“ก่อนที่จะมาให้คนอื่นมาช่วย เราต้องช่วยเหลือตัวเองก่อน”
หลักคิดข้างต้น มันเป็นแนวทางที่กระตุ้นเตือนให้คนคลองหินปูนร่วมกันทำงานไปสู่การการพัฒนาที่ยั่งยืนมั่นคง
คลองหินปูน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ประชาชนอพยพมาจากหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร
จากกระแสการพัฒนาประเทศที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ได้ส่งผลให้คนในตำบลคลองหินปูนต้องเผชิญกับปัญหานับประการ และนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาการสูญเสียที่ดิน อันเนื่องมาจากมีนายทุนรวมถึงคนต่างชาติเข้ามาคว้านซื้อที่ดินในพื้นที่มากขึ้น ส่งผลให้ราคาที่ดินและค่าเช่าที่ดินสูงขึ้น จนนำไปสู่ภาระการขาดทุน ยิ่งไปกว่านั้น ชาวบ้านยังต้องเผชิญกับปัญหา การว่างงานและแรงงานต่างด้าวเนื่องจากตำบลคลองหินปูนมีอาณาเขตไม่ห่างจากชายแดนประเทศกัมพูชามากนัก ทำให้มีแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานรับจ้างในพื้นที่ ซึ่งเดิมมีจำนวนไม่มากนักและไม่ได้อยู่ประจำ แต่ปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้คนในพื้นที่ต้องประสบกับปัญหาการว่างงาน เนื่องจากค่าจ้างแรงงานต่างด้าวจะมีราคาถูกกว่า ทั้งนี้ หากวิเคราะห์ถึงต้นตอของปัญหาดังกล่าว จะพบว่าเกิดจากการขาดปัจจัยการผลิต ขาดเงินทุน การไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน รวมถึงขาดปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต นำมาสู่ความล้มเหลวของครอบครัวเกษตรกร และการสูญเสียที่ดินทำกิน
จากปัญหาดังกล่าว เป็นแรงผลักดันให้คนในตำบลคลองหินปูนจำนวนหนึ่ง ต้องลุกขึ้นมาจัดการแก้ปัญหาของตัวเอง โดยเริ่มจากปัญหาเรื่องที่ดินทำกินซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการทำการผลิต เมื่อปี 2547 โดยการสำรวจ/จัดทำข้อมูลผู้เดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินในตำบล สำรวจพื้นที่ว่างเปล่าในตำบล นำไปสู่การสร้างพื้นที่รูปธรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินนำร่อง ที่หมู่ 6 บ้านบ่อลูกรัง จากนั้น จึงได้ขยายพื้นที่การแก้ไขปัญหาไปสู่หมู่บ้านอื่น นอกจากนี้ ยังได้มีการเชื่อมโยงกระบวนการแก้ไขปัญหาจากเรื่องที่ดินทำกินไปสู่การพัฒนาด้านอื่นๆ เพื่อให้สามารถจัดการกับปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในทุกด้าน โดยไม่แยกส่วน และครอบคลุมทั้งตำบล
เพื่อให้เกิดความร่วมมือ ในการเข้ามาร่วมกันแก้ปัญหาอย่างกว้างขว้าง จะต้องมีเครื่องมือที่จะนำมาใช้ในการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนที่เดือดร้อน ตลอดจนหน่วยงาน/ภาคีที่เกี่ยวข้อง “ข้อมูล” จึงมีส่วนสำคัญในกระบวนการทำงานดังกล่าว
ละอองดาว สีลาน้ำเที่ยง อดีตผู้ใหญ่บ้านว่าหมู่ 6 บอกว่า“ด้วยเหตุที่ไม่ได้ทำข้อมูล จึงทำให้ไม่รู้สาเหตุที่มาที่ไปของปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่...จึงได้วิเคราะห์และเห็นว่าการแก้ไขปัญหาจะต้องทำอย่างเป็นระบบ โดยมี”กองทุน”ที่สามารถนำเงินมาใช้ได้ทันที และมี”ระบบข้อมูล”ที่ดีเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ เช่น ข้อมูลผู้เดือดร้อนเรื่องที่ดิน,ข้อมูลการรับรองที่ดิน ข้อมูลการตั้งถิ่นฐาน เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ชาวบ้านหรือผู้เดือนร้อนจะต้องลุกขึ้นมาทำด้วยตัวเอง ร่วมกับภาคีพัฒนาต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นที่ยอมรับด้วยกันทุกฝ่ายและต้องจัดทำกันทั้งตำบลไม่ใช่เป็นข้อมูลเฉพาะกรณี เพื่อให้นำไปแก้ปัญหาได้ทั้งตำบล
นอกจากข้อมูล และกระบวนการเรียนรู้ควบคู่กับการปฏิบัติการดังกล่าวแล้ว การที่จะพัฒนาพื้นที่ตำบลหรือแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างรอบด้านและครอบคลุมนั้น จำเป็นต้องเห็นข้อมูลภาพรวม ทั้งตำบล ดังนั้นเครื่องมือสำคัญซึ่งถูกนำมาใช้ทดลองปฏิบัติการที่คลองหินปูน คือ “ผังตำบล” ซึ่งถือว่าเป็นงานใหม่และเป็นพื้นที่นำร่องในการแก้ปัญหาด้านที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน และปัญหาอื่นๆ โดยเจ้าหน้าที่จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือพอช. ช่วยหนุนเสริมเชิงเทคนิค และเครื่องมือ เช่น ทำความเข้าใจการทำผังตำบล กระบวนการทำผังตำบล การจับพิกัดขอบเขตรายแปลงโดนเครื่อง GPS เป็นต้น โดยมีการเชิญชวนแกนนำชุมชนและผู้เดือดร้อนจากตำบลอื่นๆ เข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติการดังกล่าวด้วย เพื่อนำไปดำเนินการและขยายผลต่อไป
ผู้ใหญ่ละอองดาวบอกว่า เครื่องมือที่ พอช. ให้มาอย่าง GIS แล้วเราก็มาสอนกันเอง เพราะว่า พอช.ไม่ได้มาช่วยเราตลอด เราคือผู้เดือดร้อน พอช. ไม่ใช่ผู้เดือดร้อน จะให้ พอช. มาตักข้าวใส่ปากเราไม่ใช่ แต่ พอช. มีเครื่องมือเราก็ไปอบรมแล้วมาสอนกันเอง อันไหนเราทำไม่ได้ก็ค่อยขอความอนุเคราะห์” และยังกล่าวอีกว่า “การทำแผนที่ทำมือ ผังตำบลจะทำให้เราเห็นปัญหา และข้อมูลของผู้เดือดร้อน เราใช้แผนที่ทำมือนำไปสู่การวิเคราะห์ตนเอง เห็นปัญหาร่วมกันของคนในตำบล เริ่มต้นจากตัวเราก่อนเห็นข้อมูลทั้งระดับหมู่บ้านและตำบล จนเกิดแผนและผลลัพธ์ หากเรารอความช่วยเหลือของรัฐบาลคอยพึ่งพาคนอื่นนั้นปัญหาก็ไม่หมดไป เราควรสร้างทุนในการแก้ปัญหา จากรอพึ่งคนอื่นมาเป็นพึ่งตนเอง เมื่อรัฐหรือท้องถิ่นเห็น เขาจะเข้ามาหนุนเสริม คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย สามคนสบาย อะไรก็แก้ได้เริ่มจากเล็กและเติบโตในท้ายสุด” แผนที่ทำมอจึงเป็นเครื่องมือสำคัญ อีกอย่างหนึ่งของคลองหินปูนนำที่มาใช้ในการจัดทำผังตำบล
กล่าวได้ว่า ความสำเร็จในการพัฒนาของตำบลคลองหินปูนในวันนี้ เกิดขึ้นจากความพยายามในการแก้ไขปัญหาของพื้นที่ ด้วยคนในตำบลคลองหินปูนเอง จากจุดเริ่มต้นของปัญหาในเรื่องที่ดินทำกิน นำไปสู่การรวมคน/รวมกลุ่ม การจัดทำข้อมูล การจัดตั้งกองทุนและบูรณาการทุนภายในพื้นที่ทั้งคนและเงินจากผู้เดือดร้อนกลุ่มเล็กๆ เพียงไม่กี่หมู่บ้านขยายผลครอบคลุมไปทั้งตำบล โดยมีสภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยง และใช้ผังตำบลเป็นเครื่องมือในการวางแผนชีวิตของคนในชุมชนและหมู่บ้านอย่างรอบด้าน
นับเป็นการจัดการปัญหาและการพัฒนาร่วมกันของในพื้นที่อย่างเป็นระบบ จนส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงและเกิดผลการพัฒนาในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
สุวัฒน์ คงแป้น : รายงาน





