playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

01 5

จ.ระยอง/ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเปิดเวทีสร้างความเข้าใจและรับฟังความเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญเป็นครั้งแรกที่จังหวัดระยอง   หลังจากนั้นจะตระเวนไปทุกภาคทั่วประเทศอีก  8 เวที  “เธียรชัย  ณ นคร”  ยืนยันเป็นรัฐธรรมนูญฉบับต้านโกง  และจะนำข้อเสนอของชาวบ้านไปเสนอต่อคณะกรรมการร่างรธน.เพื่อนำไปปรับปรุงและบรรจุลงในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่  ขณะที่ชาวบ้านค้านการยกเลิกกฎหมายผังเมืองเพราะกลัวโรงไฟฟ้าและขยะจะเข้าไปตั้งในพื้นที่เกษตรส่งผลกระทบต่อประชาชน

วันนี้ (20 ก.พ.2559) ที่ศูนย์การเรียนรู้บ้านจำรุง   ต.เนินฆ้อ  อ.แกลง  จ.ระยอง  คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญร่วมกับสภาองค์กรชุมชนตำบล  เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน   และภาคประชาสังคม  ภาคตะวันออก  ได้จัด “เวทีสร้างความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญและการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ  และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ”  โดยมีนายเธียรชัย  ณ  นคร  กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ   ได้ปาฐกถาพิเศษ  เรื่อง “ทำความเข้าใจในสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ”   โดยมีตัวแทนประชาชนในภาคตะวันออกเข้าร่วมประมาณ 400 คน  หลังจากนั้นจึงมีการแบ่งกลุ่มเพื่อนำข้อคิดเห็นของแต่ละกลุ่มตามประเด็น  เช่น  ประเด็นเกษตร  ผังเมือง  ประมงชายฝั่ง ดิน  น้ำ  ป่า  การกระจายรายได้  ฯลฯ  นำเสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

01 4นายเธียรชัย  กล่าวว่า  การจัดงานในวันนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเปิดเวทีสร้างความเข้าใจต่อร่างรัฐธรรมนูญและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน  ซึ่งข้อคิดเห็นต่อประเด็นต่างๆ หรือข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญมาตราต่างๆ  ที่ประชาชนนำเสนอในวันนี้   ตนจะรวบรวมนำไปเสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อปรับปรุงร่างรธน.ตามข้อเสนอแนะของประชาชนต่อไป  และหลังจากนี้คณะกรรมการร่างรธน.ก็จะตระเวนไปจัดเวทีทุกภาคทั่วประเทศอีก 8 ครั้ง  โดยครั้งสุดท้ายจะจัดที่ภาคตะวันตก  จ.เพชรบุรี  ในวันที่  5 มีนาคมนี้

“สภาองค์กรชุมชนเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเติบโตกระบวนการมีส่วนร่วมภาคประชาชน  และมีกฎหมายรองรับ  รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับต้านโกง  ซึ่งมีการกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักการเมือง และในเรื่องสิทธิชุมชน  ประชาชน  ได้ให้สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และการกำหนดหน้าที่ของรัฐที่ต้องรับผิดชอบ”  นายเธียรชัยกล่าว  และกล่าวด้วยว่า  ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ในระหว่างการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อประกอบการจัดทำรัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์ภายในวันที่  29 มีนาคมนี้

01 2

ส่วนข้อเสนอของประชาชนในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญมีการนำเสนอในประเด็นต่างๆ  เช่น  ด้านการเกษตร  ให้รัฐสนับสนุนเกษตรกรรมรายย่อยด้านการบริหารโครงสร้างพื้นฐาน  การกำหนดมาตรการปกป้อง  การพยุงราคา  แทรกแซง  สนับสนุน  เลือกการทำเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจสังคม ระบบนิเวศน์ และคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม

ด้านประมงพื้นบ้าน  ปัจจุบันมีปัญหาประมงพื้นบ้านจาก พ.ร.บ.ปี 2558 เช่น ให้ทำประโยชน์ในเขต 5.4 กิโลเมตรและในเขต 3 ไมล์ทะเล  หากทำผิดกฎหมายจะเสียค่าปรับ  ห้ามโอนถ่ายซื้อขายมรดกทางประมง ซึ่งเป็นการลิดรอนด้านสิทธิมนุษยชน   ที่ประชุมจึงเสนอให้ยกเลิกมาตรา  34  พ.ร.บ.ประมง พ.ศ.2558  และมีข้อเสนอว่า  การออกกฎหมาย ควรคำนึงถึงภูมิปัญญาและการดำรงวิถีชีวิตของชาวประมง  ไม่ใช้ข้อมูลทางวิชาการเพียงด้านเดียว

ประเด็นการกระจายอำนาจ  มีข้อเสนอว่า  บุคคลผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคน มีสิทธิ์เข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 238  ได้ตามหลักเกณฑ์  วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ

 นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีความเห็นคัดค้านคำสั่งของ คสช.ที่ 4/ /2559  เรื่องการยกเว้นการใช้ข้อบังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสำหรับการประกอบกิจการบางประเภท  เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ  แต่มีข้อจำกัดเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดินตามกฎหมายผังเมือง  และข้อกำหนดตามกฎหมายควบคุมอาคารยังไม่สอดคล้องและเป็นอุปสรรคต่อการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ   โดยเฉพาะกิจการด้านคลังน้ำมันและพลังงานไฟฟ้า  รัฐบาลจึงอาศัยอำนาจมาตรา 44  แห่งรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ออกคำสั่งฉบับนี้   เพื่อให้สามารถดำเนินการจัดตั้งและบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษได้อย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็ว 

ด้านตัวแทนสภาองค์กรชุมชนตำบลในภาคตะวันออก   กล่าวว่า  การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษจะทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบหลายด้าน  เช่น  ด้านสิ่งแวดล้อม  ทรัพยากรธรรมชาติ  เนื่องจากในภาคตะวันออกซึ่งมีแม่น้ำที่สำคัญหลายสาย  เช่น บางปะกง  แต่โรงงานต่างๆ ได้ปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำ  นอกจากนี้โรงงานก็ยังแย่งชิงแหล่งน้ำในการเกษตร  ส่วนบางพื้นที่ก็มีโรงงานไฟฟ้าชีวมวลเข้าไปตั้งรุกเข้าไปในพื้นที่การเกษตร  อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อพืชไร่ที่ชาวบ้านปลูกเอาไว้  รวมทั้งมีผลกระทบต่อสุขภาพของชาวบ้านที่ต้องสูดดมเอาฝุ่นควันจากโรงงานไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกายด้วย

“หากมีการยกเลิกผังเมืองก็จะทำให้มีโรงงานต่างๆ เข้าไปตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำ  หรือแหล่งอาหารของชาวบ้าน  เช่น  โรงไฟฟ้า  รวมทั้งโรงงานคัดแยกและฝังขยะ  ซึ่งตามกฎหมายผังเมืองฉบับเดิมไม่อนุญาตให้ตั้งโรงงานเหล่านี้ในเขตเกษตรกรรม   โดยในภาคตะวันออกจะมีการประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดสระแก้วและตราดซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทางการเกษตร  ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลกลับไปใช้กฎหมายผังเมืองฉบับเดิม  ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น  ควรจะกำหนดให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดผังเมือง  ไม่ใช่ปล่อยให้เฉพาะกลุ่มที่เห็นด้วยเข้าไปประชุมและลงความเห็นชอบ  เพราะส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มของกำนันและผู้ใหญ่บ้านที่เห็นด้วยกับทางราชการ”  ตัวแทนชาวบ้านภาคตะวันออกกล่าว

นอกจากนี้ในที่ประชุมยังเสนอว่าจะให้ตัวแทนภาคประชาชนในจังหวัดต่างๆ  ทำหนังสือคัดค้านการยกเลิก พ.ร.บ.ผังเมืองดังกล่าวผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดไปถึงรัฐบาลคสช.ในวันที่ 23  กุมภาพันธ์นี้   โดยเฉพาะตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน 8 จังหวัดภาคตะวันออกจะไปยื่นหนังสือภายในวันเดียวกันที่ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด

สุวัฒน์ กิขุนทด : รายงาน


01 301 1

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter