
“เมืองระยองเก็บภาษีจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ปิโตรเคมีและก๊าซธรรมชาติ ปีหนึ่งได้หลายแสนล้านบาท หรือเกือบครึ่งหนึ่งของภาษีที่เก็บได้ทั้งประเทศ แต่คนระยองได้ภาษีกลับคืนมาปีหนึ่งไม่กี่พันล้านบาท แถมยังต้องได้รับผลกระทบจากมลพิษต่างๆ ทั้งทางน้ำ ทางอากาศ ถนนพังเสียหายจากรถบรรทุก อีกทั้งโรงพยาบาลก็มีคนงานต่างชาติเข้าไปใช้บริการมากกว่าคนระยองเสียอีก”
“การยกเลิกผังเมืองตามประกาศของคสช.จะทำให้มีโรงงานต่างๆ เข้าไปตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยอยู่ใกล้แหล่งน้ำหรือแหล่งอาหารของชาวบ้าน เช่น โรงไฟฟ้าชีวมวล โรงไฟฟ้าจากถ่านหิน โรงไฟฟ้าจากขยะ โรงงานปิโตรเคมี รวมทั้งโรงงานคัดแยกและฝังขยะ ซึ่งตามกฎหมายผังเมืองฉบับเดิมไม่อนุญาตให้ตั้งโรงงานเหล่านี้ในเขตเกษตรกรรม....ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลยกเลิกคำสั่งคสช.ฉบับที่ 3 และ 4 /2559 แล้วกลับไปใช้กฎหมายผังเมืองฉบับเดิม” ฯลฯ
นี่คือเสียงสะท้อนบางส่วนของตัวแทนชาวบ้านในจังหวัดภาคตะวันออก 8 จังหวัดที่มาร่วมประชุมกันในงาน “เวทีสร้างความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญและการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ” เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยบ้านนอก (ศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรและเศรษฐกิจพอเพียง) บ้านจำรุง ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง ซึ่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สภาองค์กรชุมชนตำบล เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน และภาคประชาสังคม ภาคตะวันออก ได้ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น โดยมีนายเธียรชัย ณ นคร กรรมการร่างรัฐธรรมนูญเป็นตัวแทน และมีแกนนำชาวบ้านเข้าร่วมประมาณ 400 คน
ผู้ใหญ่ชาติชาย เหลืองเจริญ แกนนำในการจัดเวทีนี้บอกว่า สาระสำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ของภาคประชาชน คือ การระดมความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2559 และจะนำสาระและข้อเสนอของประชาชนในภาคตะวันออกยื่นต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้นำไปพิจารณาและบรรจุลงไปในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีประเด็นต่างๆ รวม 9 ประเด็นที่ประชาชนได้ร่วมกันนำเสนอ
ได้แก่ 1.ประเด็นด้านการเกษตร 2. ผังเมือง 3.ประมงชายฝั่ง 4.การกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วม 5.สิทธิหน้าที่ เสรีภาพ สิทธิชุมชน 6.การจัดการทรัพยากร ดิน ป่า น้ำ พลังงาน 7.การปฏิรูปต่างๆ 8.สิทธิส่วนร่วมในการพัฒนา การกระจายรายได้ งบประมาณที่เป็นธรรม และ 9.หมวดว่าด้วยท้องถิ่น
ข้อเสนอของคนตะวันออก
ส่วนข้อเสนอที่ได้จากการเปิดเวทีในครั้งนี้ เช่น ประเด็นด้านการเกษตร 1.กำหนดให้เกษตรกรได้รับการประกันจากรัฐในการมีสิทธิที่ดินอย่างทั่วถึงและน้ำอย่างพอเพียงเพื่อประกอบอาชีพ 2.ให้รัฐสนับสนุนเกษตรกรรมรายย่อยด้านการบริหารโครงสร้างพื้นฐาน การกำหนดมาตรการปกป้อง การพยุงราคา แทรกแซงสนับสนุน เลือกการทำเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจสังคม ระบบนิเวศน์ และคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม
ประเด็นประมงพื้นบ้าน ปัญหาประมงพื้นบ้านจาก พ.ร.บ.ปี 2558 เช่น การให้ทำประโยชน์ในพื้นที่ 5.4กิโลเมตรและในเขต 3ไมล์ทะเล หากทำผิดกฎหมายจะเสียค่าปรับ ห้ามโอนถ่ายซื้อขายมรดกทางประมง ซึ่งเป็นการลิดรอนสิทธิมนุษยชน ที่ประชุมจึงขอเสนอให้ยกเลิกมาตรา 34 ของ พ.ร.บ.ประมงปี 2558 และให้ทำประมงพื้นบ้านได้ในเขต 3ไมล์ทะเล และเสนอว่า การออกกฎหมายควรคำนึงถึงภูมิปัญญาและการดำรงวิถีชีวิตของชาวประมง ไม่ใช้ข้อมูลทางวิชาการเพียงอย่างเดียวเพราะจะทำให้ขัดแย้งกับความเป็นจริงและเกิดผลกระทบต่อชาวประมงพื้นบ้าน
ประเด็นการกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วม สภาพลเมือง มีข้อเสนอ เช่น 1.ในการออกเสียงประชามติในการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้เฉพาะผู้มีสัญชาติไทยในการออกเสียง 2.บุคคลผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคน มีสิทธิ์เข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 238 ได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ
ประเด็นสิทธิและหน้าที่ เสรีภาพ ความเสมอภาค สิทธิชุมชน เช่น 1.การส่งเสริมสวัสดิการประชาชน คุ้มครองผู้พิการ ให้ได้รับความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ให้คนจน คนด้อยโอกาส ในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม 2.สิทธิชุมชน มีสิทธิในการปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควรบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ แยกไว้เป็นประเด็นต่างหาก ไม่ต้องแฝงในหน้าที่แห่งรัฐ
สนับสนุนพลังงานหมุนเวียน แต่ค้านโรงไฟฟ้าชีวมวล
ประเด็นการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า พลังงาน(ภูเขา ทะเล และพลังงาน) 1.รัฐต้องประกาศเขตอนุรักษ์ให้ชัดเจน และใช้ประโยชน์ในทรัพยากรร่วมกัน 2.ให้ชุมชน โดยสภาองค์กรชุมชนในการเข้าไปมีส่วนร่วมในเขตอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมมากกว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะที่ผ่านมาตัวแทนชุมชนไม่มีโอกาสได้เข้าไปเป็นกรรมการ 3.ให้มีการสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน แต่ควรยกเว้นโรงไฟฟ้าชีวมวล เพราะมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และไม่มีการทำ EIA ดังนั้นจึงเสนอว่า ในการสนับสนุนการใช้พลังงานให้ยกเลิกโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเภทดังกล่าว ให้เน้นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์) และโซล่าฟาร์ม
ประเด็นเกี่ยวกับการปฏิรูปด้านต่างๆ เช่น 1.สนับสนุนการจัดตั้งกองทุน ธนาคารแรงงาน และสถาบันการเงินชุมชน 2.การจัดตั้งกองทุนการออมตั้งแต่เริ่มจนพ้นวัยทำงาน 3.คุ้มครองภูมิปัญญาของชาวบ้าน 4.การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจากฐานราก ทั้งนี้การพัฒนาเศรษฐกิจต้องไม่กระทบกับวิถีชุมชนดั้งเดิม 5.ให้การทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ EIAให้เป็นไปตามประชามติของประชาชนในชุมชน
สิทธิส่วนร่วมในการพัฒนา การกระจายรายได้ การเข้าถึงปัจจัยการดำรงชีวิต งบประมาณที่เป็นธรรม 1.ชุมชนควรเข้าถึงแหล่งข้อมูลของรัฐ “อย่างเท่าเทียม” 2.บุคคล/ชุมชน มีสิทธิเสนอเรื่องราวร้องทุกข์และมีส่วนร่วมในการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ 3.บุคคลมีสิทธิฟ้องหน่วยงานรัฐให้รับผิดชอบเนื่องจากการกระทำหรือการละเว้นกระทำ 4.ชุมชนมีสิทธิปกป้องฟื้นฟู อนุรักษ์ สืบสานพัฒนาขนบธรรมเนียมประเพณี รวมถึงการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5.จัดการส่งเสริมงบประมาณที่มุ่งให้เกิดประโยชน์ กลไกการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณรัฐที่มีประสิทธิภาพ คุ้มครองแรงงานและชุมชน 6.มีการจัดสรรงบประมาณภาษีสังคม ภาษีรายได้ให้ประชาชน และหักภาษีจากแรงงานต่างด้าว
หมวดว่าด้วยท้องถิ่น 1.องค์กรบริหารการปกครองส่วนท้องถิ่น มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน 2.ยกระดับสภาองค์กรชุมชน สนับสนุนการจัดตั้งสภาพลเมืองท้องถิ่น เพื่อความหลากหลายมากขึ้น 3.ผู้นำท้องถิ่นต้องผ่านหลักสูตรด้านการพัฒนา ต้องมีการฝึกอบรมให้สมาชิกและผู้บริหารรู้บทบาทตนเอง มีโรงเรียนหลักสูตรการบริหาร 4.ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี
ประเด็นผังเมือง ที่ประชุมมีความเห็นว่า ผังเมืองไม่สามารถควบคุมและบังคับใช้ได้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเมืองชายฝั่งอย่างจังหวัดระยองที่มีรายได้สูงต่อหัว แต่ประชาชนได้รับผลกระทบ เช่น ปัญหาประชากรแฝง ภาษีไม่ได้ตกอยู่กับคนระยอง ทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลายจึงมีข้อเสนอดังนี้ 1.ให้ประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎหมายผังเมือง และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างแท้จริง สามารถกำหนดอนาคตตนเองได้ 2.การเก็บภาษีที่เป็นธรรม คุ้มครองคนที่อยู่ในพื้นที่
3.แต่ละจังหวัดมีปัญหาแตกต่างกันไปตามบริบทและนโยบาย เช่น สระแก้วเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษควรมีการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่าควรรักษาแม่น้ำลำคลองแต่ละแห่ง 4.กำหนดการผังเมืองให้มีลักษณะบูรณาการและการมีส่วนร่วมในแต่ละจังหวัด 5.การกำหนดผังเมืองควรเป็นเรื่องที่ท้องถิ่นและประชาชนร่วมกำหนดเป็นสัดส่วน 70% 6.เสนอให้กลับมาใช้ผังเมืองเดิม ที่ดำรงไว้ซึ่งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชนบท ให้มีการจัดโซนนิ่งของอุตสาหกรรม ไม่ให้รุกเข้ามาในพื้นที่แหล่งผลิตอาหารที่มีความสำคัญต่อคนทั้งโลกทำให้สิทธิชุมชนหายไป ฯลฯ
กรรมการร่าง รธน.รับจะนำข้อเสนอของชาวบ้านไปปรับปรุงร่าง
ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นลงในช่วงบ่ายแก่ๆ ตัวแทนชาวบ้านภาคตะวันออกได้ยื่นข้อเสนอทั้งหมดต่อนายเทียนชัย ณ นคร กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ โดยนายเทียนชัยกล่าวว่าจะนำข้อเสนอจากเวทีนี้ไปรวบรวมนำเสนอต่อคณะกรรมการร่างรธน.เพื่อให้นำไปพิจารณาและปรับปรุงตามข้อเสนอของประชาชนต่อไป ทั้งนี้คณะกรรมการร่างรธน.จะจัดเวทีแบบนี้อีก 8 ภาคทั่วประเทศ โดยเวทีสุดท้ายจะจัดขึ้นที่จังหวัดเพชรบุรีในวันที่ 5 มีนาคมนี้ และหลังจากนั้นคณะกรรมการจะร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 29 มีนาคมนี้
“วันนี้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญเขียนอยู่บนสองขา คือ ขาที่หนึ่ง เรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนในกระบวนการต่อสู้เรียกร้อง ขาที่สอง คือเรื่องของสิทธิเสรีภาพหน้าที่ของรัฐ เช่น เรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบ สิทธิชุมชนถูกกำหนดเข้าในรัฐธรรมนูญแล้ว เพิ่มเข้ามาว่าเป็นหน้าที่ที่รัฐต้องทำด้วย จึงถูกกำหนดเป็นหน้าที่ของรัฐ ส่วนสภาองค์กรชุมชนเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเติบโตกระบวนการมีส่วนร่วมภาคประชาชน มีกฎหมายรองรับ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับต้านโกง เพราะมีการกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักการเมือง และในเรื่องสิทธิชุมชน ประชาชน ได้ให้สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และการกำหนดหน้าที่ของรัฐที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อประกอบการจัดทำรัฐธรรมนูญให้เสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่ 29 มีนาคม 2559 นี้” กรรมการร่างรัฐธรรมนูญกล่าวในตอนท้าย
ทั้งหมดนี้คือกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 และข้อเสนอของภาคประชาชนในภาคตะวันออก ยังเหลืออีก 8 เวทีทั่วประเทศที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะตระเวนไปพบปะกับพี่น้องและขบวนองค์กรชุมชนต่างๆ เพื่อรับฟังความคิดเห็น นี่จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่ประชาชนทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันเปล่งเสียงแสดงพลังและความต้องการที่แท้จริงของทุกคนออกมา !!



สุวัฒน์ กิขุนทด : รายงาน





