playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก
Image.aspx

นโยบายเรื่องของแผนแม่บทป่าไม้ กาลเป็นประเด็นเรื่องราวที่เราได้พบเห็นในสื่อทั่วไปหลังจากมีนโยบายนี้ออกมา ภาพของการทวงผืนป่าของรัฐ โดยการสนธิกำลังทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และกองกำลังทหารหลายร้อยนาย ขึ้นป้ายเปิดงาน ยุทธการทวงผืนป่า และทำการยึดที่ดินและตัดฟันสวนยางพาราในพื้นที่เขตอุทยาน เขตป่าสงวน ภาพของต้นยางพาราที่ถูกโค่นล้ม ภาพของชาวบ้านที่นั่งร้องไห้มองเจ้าหน้าที่ทำการตัดฟันสวนยางที่ตนเองต้องกู้หนี้ยืมสินและปลูกมากับมือต้องถูกโค่นไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ไม่สามารถจะทำอะไรได้เลย ภาพเหล่านี้นำมาซึ่งคำถามว่า นี่คือแนวทางการแก้ปัญหาที่ถูกต้องเหมาะสมแล้วหรือ เพราะในสภาพของความเป็นจริงของประเทศนี้มีผู้คนนับล้านที่ไร้ซึ่งเอกสารสิทธิ์ในที่ทำกินของตนเองและอาศัยอยู่ในเขตป่าสงวน และที่สำคัญส่วนใหญ่ได้อยู่อาศัยทำกินมาก่อนที่รัฐจะประกาศให้พื้นที่นี้เป็นเขตป่าสงวนเสียด้วยซ้ำไป


สถานการณ์ล่าสุด วันที่ ๑๗-๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๘ ที่จังหวัดสุโขทัย ตำบลบ้านแก่ง อำเภอศรีสัชนาลัย สำนักงานป่าไม้ที่ ๔ (ตาก) ได้ดำเนินการยุทธการพิทักษ์ป่าในพื้นที่ บ้านลำโชค หมู่ ๗ และบ้านแม่ท่าแพ หมู่ ๘ โดยมีเป้าหมายเพื่อจับกุมผู้บุกรุกปลูกยางพาราในเขตป่าสงวนแม่ท่าแพ โดยให้ชาวบ้านที่ปลูกยางพาราในเขตพื้นที่ นำหลักฐานเอกสารสิทธิ์ในที่ดินมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เพื่อทำการยืนยันและพิสูจน์สิทธิ์ โดยปฏิบัติการดำเนินการถึง ๕ วันติดต่อกัน คือ วันที่ ๑๗ โซนหลังวัดแม่ท่าแพ หมู่ ๘ บ้านแม่ท่าแพ วันที่ ๑๘ โซนหลังโรงเรียนแม่ท่าแพ หมู่ ๘ บ้านแม่ท่าแพ วันที่ ๑๙ โซนห้วยนาสา รอบอ่างเก็บน้ำแม่ท่าแพ หมู่ ๘ บ้านแม่ท่าแพ วันที่ ๒๐ โซนห้วยโคกช้าง หมู่ ๗ บ้านลำโชค วีนที ๒๑ โซนห้วยภูนก หมู่ ๗ บ้านลำโชค วันที่ ๒๒ สรุปเก็บตก ณ หน่วยป่าไม้บ้านศรีสวรรค์ ตำบลบ้านแก่ง

การปฏิบัติการยุทธการพิทักษ์ป่าของสำนักป่าไม้ที่ ๔ (ตาก) สร้างความความวิตกกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก อาจสืบเนื่องจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ได้มีการปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าโดยทำการตัดฟันยางพาราในพื้นที่นี้ไปแล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า การดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายอยู่ที่นายทุน และมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนอย่างเช่น ต้องมีเนื้อที่ถูกบุกรุกตั้งแต่ ๒๕ ไร่ขึ้นไป และเป็นคนต่างถิ่น แต่ถ้าเป็นคนท้องถิ่นก็ต้องอยู่ในเงื่อนไขของ มติคณะรัฐมนตรี ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ส่วนพื้นที่ที่น้อยกว่า ๒๕ ไร่ ที่ปลูกยางพารานั้นก็จำเป็นต้องสำรวจ เพื่อพิสูจน์เปรียบเทียบพื้นที่ว่าอยู่อาศัยทำกินมาก่อนปี พ.ศ.๒๕๔๕ หรือไม่ และจะพิจารณาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจเป็นรายๆไป ฯลฯ แต่คำชี้แจงนี้ก็ยังคงทำให้ชาวบ้านวิตกกังวล เพราะลึกๆ นั้นรู้ว่า แม้ตนจะทำมาหากินในพื้นที่มาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ แต่ผืนดินเหล่านี้ไม่มีใบเอกสารสิทธ์ที่แสดงความเป็นเจ้าของได้ บางคนถือใบ สทก.ที่หมดอายุ แถมบางคนยังพึ่งรู้ในวันนั้นว่าใบ สทก.ที่ตนถืออยู่หลายปีจนกระดาษแห้งกรอบนั้นเป็นของปลอม บางคนพกใบเสร็จที่เสียภาษีดอกหญ้าหรือใบ ภบท.๕ มาแสดง บางส่วนของมามือเปล่าไร้ซึ่งเอกสารสิทธิ์ใดๆที่มาแสดงได้ว่า ตนเองทำมาหากินอยู่บนผืนแผ่นดินนี้ แม้จะทำมาหากินกันมาหลายชั่วคน

นายยุทธ ชาวบ้านห้วยท่าแพกล่าวว่า "ตนเป็นคนต่างถิ่น อพยพมาจากจังหวัดยะลา อยู่ที่เดิมรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัย ได้มาอยู่ที่นี้เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๕๒ มาซื้อที่ดินของชาวบ้านที่นี้ ประมาณ ๒๐ ไร่ ซึ่งเขาทำสวนส้มกันมาก่อน ตนกลัวว่าเจ้าหน้าที่จะยึดที่ดินและตัดต้นยาง เพราะตนเป็นคนต่างถิ่น และไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆเลย ที่ผ่านมาเสียภาษีดอกหญ้าให้กับ อบต.เท่านั้นเอง" ในขณะเดียวกัน นางคนึง ประโยชน์ ประธานเครือข่ายการแก้ไขปัญหาที่ดินตำบลบ้านแก่ง/สมัชชาประชาชนสุโขทัย ให้ความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า "การจัดการนายทุนที่บุกรุกป่านั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ควรกระทำด้วยความระมัดระวัง ว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับชาวบ้านที่ทำมาหากินอยู่ กลัวว่าชาวบ้านที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์และทำมาหากินมานานจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย"

ในระดับนโยบายนั้น ยุทธการทวงคืนผืนป่าของรัฐนั้นแม้จะมีความตั้งใจดี แต่เมื่อนำมาปฏิบัติการ เรากลับพบว่า ไม่เฉพาะนายทุนเท่านั้น แต่ชาวบ้านทั่วไปกลับได้รับผลกระทบไปด้วย บางคนมีที่ดิน ๑๘ ไร่ และถูกยึดคืนถึง ๑๖ ไร่ เหลือเพียง ๒ ไร่ โดยเจ้าหน้าที่อ้างถึง มติคณะรัฐมนตรี ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีนี้ได้ถูกกล่าวถึงและอยู่ในขั้นตอนที่หลายๆฝ่ายที่พยายามแก้ไขกันมาโดยตลอด ประกอบการการตั้งสังเกตจากหลายๆ ฝ่ายว่า ทำไมต้องเป็นยางพารา แต่ถ้าเราดูมติที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ และครั้งที่ ๒/๒๕๕๘ ที่มีมติเห็นชอบกับการควบคุมปริมาณการผลิตยางธรรมชาติ เราอาจไม่แปลกใจเลย เรื่องนี้อาจมีวาระทับซ้อนกันไปมาจนบางครั้งยากจะเข้าใจ แต่ภาพก็คือ คนปลูกยางและยางพาราคือจำเลยของสังคม เป็นผู้บุกรุกและทำลายป่า

ยุทธการพิทักษ์ป่าในพื้นที่ บ้านลำโชค หมู่ ๗ และบ้านแม่ท่าแพ หมู่ ๘ ตำบลบ้านแก่ง อำเภอศรีสัชนาลัย ของสำนักงานป่าไม้ที่ ๔ (ตาก) ครั้งนี้ดำเนินการในเดือนธันวาคม เหลือเพียง ๑๐ กว่าวันจะเข้าสู่ปี พ.ศ.๒๕๕๙ บางที ทางเจ้าหน้าที่อาจคิดว่านี่เป็นการคืนความสุขให้กับพี่น้องตำบลบ้านแก่ง เป็นของขวัญปีใหม่

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter