playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 

58.jpg

“เมืองระยองเก็บภาษีจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ   เช่น  ปิโตรเคมีและก๊าซธรรมชาติ  ปีหนึ่งได้หลายแสนล้านบาท  หรือเกือบครึ่งหนึ่งของภาษีที่เก็บได้ทั้งประเทศ  แต่คนระยองได้ภาษีกลับคืนมาปีหนึ่งไม่กี่พันล้านบาท  แถมยังต้องได้รับผลกระทบจากมลพิษต่างๆ  ทั้งทางน้ำ  ทางอากาศ   ถนนพังเสียหายจากรถบรรทุก  อีกทั้งโรงพยาบาลก็มีคนงานต่างชาติเข้าไปใช้บริการมากกว่าคนระยองเสียอีก”

            “การยกเลิกผังเมืองตามประกาศของคสช.จะทำให้มีโรงงานต่างๆ เข้าไปตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ  โดยอยู่ใกล้แหล่งน้ำหรือแหล่งอาหารของชาวบ้าน  เช่น  โรงไฟฟ้าชีวมวล  โรงไฟฟ้าจากถ่านหิน  โรงไฟฟ้าจากขยะ โรงงานปิโตรเคมี  รวมทั้งโรงงานคัดแยกและฝังขยะ  ซึ่งตามกฎหมายผังเมืองฉบับเดิมไม่อนุญาตให้ตั้งโรงงานเหล่านี้ในเขตเกษตรกรรม....ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลยกเลิกคำสั่งคสช.ฉบับที่ 3 และ 4 /2559  แล้วกลับไปใช้กฎหมายผังเมืองฉบับเดิม”   ฯลฯ

                นี่คือเสียงสะท้อนบางส่วนของตัวแทนชาวบ้านในจังหวัดภาคตะวันออก  8 จังหวัดที่มาร่วมประชุมกันในงาน “เวทีสร้างความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญและการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ  และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ”  เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  ณ  มหาวิทยาลัยบ้านนอก (ศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรและเศรษฐกิจพอเพียง) บ้านจำรุง  ต.เนินฆ้อ  อ.แกลง  จ.ระยอง  ซึ่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ  สภาองค์กรชุมชนตำบล  เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน  และภาคประชาสังคม  ภาคตะวันออก  ได้ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น  โดยมีนายเธียรชัย  ณ  นคร  กรรมการร่างรัฐธรรมนูญเป็นตัวแทน  และมีแกนนำชาวบ้านเข้าร่วมประมาณ 400 คน 

                ผู้ใหญ่ชาติชาย  เหลืองเจริญ  แกนนำในการจัดเวทีนี้บอกว่า  สาระสำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ของภาคประชาชน คือ  การระดมความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2559   และจะนำสาระและข้อเสนอของประชาชนในภาคตะวันออกยื่นต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้นำไปพิจารณาและบรรจุลงไปในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่  โดยมีประเด็นต่างๆ รวม 9 ประเด็นที่ประชาชนได้ร่วมกันนำเสนอ 

ได้แก่  1.ประเด็นด้านการเกษตร  2. ผังเมือง  3.ประมงชายฝั่ง  4.การกระจายอำนาจ  การมีส่วนร่วม  5.สิทธิหน้าที่  เสรีภาพ  สิทธิชุมชน  6.การจัดการทรัพยากร  ดิน  ป่า  น้ำ พลังงาน  7.การปฏิรูปต่างๆ  8.สิทธิส่วนร่วมในการพัฒนา  การกระจายรายได้  งบประมาณที่เป็นธรรม  และ 9.หมวดว่าด้วยท้องถิ่น


ข้อเสนอของคนตะวันออก

ส่วนข้อเสนอที่ได้จากการเปิดเวทีในครั้งนี้  เช่น  ประเด็นด้านการเกษตร  1.กำหนดให้เกษตรกรได้รับการประกันจากรัฐในการมีสิทธิที่ดินอย่างทั่วถึงและน้ำอย่างพอเพียงเพื่อประกอบอาชีพ  2.ให้รัฐสนับสนุนเกษตรกรรมรายย่อยด้านการบริหารโครงสร้างพื้นฐาน การกำหนดมาตรการปกป้อง การพยุงราคา แทรกแซงสนับสนุน เลือกการทำเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจสังคม ระบบนิเวศน์ และคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม

ประเด็นประมงพื้นบ้าน  ปัญหาประมงพื้นบ้านจาก พ.ร.บ.ปี 2558   เช่น  การให้ทำประโยชน์ในพื้นที่ 5.4กิโลเมตรและในเขต  3ไมล์ทะเล   หากทำผิดกฎหมายจะเสียค่าปรับ ห้ามโอนถ่ายซื้อขายมรดกทางประมง ซึ่งเป็นการลิดรอนสิทธิมนุษยชน   ที่ประชุมจึงขอเสนอให้ยกเลิกมาตรา 34  ของ พ.ร.บ.ประมงปี 2558  และให้ทำประมงพื้นบ้านได้ในเขต  3ไมล์ทะเล    และเสนอว่า  การออกกฎหมายควรคำนึงถึงภูมิปัญญาและการดำรงวิถีชีวิตของชาวประมง  ไม่ใช้ข้อมูลทางวิชาการเพียงอย่างเดียวเพราะจะทำให้ขัดแย้งกับความเป็นจริงและเกิดผลกระทบต่อชาวประมงพื้นบ้าน

ประเด็นการกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วม สภาพลเมือง  มีข้อเสนอ  เช่น 1.ในการออกเสียงประชามติในการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้เฉพาะผู้มีสัญชาติไทยในการออกเสียง  2.บุคคลผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคน  มีสิทธิ์เข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 238  ได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ

ประเด็นสิทธิและหน้าที่ เสรีภาพ ความเสมอภาค สิทธิชุมชน  เช่น  1.การส่งเสริมสวัสดิการประชาชน คุ้มครองผู้พิการ ให้ได้รับความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ให้คนจน คนด้อยโอกาส  ในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม 2.สิทธิชุมชน  มีสิทธิในการปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ควรบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ  แยกไว้เป็นประเด็นต่างหาก ไม่ต้องแฝงในหน้าที่แห่งรัฐ

 สนับสนุนพลังงานหมุนเวียน  แต่ค้านโรงไฟฟ้าชีวมวล

ประเด็นการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า พลังงาน(ภูเขา ทะเล และพลังงาน)  1.รัฐต้องประกาศเขตอนุรักษ์ให้ชัดเจน และใช้ประโยชน์ในทรัพยากรร่วมกัน 2.ให้ชุมชน โดยสภาองค์กรชุมชนในการเข้าไปมีส่วนร่วมในเขตอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมมากกว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ  เพราะที่ผ่านมาตัวแทนชุมชนไม่มีโอกาสได้เข้าไปเป็นกรรมการ  3.ให้มีการสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน แต่ควรยกเว้นโรงไฟฟ้าชีวมวล เพราะมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และไม่มีการทำ EIA   ดังนั้นจึงเสนอว่า ในการสนับสนุนการใช้พลังงานให้ยกเลิกโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเภทดังกล่าว ให้เน้นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์) และโซล่าฟาร์ม

ประเด็นเกี่ยวกับการปฏิรูปด้านต่างๆ เช่น  1.สนับสนุนการจัดตั้งกองทุน ธนาคารแรงงาน และสถาบันการเงินชุมชน   2.การจัดตั้งกองทุนการออมตั้งแต่เริ่มจนพ้นวัยทำงาน  3.คุ้มครองภูมิปัญญาของชาวบ้าน 4.การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจากฐานราก ทั้งนี้การพัฒนาเศรษฐกิจต้องไม่กระทบกับวิถีชุมชนดั้งเดิม  5.ให้การทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ EIAให้เป็นไปตามประชามติของประชาชนในชุมชน

สิทธิส่วนร่วมในการพัฒนา การกระจายรายได้ การเข้าถึงปัจจัยการดำรงชีวิต งบประมาณที่เป็นธรรม   1.ชุมชนควรเข้าถึงแหล่งข้อมูลของรัฐ “อย่างเท่าเทียม”  2.บุคคล/ชุมชน มีสิทธิเสนอเรื่องราวร้องทุกข์และมีส่วนร่วมในการพิจารณาของเจ้าหน้าที่  3.บุคคลมีสิทธิฟ้องหน่วยงานรัฐให้รับผิดชอบเนื่องจากการกระทำหรือการละเว้นกระทำ   4.ชุมชนมีสิทธิปกป้องฟื้นฟู อนุรักษ์ สืบสานพัฒนาขนบธรรมเนียมประเพณี รวมถึงการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  5.จัดการส่งเสริมงบประมาณที่มุ่งให้เกิดประโยชน์ กลไกการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณรัฐที่มีประสิทธิภาพ  คุ้มครองแรงงานและชุมชน  6.มีการจัดสรรงบประมาณภาษีสังคม  ภาษีรายได้ให้ประชาชน และหักภาษีจากแรงงานต่างด้าว

หมวดว่าด้วยท้องถิ่น 1.องค์กรบริหารการปกครองส่วนท้องถิ่น มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี  ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน   2.ยกระดับสภาองค์กรชุมชน สนับสนุนการจัดตั้งสภาพลเมืองท้องถิ่น   เพื่อความหลากหลายมากขึ้น  3.ผู้นำท้องถิ่นต้องผ่านหลักสูตรด้านการพัฒนา ต้องมีการฝึกอบรมให้สมาชิกและผู้บริหารรู้บทบาทตนเอง มีโรงเรียนหลักสูตรการบริหาร  4.ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาจากการเลือกตั้งของประชาชน  ดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี

ประเด็นผังเมือง  ที่ประชุมมีความเห็นว่า  ผังเมืองไม่สามารถควบคุมและบังคับใช้ได้อย่างจริงจัง  โดยเฉพาะเมืองชายฝั่งอย่างจังหวัดระยองที่มีรายได้สูงต่อหัว  แต่ประชาชนได้รับผลกระทบ  เช่น ปัญหาประชากรแฝง ภาษีไม่ได้ตกอยู่กับคนระยอง  ทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลายจึงมีข้อเสนอดังนี้  1.ให้ประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎหมายผังเมือง และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างแท้จริง สามารถกำหนดอนาคตตนเองได้  2.การเก็บภาษีที่เป็นธรรม คุ้มครองคนที่อยู่ในพื้นที่

3.แต่ละจังหวัดมีปัญหาแตกต่างกันไปตามบริบทและนโยบาย เช่น สระแก้วเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษควรมีการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่าควรรักษาแม่น้ำลำคลองแต่ละแห่ง  4.กำหนดการผังเมืองให้มีลักษณะบูรณาการและการมีส่วนร่วมในแต่ละจังหวัด  5.การกำหนดผังเมืองควรเป็นเรื่องที่ท้องถิ่นและประชาชนร่วมกำหนดเป็นสัดส่วน 70%        6.เสนอให้กลับมาใช้ผังเมืองเดิม  ที่ดำรงไว้ซึ่งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชนบท  ให้มีการจัดโซนนิ่งของอุตสาหกรรม ไม่ให้รุกเข้ามาในพื้นที่แหล่งผลิตอาหารที่มีความสำคัญต่อคนทั้งโลกทำให้สิทธิชุมชนหายไป   ฯลฯ

 

กรรมการร่าง รธน.รับจะนำข้อเสนอของชาวบ้านไปปรับปรุงร่าง

ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นลงในช่วงบ่ายแก่ๆ    ตัวแทนชาวบ้านภาคตะวันออกได้ยื่นข้อเสนอทั้งหมดต่อนายเทียนชัย ณ นคร กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ  โดยนายเทียนชัยกล่าวว่าจะนำข้อเสนอจากเวทีนี้ไปรวบรวมนำเสนอต่อคณะกรรมการร่างรธน.เพื่อให้นำไปพิจารณาและปรับปรุงตามข้อเสนอของประชาชนต่อไป  ทั้งนี้คณะกรรมการร่างรธน.จะจัดเวทีแบบนี้อีก 8 ภาคทั่วประเทศ  โดยเวทีสุดท้ายจะจัดขึ้นที่จังหวัดเพชรบุรีในวันที่ 5 มีนาคมนี้  และหลังจากนั้นคณะกรรมการจะร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 29 มีนาคมนี้

“วันนี้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญเขียนอยู่บนสองขา คือ ขาที่หนึ่ง  เรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนในกระบวนการต่อสู้เรียกร้อง ขาที่สอง  คือเรื่องของสิทธิเสรีภาพหน้าที่ของรัฐ เช่น เรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบ สิทธิชุมชนถูกกำหนดเข้าในรัฐธรรมนูญแล้ว เพิ่มเข้ามาว่าเป็นหน้าที่ที่รัฐต้องทำด้วย  จึงถูกกำหนดเป็นหน้าที่ของรัฐ  ส่วนสภาองค์กรชุมชนเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเติบโตกระบวนการมีส่วนร่วมภาคประชาชน  มีกฎหมายรองรับ  ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับต้านโกง เพราะมีการกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักการเมือง และในเรื่องสิทธิชุมชน  ประชาชน ได้ให้สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และการกำหนดหน้าที่ของรัฐที่ต้องรับผิดชอบ   ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อประกอบการจัดทำรัฐธรรมนูญให้เสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่  29 มีนาคม  2559 นี้”  กรรมการร่างรัฐธรรมนูญกล่าวในตอนท้าย

ทั้งหมดนี้คือกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559  และข้อเสนอของภาคประชาชนในภาคตะวันออก  ยังเหลืออีก 8 เวทีทั่วประเทศที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะตระเวนไปพบปะกับพี่น้องและขบวนองค์กรชุมชนต่างๆ เพื่อรับฟังความคิดเห็น  นี่จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่ประชาชนทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันเปล่งเสียงแสดงพลังและความต้องการที่แท้จริงของทุกคนออกมา !!

 

 

53.jpg

84.jpg85.jpg

47.JPG

 

สุวัฒน์ กิขุนทด : รายงาน 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter