่อการพัฒนาต่างๆเริ่มเข้ามาในพื้นที่ ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือปัญหาเรื่องหนี้สินอันเนื่องมาจากส่งเสริมการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ปัญหาดังกล่าวได้นำไปสู่การรวมตัวของคนดงขี้เหล็กในปี 2524 เพื่อร่วมกันหาทางออกในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการรวมตัวกันตั้งกลุ่มออมทรัพย์ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันที่บ้านขอนขว้างหมู่ที่ 10 เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนเงินทุนในการประกอบอาชีพของชาวบ้าน

ด้วยหลักบริหารกองทุนแบบค่อยเป็นค่อยไปและยึดหลักซื่อสัตย์ โปร่งใส ทำให้กลุ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ยกระดับเป็นสถาบันการเงินของชุมชน ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณสามพันคนเงินกองทุนประมาณ 102 ล้านบาท มีกำไรปีละ 6.7 ล้านบาท


DSC_0087_resize.JPG


ถึงวันนี้สถาบันการเงินฯ ได้สร้างให้เกิดการเติบโตของทุนจากการระดมเงินภายในชุมชนเป็นหลักหมุนเวียนภายในเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาหนี้สิน พัฒนาอาชีพสร้างรายได้แก่คนในพื้นที่ นายบุญศรี จันทร์ชัย แกนนำกองทุนบอกว่า “ใครจะรู้ว่าเงินเพียงไม่กี่บาทจะสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างทุนหมุนเวียนจำนวนมหาศาลให้แก่ชาวบ้านได้ จากหนึ่งหมู่บ้านขยายจนเต็มพื้นที่ทั้งตำบล เสริมศักยภาพความเข้มแข็งให้คนในตำบลได้มีภูมิคุ้มกันทางด้านการเงิน โดยไม่ต้องหวั่นเกรงว่า เดือนหน้าค่าใช้จ่ายจะชักหน้าไม่ถึงหลังอาชีพจะไม่มีเงินลงทุน”

เมื่อฐานของเงินออมเพิ่มมากขึ้น จำนวนสมาชิกเพิ่มมากขึ้น คณะกรรมการดำเนินการสถาบันการเงินฯ จึงได้มีการปรึกษาหารือกัน และเห็นควรส่งเสริมการออมวันละบาทเพื่อสวัสดิการแก่ชีวิต หรือ “กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล”ให้คนได้ดูแลกันและกัน ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ให้รู้จักการช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่มองเรื่องกำไร หรือขาดทุน แต่มองเรื่องการสร้างความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีของตนเอง ซึ่งนอกจากจะดูแลสมาชิกด้วยกันเองแล้ว กองทุนยังได้ทำการสำรวจข้อมูลในชุมชน เพื่อเป็นฐานในการจัดสวัสดิการให้ครอบคลุมทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย และปรับฐานการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสภาวะความเป็นจริง อีกทั้งได้มีการจัดระบบการจ่ายเงินสวัสดิการให้กับสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน ให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของสมาชิกกองทุน

หลังจากได้ร่วมกันแก้ปัญหาทางการเงิน มีเงินทุนในการประกอบอาชีพและนำไปจัดสวัสดิการให้กับทางชุมชนได้แล้ว ก็มาคิดถึงการพัฒนาแบบองค์การ เชื่อมโยงบูรณาการทุกปัญหาในพื้นที่ไปสู่การวางแผนพัฒนาทั้งตำบล โดยการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลดงขี้เหล็กพัฒนาเป็นเวทีให้ชาวบ้านและทุกภาคพัฒนามานั่งพูดคุย และวางแผนแก้ปัญหาร่วมกัน

จากปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงการประกอบอาชีพจากเดิมเมื่อปี 2524 คือการทำนาเป็นหลัก และมีคันทดน้ำไว้ใช้ ต่อมาปี 2535 มีการเปลี่ยนแปลงอาชีพหลักมาปลูกไผ่ตง และปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ทำให้พื้นที่มีความลาดชันและพื้นที่ไม่มีที่กักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้ง ต้องประสบกับปัญหาการแคลานน้ำเพื่อการเกษตรซึ่งอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เดือนพฤษภาคมของทุกปี นอกจากนี้ ปริมาณการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นทุกปีเฉลี่ย 10% ต่อพื้นที่ ในขณะที่แหล่งน้ำมีเท่าเดิม น้ำจึงไม่เพียงพอต่อการเกษตร พอถึงช่วงฤดูฝนก็ยังไม่สามารถเก็บกักไว้ใช้ได้เพราะมีแหล่งเก็บกักน้ำไม่เพียง อีกทั้งยังต้องเผชิญกับปัญหาน้ำกร่อย น้ำเค็ม

จากสภาพปัญหาดังกล่าว คณะทำงานเพื่อการจัดการน้ำโดยชุมชน จึงใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยมีกระบวนการทำงานคือ การร่วมกันวิเคราะห์สภาพปัญหาเรื่องน้ำ ค้นหาพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องน้ำ ออกแบบกระบวนการและนำเสนอแนวทางการแก้ไข  นำไปสู่ข้อสรุปปัญหาร่วมกันการออกแบบการสำรวจเส้นทางน้ำ และนำไปดำเนินการแก้ไขปัญหาในที่สุด

ผลจากการจัดการน้ำโดยชุมชน เกิดแหล่งน้ำที่สร้างขึ้นในตำบลดงขี้เหล็ก ได้แก่ บ่อน้ำตื้น 1,112 แห่ง บ่อโยธา 85 แห่ง ฝาย 18 แห่ง สระน้ำ 13 แห่ง และอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง ทำให้มีปริมาณน้ำไว้ใช้อย่างเพียงพอเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับน้ำหลาก สามารถเก็บสำรองไว้ใช้ มีชุมชนได้รับประโยชน์ 17 หมู่บ้าน 10,750 คน พื้นที่การเกษตร 14,875 ไร่ เกิดเครือข่ายการจัดการแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริ โดยการปรับเปลี่ยนวิถีการเพาะปลูก สร้างแนวคิดกินอยู่อย่างพอเพียงให้กับชาวบ้าน จากเดิมปลูกไม้ประดับ พืชเชิงเดี่ยวเพื่อค้าขาย หันมาปลูกพืชกินได้เสริมในแปลงเกษตร ผลผลิตที่ได้นำมาบริโภคในครัวเรือน จากเกษตรกรแปลงตัวอย่างจำนวน 5 ราย สามารถลดรายจ่ายในครัวเรือนได้เฉลี่ย 16,800 บาท เนื่องจากการวางระบบกระจายน้ำแบบมินิสปริงเกอร์ ใช้น้ำน้อยแต่ให้น้ำได้ทั่วถึง ปลูกไม้มรดก พืชกินได้ ผักสวนครัว

การจัดการตนเองของตำบลดงขี้เหล็ก เป็นบทเรียนในการจัดการและบูรณาการทุนที่เป็นตัวเงินควบคู่กับทุนทางสังคมและธรรมชาติ เพื่อเอื้อต่อการดำรงชีวิต และการทำมาหากินของคนดงขี้เหล็ก ด้วยการเชื่อมโยงทุน เชื่อมโยงคน เชื่อมร้อยความร่วมมือ เน้นการพัฒนาแบบพอเพียงเพื่อการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน รูปธรรมที่เกิดขึ้นล้วนเป็นความต้องการจากภายในของคนในชุมชน ที่ดำเนินการโดยใช้หลักเหตุและผล ภายใต้แนวติดการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นหลักประกันความมั่นคงให้กับชีวิตคนตำบลดงขี้เหล็ก เพื่อต่อสู่กับกระแสการพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

DSC_0092_resize.JPGDSC_0097_resize.JPG

 

DSC_0102_resize.JPG

 

 

 

สุวัฒน์ คงแป้น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน : รายงาน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter