เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมมะ" นี่คือ สุราษฎร์ธานีที่ใครเอ่ยชื่อนี้ต้องต่อท้ายด้วยคำว่าเมืองคนดี เมืองที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่เพียบพร้อมทั้งภูเขา ทะเล ป่าไม้และสายน้ำ รวมทั้งเกาะแก่งอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใครได้มาเยือนยากที่จะลืมเลือนลงได้ จนหลายคนบอกว่า สุราษฎร์ธานีมาครั้งเดียวคงไม่พอ แต่ในอีกด้านหนึ่ง สุราษฎร์ธานีก็ประสบกับปัญหาเหมือนกับพื้นที่อื่นเช่นกันเมื่อมีปัญหาก็ต้องหาหนทางแก้ไขไปพร้อมๆกับการพัฒนาที่ต้องขยับกันตลอดเวลา จึงหนีไม่พ้นขบวนองค์กรชุมชนที่จะต้องนำมาเป็นกลไกในการดำเนินการเพื่อนำไปสู่วิสัยทัศน์ที่ว่า "สุราษฎร์ธานีเมืองคนดีที่น่าอยู่"
วันนี้ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ศาลาประชาคมอำเภอพุนพิน ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้จัดเวที พัฒนาศักยภาพขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสู่การจัดทำแผนพัฒนาแบบบูรณาการ
โดยมี นายสุวัฒน์ คงแป้น ผู้จัดการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) ภาคใต้ตอนบน พร้อมด้วยนางพัชนีย์ พนิตอังกูร เจ้าหน้าที่ พอช.ภาคใต้ตอนบน ได้เดินทางเข้ามาร่วมเวทีด้วย
โดยการจัดเวทีวันนี้นั้น นายภิรมย์ พริกไทย ประธานในที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับจังหวัดได้ชี้แจงว่า เพื่อหาแนวทางการจัดการขบวนองค์กรของจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้ดียิ่งขึ้นรวมทั้งหาแนวทางแก้ไขปรับปรุงการบริหารจัดการงบประมาณที่ได้รับสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) ให้ถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์ของงบประมาณ ในวันนี้จะให้ผู้รับผิดชอบแต่ละประเด็นรายงานความคืบหน้ารวมทั้งปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานให้ผู้เข้าร่วมเวทีเป็นการเบื้องต้นก่อน
นายประมวล รัตนานุพงศ์ ประธานเครือข่ายอ่าวบ้านดอน ชี้แจงว่า งายชายฝั่งมีหลายปัญหาเช่นเรื่องแนวเขตซึ่งมีการปักแนวเขตกันชัดเจนแต่ก็ยังมีการบุกรุกอยู่ตลอดเวลาจนตอนนี้กลายเป็นปัญหาหลักของอ่าวบ้านดอน นอกจากนี้ยังมีปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ต้องชายเวลาในการแก้ไข
นายสุวัฒน์ คงแป้น ฝากประเด็นการทำงานกล่าวว่า เมื่อก่อนเราทำงานภายใต้งบประมาณจาก พอช. การทำงานเหมือนจะสนองเฉพาะกับ พอช. ซึ่งการทำงานนับจากนี้ไปอยากให้ทุกประเด็นงานทำเพื่อทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เรื่องนี้
ส่วนนายประวีณ จุลภัคดี ในฐานะผู้ดูแลและเป็นที่ปรึกษาบอกว่า ตอนนี้งานชายฝั่งของอ่าวบ้านดอนทั้ง ๑๓ สภา มีการปฏิบัติการชายฝั่งทุกสภาฯและเป็นการปฏิบัติงานเพื่อให้ชุมชนได้ดูแล รักษาและฟื้นฟูทรัพยากรรวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในอนาคตเครือข่ายองค์กรชุมชนชายฝั่งมีนโยบายที่จะส่งเข้าสู่ข้อบัญญัติท้องถิ่นและจัดทำเป็นหลักสูตรท้องถิ่นในเรื่อง การจัดการทรัพยากรชายฝั่งอ่าวบ้านดอน ดังนั้นการทำงานจึงไม่ใช่สนองนโยบาย พอช.อย่างเดียวแต่เป็นการสนองพี่น้องทุกคน
ประเด็น กองทุนสวัสดิการชุมชน นายเอกลักษณ์ จันทร์อุดม รองประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนสุราษฎร์ธานี อธิบายว่า ขณะนี้ สุราษฎร์ธานีมีกองทุนสวัสดิการชุมชน ๑๓๗ กองทุนเต็มพื้นที่แล้ว มีการเชื่อมโยงภาคีพัฒนา รวมทั้งได้จัดตั้งสมาคมกองทุนสวัสดิการขึ้นมีที่ทำการอยู่ที่ เทศบาลนครสุราษฎร์ธานีโดย นายกเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีมอบที่ทำการสมาคมให้ หนึ่งห้อง และแผนงานปี ๕๙ คณะทำงานจะมุ่งไปที่ สุราษฎร์ธานีเมืองคนดีน่าอยู่ตามวิสัยทัศน์ ส่วนปัญหาก็มีอยู่บ้าง เช่น คณะกรรมการกองทุนฯบางกองทุนชอบแสดงความเป็นเจ้าของกองทุน บางกองทุนยังใช้งบประมาณไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ บางกองทุนกรรมการผูกขาดไม่มีการสับเปลี่ยนกรรมการหรือบางกองทุนมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้ทำงานยาก แต่ทั้งนี้ก็ค่อยแก้กันไป ส่วนพื้นที่การเรียนรู้ของสวัสดิการชุมชนมี ๓ แห่งได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลพนม กองทุนฯตำบลประสงค์และตำบลพรุพี ผู้สนใจสามารถไปศึกษาดูงานได้
สุดท้าย นายเอกลักษณ์ ยังบอกว่าอีกว่า ประเด็นที่น่าสนใจคือ หากในอนาคตรัฐบาลไม่หนุนเสริมงบประมาณ จะทำอย่างไร เรื่องนี้ต้องฝากให้ทุกคนกลับไปช่วยกันคิด
ส่วนประเด็นอื่นๆเช่น ที่ดิน เศรษฐกิจและทุนชุมชน บ้านมั่นคงตอนนี้ก็เป็นไปตามแผนที่วางไว้ส่วนแผนการเพื่อเดินหน้าตามวิสัยทัศน์นั้น นายสุวัฒน์กล่าวว่า เราต้องทำ ๓ เรื่องได้แก่ การพัฒนากลไกการขับเคลื่อน เรื่องที่สองสภาที่เข้มแข็งทั้ง ๑๘ สภาฯต้องยกระดับแผนงานเป็นแผนระดับตำบล สุดท้ายสภาที่ยังต้องพัฒนาจะต้องจัดให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเช่น ต้องให้มีการประชุม ๔ ครั้งเป็นอย่างน้อยในหนึ่งปี พร้อมทั้งรายงานปัญหาได้เพื่อหาหนทางแก้ไขพัฒนาไปสู่การจัดการตนเองที่เข้มแข็งต่อไป
นายธรรมนูญ นาคขำ ผู้สื่อข่าวชุมชนสุราษฎร์ธานี รายงาน





