playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

31461.jpg

 

หากผู้อ่านได้มีโอกาสเดินทางลงภาคใต้ บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 จะเห็นจุดซื้อ-ขายผลไม้ขนาดใหญ่ของภาคใต้ ที่มีทั้งทุเรียน  มังคุด ลองกอง หรือแม้แต่พืชพื้นถิ่นอย่างสะตอ  ก็สามารถทราบโดยทันทีอย่างไม่ต้องสงสัยว่าที่นี่ คือ อำเภอหลังสวน  จังหวัดชุมพร เมืองที่อุดมไปด้วยผลผลิตทางเกษตรกรรม  ประเพณี “แห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง” บน“แม่น้ำหลังสวน” สายน้ำขนาดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตคน และยังเป็นเมืองประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งเคยได้รับการยกฐานะเป็นเมืองจัตวา และยังเคยเป็นจังหวัดหนึ่งของ “มณฑลชุมพร” ในอดีต


          เมืองหลังสวน เติบโตอย่างรวดเร็วปีไหนผลไม้ราคาดี  โดยเฉพาะทุเรียน  ก็จะสร้างรายได้อย่าง

เป็นล่ำเป็นสันให้กับชาวหลังสวนเลยทีเดียว  แต่ความเจริญอย่างไร้การวางแผนก็ได้สร้างปัญหาให้กับคนหลังสวนบางส่วนอย่างคาดไม่ถึง  โดยเฉพาะการสร้างตึกรามบ้านช่อง  การถมที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารของคนในตลาด มันกลับทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ในที่ราบลุ่มรอบเมืองหลังสวนประสบปัญหาโดยเฉพาะ “อุทกภัย”

         2.jpg

 

ตำบลพ้อแดง  เป็นตำบลที่ตั้งอยู่บริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของตัวอำเภอ  เป็นพื้นที่ที่เกิดอุทกภัยจนเรียกได้ว่า เป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว... 

          อรุณ  คงสุวรรณ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลพ้อแดง  และ  สมชัย  รอดอุนา ผู้ใหญ่บ้าน

หมู่ 8  บ้านดอนม่วง  พร้อมพี่น้องพ้อแดงอีกจำนวนหนึ่งทั้งที่เป็นสมาชิกสภาองค์กรชุมชนและคนในตำบล  ตั้งวงสนทนาอย่างเป็นกันเอง  ถึงปัญหาความต้องการของคนในพื้นที่ภายใต้เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551  นับเป็นการประชุมตามกฎหมายที่เป็นกันเองที่สุด  ตามอัตลักษณ์ของพี่น้องในพื้นที่

           “ผู้ใหญ่สมชัย”  เล่าให้ฟังว่า พ้อแดงเป็นชุมชนเก่าแก่ก่อนเมืองหลังสวน มีวัดเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 350 ปี และเป็นวัดแรกของจังหวัดชุมพร คือ วัดคงคาราม หรือวัดบางกา ลักษณะทั่วไปของพ้อแดง              มีคลองโดยรอบหลักๆ ถึง 4 สาย ได้แก่ คลองบางกา  คลองหนองหลวง  คลองน้ำขาว  และคลองราง  วิถีชีวิตของคนพ้อแดงในอดีต ส่วนใหญ่เป็นเครือญาติกัน มีอาชีพทำนา และการทำสวนผลไม้ในลักษณะ สวนสมรม เช่น เงาะ มังคุด ลางสาด จนกระทั่งมาถึงปี พ.ศ.2540 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของคนแถบนี้ ชื่อว่า  “พายุซีต้า” ได้สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องชาวพ้อแดงอย่างที่เรียกได้ว่า ประเมินมูลค่าไม่ได้ อุทกภัยในครั้งนั้นยังได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนพ้อแดงไปโดยปริยายอีกด้วย

           “อรุณ  คงสุวรรณ” เล่าให้ฟังต่อว่าพื้นที่พ้อแดงมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ  เป็นแก้มลิงตามธรรมชาติในการรับน้ำจากตัวเมืองหลังสวน  ซึ่งจะมีน้ำท่วมขัง ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคมทุกปี    ดังนั้นการสร้างบ้านจึงเป็นแบบยกสูง หรือมีใต้ถุนบ้าน เป็นการแก้ไขปัญหาตามบริบทของพื้นที่ และจะสังเกตได้ว่า มีเรือขนาดเล็กแทบทุกบ้านไว้ใช้ในยามน้ำท่วม ซึ่งจริงๆแล้ว  ข้อดีของการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ คือ ทำให้เกิดการรวมตัวของแหล่งอาหารที่สำคัญ คือ “แม่ปลา”  เป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็กที่จะมาพร้อมกับสายน้ำหลัก จึงทำให้สายคลองของพ้อแดงยังคงความอุดมสมบูรณ์มาจนถึงปัจจุบัน

           “อรุณ” เล่าต่อไปว่า พ้อแดงเองมาถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็ช่วงหลัง “พายุซีต้า”  พ.ศ.2540  เมื่อชาวบ้านเปลี่ยนวิถีชีวิตจากการทำนาข้าว มาเป็นการปลูกปาล์ม และพืชเชิงเดี่ยวโดยการส่งเสริมของรัฐบาล  ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ พ้อแดงไม่มีนาข้าวเหลืออยู่นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา  และยังส่งผลให้ระบบนิเวศน์ชุมชนเปลี่ยนไป  เพราะมีการใช้สารเคมีมากขึ้น  กุ้ง หอย ปู ปลา น้อยลงจะหาปลามาต้มแกงก็ใช้เวลาหานานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

         

3.jpg31878.jpg

 

 

นอกจากนี้ในช่วงหลัง พ.ศ.2540  เป็นต้นมา  ยังมีการตัดไม้ทำลายป่าบนป่าต้นน้ำพะโต๊ะอย่างรวดเร็วอีกทั้ง มีการถมที่ดินเพื่อสร้างบ้านเรือน  และกิจการในเขตเมืองเพิ่มมากขึ้น  ส่งผลให้ปัญหาอุทกภัยที่ชาวบ้านเคยรับมือได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ยากจะแก้ไข  เพราะแทนที่น้ำจะมาอย่างช้าๆ มันกลับกลายเป็นว่า น้ำมาอย่างรวดเร็วขึ้นเป็นทวีคูณ  ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2555  เกิดอุทกภัยในพื้นที่ภายในระยะเวลา เพียง 1 ชั่วโมง  น้ำขึ้นสูงเกือบ 4 เมตร

          ชาวบ้านเองก็ตระหนักในปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี  จึงได้ใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลพ้อแดงเป็นเวทีปรึกษาหารือ ในการขอรับสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จำนวน 50,000 บาท  ผนวกกับการสมทบของพี่น้องในพื้นที่ รวมแล้วก็ประมาณ 80,000 บาท  ในการจัดการกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้น  โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่  ตั้งแต่ระดับผู้นำจนไปถึงพี่น้องทั่วไป  มีการดำเนินการจัดทำข้อมูลพื้นที่เป้าหมายโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในชุมชน พื้นที่เสี่ยงภัย พี่น้องที่ได้รับผลกระทบ   รวมไปถึงการจัดทำ “แผนที่ทำมือ” หรือ “แผนที่ชุมชน” ด้วยตัวเอง มีการรับรองข้อมูลชั้นต้นจากประชาคมของคนพ้อแดงเอง ทำให้ระบบข้อมูลชุมชนมีความชัดเจนและแม่นยำมากขึ้น   

           31468.jpg

 

 หลังจากนั้น จึงมีการจัดทำแบบสอบถาม ให้อาสาสมัครออกเดินสำรวจในตำบล เพื่อจัดทำฐานระบบข้อมูล GIS เกี่ยวกับข้อมูลชุมชน  ผู้ได้รับผลกระทบจากหนักไปหาเบา  เส้นทางการอพยพ    รวมทั้งการจัดการศูนย์ภัยพิบัติสำหรับผู้ประสบภัย  กองทุนภัยพิบัติ  อบรมอาสาสมัครจัดการภัยพิบัติเป็นประจำ  จัดหาอุปกรณ์  วิทยุสื่อสาร  เพื่อให้สามารถจัดการกับปัญหาได้อย่างเป็นระบบที่สุดและทันท่วงที  อีกทั้งร่วมประเมินสถานการณ์ต่างๆ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกพื้นที่ เป็นระยะ

          มีโอกาสเยี่ยมชม “โรงน้ำดื่มชุมชน” ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2533 โดยใช้แหล่งน้ำจากบ่อบาดาลสะอาดในชุมชน และบริหารงานโดยสภาองค์กรชุมชนตำบลพ้อแดงถือได้ว่า เป็นธุรกิจชุมชนที่ประสบความสำเร็จอย่างดี พี่น้องพ้อแดงและตำบลข้างเคียงสามารถอุปโภค บริโภคน้ำสะอาดได้ปริมาณ 20 ลิตร ในราคาเพียง 5 บาท เพราะแต่เดิมพี่น้องส่วนใหญ่จะอุปโภค บริโภค น้ำจากบ่อที่ขุดใช้กันในครัวเรือน แต่ด้วยการเจริญเติบโตที่มากขึ้น พี่น้องเองก็ตระหนักดีกับปัญหาสารปนเปื้อนที่มากับน้ำจากการเจริญเติบโตของเมืองหลังสวน ซึ่งถือเป็น “ภัยพิบัติทางน้ำแบบผ่อนส่ง” ก็เรียกได้

           “อรุณ” กล่าวอีกว่า นอกจากจะทำงานเรื่องการจัดการภัยพิบัติแล้ว ก้าวต่อไป  สภาองค์กรชุมชนตำบลพ้อแดง  มีแผนงานโครงการในการพัฒนาพื้นที่รูปธรรมระบบเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง  ในช่วงต้นปี พ.ศ.2559  โดยการบูรณาการกลุ่มทุนในชุมชน  เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพร่วมกัน  และนำผลที่เกิดขึ้นเสนอแผนงานต่อหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้คนพ้อแดงเกิดความยั่งยืนสูงสุด  คนรุ่นหลังสามารถจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสังคมภายนอก  ภายใต้วิถีและภูมิปัญญาของชุมชน


31464.jpg          “ตอนนี้เรามีทุนอยู่ในตำบลหลายอย่าง พื้นที่ของเรายังอุดมสมบูรณ์ มีพืชพรรณไม้นานาชนิด มีสายน้ำ  มีกลุ่มอาชีพต่างๆ ที่เกิดจากการรวมกลุ่มของพี่น้องในตำบล มีกองทุนชุมชน มีโรงน้ำดื่มของตำบล ฯลฯ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้เชื่อมโยงให้เป็นหนึ่งเดียว โดยสภาองค์กรชุมชนตำบลพ้อแดง จึงเชื่อมั่นว่า ชาวพ้อแดงจะจับมือกันไปสู่ความมั่นคงของเศรษฐกิจชุมชนฐานรากในที่สุด” ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลพ้อแดงกล่าวด้วยความหวัง 

31879.jpg

 

รัชตะ  มารัตน์  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน : รายงาน

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter