playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

190259.03 resize

จ้าบ่าวชาวนาตัวแทนผูกปิ่นโตข้าว 4 คน ประชุมร่วมกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ฯลฯ เรื่อง “ แนวทางการวางแผนการผลิตข้าวครบวงจร ” ณ ศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า นนทบุรี เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา

            จากการที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำแผน แผนการผลิตข้าวครบวงจร ซึ่งจะมีทั้งตลาด mass และตลาด niche แผนจะแบ่งเป็นช่วงการผลิต การเก็บเกี่ยวและหลังเก็บเกี่ยว การตลาดภายในประเทศ และการตลาดต่างประเทศ

            ในส่วนแผนของตลาด massนั้นช่วงการผลิต จะประกอบด้วยแผนงานด้าน 1. การกำหนดพื้นที่ปลูกข้าวนาปี และข้าวนาปรังปี 2559/2560 2.การขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว2559/2560 3.การจัดการปัจจัยการผลิตข้าว เช่น เมล็ดพันธุ์ การควบคุมคุณภาพปุ๋ยและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช การส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ การปรับปรุงกฎระเบียบการผลิตปัจจัยการผลิต การสนับสนุนและบริหารจัดการเครื่องจักรการเกษตร ช่วงปลูกและเก็บเกี่ยว การวิจัยและพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตร ตลอดจนการจัดการน้ำชลประทานเพื่อการเพาะปลูกข้าว 4.การลดต้นทุนการผลิตข้าว อาทิ การคำนวณต้นทุน การควบคุมราคาเมล็ดพันธุ์ ลดราคาปุ๋ยและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ลดราคาค่าบริการรถเกี่ยว การทำนาแปลงใหญ่ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวผ่านศูนย์เพิ่มประสิทธิภาพการลิตสินค้าเกษตร การจัดทำหมู่บ้านต้นแบบลดต้นทุนการผลิตข้าว การลดค่าเช่าที่นา 5. การประกันพืชผล 6. สินเชื่อ/ลดดอกเบี้ยเกษตรกรเพื่อการเพาะปลูก 7.ปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวไปปลูกพืชที่หลากหลาย 8.การวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าว ในช่วงการเก็บเกี่ยวและหลังเก็บเกี่ยวประกอบด้วยแผน 1.การสนับสนุนและบริหารจัดการเครื่องจักรกลการเกษตร เช่น ลานตาก เครื่องอบ 2. เพิ่มประสิทธิภาพและมาตรฐานโรงสี เช่น จัดวางระบบ GMP / HACCP โครงการโรงสีติดดาว และการพัฒนาการผลิตข้าวคุณภาพ Q ครบวงจรเพื่อมูลค่าเพิ่ม การตลาดภายในประเทศประกอบด้วย 1.แผนมาตรการชะลอผลผลิตออกสู่ตลาดเพื่อสร้างความเข้มแข็งของกลไกตลาด เช่น ตลาดนัดข้าวเปลือก ชดเชยดอกเบี้ยสต๊อกข้าว( packing stock) สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวของสถาบันเกษตรกร สินเชื่อเพื่อชะลอการขายข้าวเปลือก(จำนำยุ้งฉาง) 2.สร้างความเป็นธรรมทางการค้า เช่น ตรวจสอบเครื่องชั่งน้ำหนักและเครื่องวัดความชื้นข้าวเปลือกข้าวสาร ปิดป้ายราคารับซื้อ จัดทำ websiteเพื่อแสดงข้อมูลการผลิตและการค้าข้าว จัดทำข้อตกลงการค้าที่เป็นธรรม และการศึกษาความเป็นธรรมในห่วงโซ่อุปทาน (ภาษี เครื่องวัด กฎระเบียบอื่นๆ ) 3.จัดทำและทบทวนมาตรฐานข้าวหอมมะลิ 4.การวิจัยและพัฒนา(เพื่อส่งเสริมการพาณิชย์ข้าว) และ 5 ส่งเสริมการบริโภคข้าว

            ในส่วนแผนของตลาดniche หรือตลาดข้าวสี ข้าวเฉพาะ ช่วงการผลิต จะประกอบด้วยแผนงาน 1.การสร้างชาวนารุ่นใหม่เพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน เช่น พัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง(Smart Farmer) ชาวนารุ่นใหม่ การส่งเสริมเกษตรกรเพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ในช่วงการเก็บเกี่ยวและหลังเก็บเกี่ยวประกอบด้วย การส่งเสริมโรงสีสำหรับข้าวคุณลักษณะเฉพาะ แผนการตลาดภายในประเทศประกอบด้วย 1.การพัฒนาตลาดสินค้าข้าวที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม(สีGIอินทรีย์) เช่น การกำหนดราคาสินค้า สร้างเรื่องราว และคุณค่าทางโภชนาการ จัดทำมาตรฐานข้าวสี ส่งเสริมการต่อยอดผลิตภัณฑ์และพัฒนาตลาด ส่งเสริมนวัตกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ 2.จัดทำมาจรฐาน Fair Trade

และในส่วนการตลาดต่างประเทศทั้งของตลาด mass และตลาดniche นั้นจะมุ่งไปที่ การเจรจาตลาดต่างประเทศ (G-G)รักษาตลาดเดิม เพิ่มตลาดใหม่(mass) ส่งเสริมภาพลักษณ์และประชาสัมพันธ์(mass+ niche) สร้างการรับรู้และขยายตลาดข้าวคุณลักษณะเฉพาะ(niche)

            จากแผนงานดังกล่าวได้มีการเพิ่มเติมข้อเสนอจากเจ้าบ่าวชาวนา ผูกปิ่นโตข้าว เพื่อให้เกิดประโยชน์และพัฒนาแก้ไขปัญหาได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งมีใจความสำคัญ คือ 1. เพิ่มการมีส่วนร่วมการทำงานพัฒนา กลุ่มเกษตรอินทรีย์ + ท้องถิ่น + ประชาสังคม + ชาวนาในพื้นที่ ในทุกระดับทั้งพื้นที่ชุมชน อำเภอ จังหวัด ภาค ชาติ เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนเลิกใช้สารเคมี ร่วมกันให้ความรู้ ทำตัวอย่างให้ดูและทำอย่างต่อเนื่อง 2.การกำหนดพื้นที่เพาะต้องทำเรื่องข้อมูลอย่างละเอียดหรือทำวิจัยศึกษาชุมชนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริงทั้งภูมิศาสตร์ กายภาพ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และความต้องการของชุมชนตลอดจนพื้นที่ที่สามารถทำนาปรังได้ 3.การยกระดับชาวนาไทยด้วยกระบวนการ ผูกปิ่นโตข้าว ที่ตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวนา การพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานราก พัฒนาองค์ความรู้กระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ ลดต้นทุน ลดช่องว่าง อนุรักษ์เมล็ดพันธุ์ที่ดี ฟื้นวิถีดั้งเดิมการแบ่งปัน เกื้อกูล และพึ่งตนเอง 4.ให้หนุนเสริมการใช้พลังงานทดแทน พลังงานแสงแดดที่ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือจ่ายน้อยที่สุด สามารถทำใช้เองได้อย่างมีคุณภาพ 5. หนุนเสริมการรับรอง PGS สนับสนุนโรงสีที่มีมาตรฐาน ราคาถูก หรือสินเชื่อไร้ดอกเบี้ย ให้กับชุมชนและสนับสนุนตลาดตรงเฉพาะข้าวอินทรีย์ 6. ให้ปรับเปลี่ยนมาใช้พันธุ์ข้าวพื้นบ้านที่ไม่ตอบสนองต่อปุ๋ยเคมี และยาเคมีและให้สื่อสารข้อมูลการเปรียบเทียบคุณภาพของข้าวอินทรีย์ และข้าวเคมีต่อสาธารณะ สื่อกระแสหลัก และสื่อท้องถิ่นทุกช่องทาง 7.ให้ศึกษาข้อมูลคุณสมบัติพืชหลังนาโดยละเอียดก่อนจะมาส่งเสริมให้ปลูกและจัดการให้มีตลาดรองรับอย่างชัดเจน

            ข้อเสนออื่นๆจากผู้เข้าประชุม 1.ให้ผู้มีอำนาจศึกษาข้อมูลจริงการใช้น้ำของเกษตรกรและอุตสาหกรรมเพื่อการแบ่งปันน้ำอย่างเป็นธรรม 2. ให้ควบคุมราคาปุ๋ยเคมี และยาเคมีต่างๆ 3.ให้ควบคุมการทิ้งน้ำเสียจากอุตสาหกรรมและการเผาไหม้ทำลายอากาศ 4.ควบคุมราคารถเกี่ยวให้ถูกลง 5.ปลดล๊อกกฎหมายการขายเมล็ดพันธุ์ เพื่อศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนทำงานได้จริง 6.ทำวิจัยคุณสมบัติของข้าวทุกชนิดและเผยแพร่สู่สาธารณะ 7. ขึ้นทะเบียนหน่วยงานที่ทำเรื่องเกษตรอินทรีย์เพื่อลดการใช้เจ้าหน้าที่ของรัฐ และเป็นฐานให้ความรู้กับชาวนาที่ทำเกษตรอินทรีย์ เพราะเกษตรกรยังต้องเรียนรู้เกษตรอินทรีย์อีกมาก

            จากนั้น เจ้าบ่าวชาวนา ตัวแทน ผูกปิ่นโตข้าว 4 คน ใช้เวลาอย่างรวดเร็ว เขียนหนังสือสด และพร้อมกันยื่นให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยมีวัตถุประสงค์ให้สนับสนุนกระบวนผูกปิ่นโตข้าว ทุกจังหวัด เพราะตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวนาอย่างแท้จริง ซึ่งมีจังหวัดผูกปิ่นโตข่าวนำร่องไปแล้ว คือ จังหวัดอำนาจเจริญ จ่อคิวตามด้วยจังหวัดอุบลราชธานี และวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ จังหวัดนครสวรรค์ก็จะคุยเรื่องผูกปิ่นโตข้าวด้วยเช่นกัน

190259.02 resize

190259.01 resize


รายงานโดย พัชรินทร์ เกษสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวชุมชนจังหวัดนครสวรรค์

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter