สำนักงานเขตห้วยขวาง/ เครือข่ายชุมชนริมคลองลาดพร้าวเขตห้วยขวางยืนยันสนับสนุนนโยบาบจัดระเบียบคูคลองของรัฐบาลและพร้อมที่จะพัฒนาชุมชน เช่น มีทางเดิน ไบค์เลนเลียบคลอง การเดินเรือเชื่อมรถไฟฟ้า รถยนต์ ตลาดน้ำ แต่ขอให้สำนักการระบายน้ำลดแนวสร้างเขื่อนจาก 35 เมตรเหลือ 25 เมตร เพื่อให้มีพื้นที่จัดทำโครงการบ้านมั่นคงและพัฒนาชุมชนได้
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสำนักงานเขตห้วยขวาง เครือข่ายชุมชนริมคลองลาดพร้าว เขตห้วยขวาง ประชาคมห้วยขวาง และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้จัดให้มีการประชุมหารือร่วมกันเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมของกทม. และแผนการเตรียมการรื้อย้ายบ้านเรือนริมคลองออกจากแนวก่อสร้างเขื่อน โดยมีตัวแทนชาวบ้าน หน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักการระบายน้ำกทม. กรมธนารักษ์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ตำรวจและทหารในพื้นที่ เข้าร่วมประชุมประมาณ 200 คน
นายจำรัส กลิ่นอุบล ประธานเครือข่ายชุมชนริมคลองลาดพร้าว กล่าวว่า ชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าวยืนยันที่จะสนับสนุนนโยบายการจัดระเบียบคูคลองของรัฐบาล ซึ่งตามแผนงานจะมีการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม และจะต้องมีการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำลำคลองหรืออยู่ในแนวก่อสร้างเขื่อน ทั้งนี้ทาง กทม.และทหารได้ร่วมกันนำธงสีแดงมาปักแสดงแนวเขื่อนในชุมชนต่างๆ ให้ชาวบ้านได้เห็นแนวเขื่อนชัดเจนตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อให้ชาวบ้านเตรียมตัวรื้อย้ายบ้านเรือนนั้น แต่จากการสำรวจพบว่าแนวเขื่อนที่จะสร้างในคลองลาดพร้าวเขตห้วยขวางเหลือพื้นที่ความกว้างให้ชาวบ้านได้อยู่อาศัยสร้างบ้านใหม่เพียง 12 เมตรเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอที่จะรองรับชาวบ้านได้ทั้งหมด นอกจากนี้จะต้องมีการใช้พื้นที่เพื่อก่อสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ ด้วย เช่น ทางเดินเลียบคลอง สวนหย่อม ศูนย์เด็กเล็ก บ่อบำบัดน้ำเสีย ฯลฯ
“แนวสร้างเขื่อนที่สำนักการระบายน้ำมาปักธงในชุมชนคลองลาดพร้าวเฉลี่ยแล้วกว้าง 35 เมตร และเหลือพื้นที่ให้ชาวบ้านสร้างบ้านใหม่มีความกว้างเฉลี่ยเพียง 12 เมตรตลอดแนวคลอง ซึ่งไม่เพียงพอที่จะสร้างชุมชนใหม่ได้ นอกจากนี้แนวเขื่อนที่ทางสำนักการระบายน้ำเคยเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน ก็เสนอแนวเขื่อนคลองลาดพร้าวในเขตห้วยขวางต่อที่ประชุมว่ามีความกว้างประมาณ 17-28 เมตรเท่านั้น ไม่ใช่กว้างถึง 35 เมตรตามที่เจ้าหน้าที่เอาธงมาปักในชุมชน” ประธานเครือข่ายกล่าว
นายจำรัสกล่าวอีกว่า ชาวบ้านไม่ได้ขัดขวางนโยบายของรัฐบาลในการก่อสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันน้ำท่วม และยินดีที่จะเข้าร่วมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชนริมคลอง เช่น การเดินเรือเชื่อมเส้นทางรถไฟฟ้า รถยนต์ ในคลองลาดพร้าว-คลองบางซื่อ ไบค์เลนเลียบคลอง สร้างตลาดน้ำเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและท่องเที่ยวชุมชน ฯลฯ แต่ทางราชการก็ต้องเหลือพื้นที่เพื่อให้ชุมชนสามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้ โดยชุมชนพร้อมที่จะเข้าร่วมกระบวนการสร้างบ้านมั่นคงที่ทาง พอช.ดูแลอยู่ เช่น มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านมั่นคงในหลายชุมชนแล้ว และตามแผนงานของทางพอช. จะให้ชุมชนที่มีความพร้อมรื้อย้ายและเริ่มสร้างบ้านใหม่ในเดือนเมษายนนี้ แต่หากเรื่องแนวเขื่อนและเรื่องที่ดินเพื่อสร้างบ้านยังไม่มีความชัดเจน ตนก็คิดว่าแผนงานที่กำหนดเอาไว้อาจจะมีอุปสรรคหรือล่าช้าออกไปอีก
นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ อดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.)เขตห้วยขวาง กล่าวว่า แนวธงแดงสร้างเขื่อนที่เหลือพื้นที่ให้ชุมชนอยู่เพียง 12 เมตรนั้นไม่พอสร้างที่อยู่อาศัยรองรับชาวบ้านแน่ หรือหากจะสร้างเป็นแฟลตหรืออาคารสูงก็คงจะไม่เพียงพออีกเช่นกัน ทั้งยังขัดกับสภาพแวดล้อมและด้านกายภาพของชุมชน ซึ่งมีทั้งผู้สูงอายุ และชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพค้าขาย นอกจากนี้ตนขอเสนอให้กรุงเทพมหานครให้การช่วยเหลือชาวบ้านที่ต้องรื้อย้ายหรือเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน
ในตอนท้ายของการประชุม ตัวแทนเครือข่ายชุมชนริมคลองลาดพร้าวฯ ได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องของเครือข่ายฯ ผ่านตัวแทนสำนักการระบายน้ำ โดยมีประเด็นสำคัญคือ ขอให้ลดความกว้างของเขื่อนในคลองลาดพร้าวเขตห้วยขวางจาก 35 เมตร เหลือ 25 เมตร ซึ่งจะทำให้ชุมชนต่างๆ มีพื้นที่เหลือเป็นแนวกว้างตลอดลำคลองตั้งแต่ 22 เมตรขึ้นไปเพื่อสร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิม
ส่วนชุมชนที่มีพื้นที่คับแคบและไม่เพียงพอที่จะสร้างบ้านใหม่ ชาวชุมชนจะรวมตัวกันขอเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์หรือสำนักงานทรัพย์สินเพื่อสร้างบ้านใหม่ต่อไป ทั้งนี้เครือข่ายฯ จะติดตามความคืบหน้าในการยื่นข้อเรียกร้องจากสำนักการระบายน้ำและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หากไม่มีความคืบหน้าทางเครือข่ายฯ ก็อาจจะยื่นข้อเรียกร้องต่อพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลรับผิดชอบโครงการนี้ต่อไป

สำหรับชุมชนริมคลองลาดพร้าวเขตห้วยขวางมีทั้งหมด 7 ชุมชน ประกอบด้วย ชุมชนซอยลาดพร้าว 45, ชุมชนร่วมใจพิบูลย์ 2, ชุมชนซอยลาดพร้าว 80, ชุมชนประชาอุทิศ, ชุมชนหลังสมาคมโรงเรียนไทย-ญี่ปุ่น, ชุมชนบึงพระราม 9 และชุมชนบึงพระราม 9 พัฒนา รวมทั้งหมดประมาณ 1,200 ครัวเรือนเศษ ประชากรทั้งหมดประมาณ 4,000 คน
สุวัฒน์ กิขุนทด : รายงาน





