
(26 มี.ค.59) สุพรรณบุรีวันนี้/ ผู้แทนพื้นที่ตำบล ขบวนองค์กรชุมชน 9 จังหวัดภาคกลาง หน่วยงานท้องที่ ท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาคี ร่วมกับ สำนักงานภาคกลาง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการแนวทางการพัฒนาพื้นที่รูปธรรมตำบล 181 ตำบล เพื่อสานพลังสร้างความร่วมมือขับเคลื่อนงานขบวนองค์กรชุมชนภาคกลาง 9 จังหวัด และเวทีบันทึกความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาของภาคกลาง งานนี้ได้รับเกียรติจากนายทวีป จำเนียร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดงานและกล่าวให้กำลังใจ มีผู้เข้าร่วมเวทีดังกล่าว กว่า 200 คน
นายเนตร ปิ่นแก้ว คณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชนภาคกลาง 9 จังหวัด ได้รายงานถึงเป้าหมายในการจัดเวทีดังกล่าวเพื่อสร้างความเข้าใจแนวคิดชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ภายใต้โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชนปี 2559 โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งชุมชนต้องเป็นกลไกที่สำคัญที่ต้องลุกขึ้นมาจัดการตนเอง ประสานเชื่อมโยงหน่วยงานทุกภาคส่วนเข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาพื้นที่รูปธรรม 181 ตำบลให้เกิดผลลัพธ์ร่วมในการทำงานภาคกลาง
ปัจจุบัน พื้นที่ภาคกลางอันอุดมสมบูรณ์นี้ กำลังเผชิญกับปัญหาและภัยคุกคามหลายด้าน ทั้งจากธรรมชาติ เช่น อุทกภัย ภัยแล้ง ผืนดินเสื่อมสภาพ อันเนื่องมาจากการใช้สารเคมีในการเกษตรอย่างรุนแรง และภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจากทิศทางการพัฒนาประเทศ ตามแนวนโยบายของรัฐ ภัยคุกคามเหล่านี้ จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของภาคกลางอย่างรุนแรง และการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความมั่นทางอาหาร และประเด็นงานพัฒนาของภาคกลางกว่า 700 ตำบลมีส่วนร่วมตามแนวทางชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองโดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีกลางในการขับเคลื่อนงาน ณ ปัจจุบัน เกิดการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน 608 ตำบล สวัสดิการชุมชน 437 ตำบล แก้ไขปัญหาที่ดิน 140 ตำบล เศรษฐกิจและทุนฯ 20 ตำบล และเกิดชุดความรู้กว่า 20 ตำบล รวมถึงระบบการเชื่อมโยงกลุ่มตำบล/จังหวัด

นายธีรพล สุวรรณรุ่งเรือง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) แลกเปลี่ยนการพัฒนาพื้นที่รูปธรรมตำบล ภายใต้โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชน เพื่อสนับสนุนกระบวนการพัฒนาความเข้มแข็งของขบวนองค์กรชุมชน และในขณะเดียวกันก็คือเจ้าหน้าที่ พอช. ในภาคกลางเรามีไม่กี่คน กำลังสำคัญก็คือพี่น้องพวกเราที่เป็น ผู้นำชุมชนที่มีความเสียสละคิดดีที่อยากจะทำงานเพื่อชุมชนเพื่อสังคมในการพัฒนาความเข้มแข็งให้เกิดพลังอย่างมีส่วนร่วม
นายธีรพงศ์ พร้อมพอชื่อบุญ ผู้จัดการสำนักง่านภาคกลาง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง การพัฒนาเพื่อร่วมให้อนาคตของลูกหลานของขบวนองค์กรชุมชนที่มีความมุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชน เรื่องดีดีคือสิ่งที่มองเห็นทั้งรูปธรรม และนามธรรม ภายใต้ความร่วมมือการทำงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นของมนุษย์ซึ่งหน่วยงานสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชน และท้องที่ ท้องถิ่นที่มาสนับสนุนชุมชนให้เกิดการพัฒนาความเข้มแข็งของตำบลรูปธรรม 181 ตำบล พื้นที่แบบอย่างจัดการตนเอง เพื่อนำสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง
ช่วงท้ายหน่วยงานภาคีร่วมแสดงความยินดีในการสนับสนุนงานขบวนองค์กรชุมชน 9 จังหวัดภาคกลาง ดังรายละเอียด
ผศ.นิวัต อุณฑะพันธุ์ ผู้แทนสถาบันการศึกษา (มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์) แลกเปลี่ยนการสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนกับสถาบันการศึกษา เป็นกระบวนการพัฒนาเพื่อเรียนรู้ระหว่างกันทั้งในเรื่องการวิเคราะห์ภาพรวมทั้งหมดที่ส่งผลต่อการพัฒนาพื้นที่ องค์ความรู้ งานวิจัย รวมถึงการใช้ข้อมูลพื้นที่การทำงาน เพื่อเกิดการเรียนรู้และประโยชน์ร่วมกันในงานพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชน
นายวิชญพร ไชยรัตนะ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวแสดงความยินดีในการพัฒนาพื้นที่รูปธรรม 181 ตำบล “ภาคประชาชนต้องนำภาคราชการ และการทำบันทึกความร่วมมือคือข้อตกลงในการทำงานอย่างมีส่วนร่วม ไม่มีประเทศไหนที่ให้โอกาสภาคประชาชน แต่อย่างไรก็ตามแม้ไม่มีงบประมาณสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชน 9 จังหวัดก็มีความพร้อมในการพัฒนาพื้นที่รูปธรรม” ต่อไป
นายธวัชชัย ใจสุข ผู้แทนพัฒนาการจังหวัดลพบุรี มีความยินดีในการมีส่วนร่วมของขบวนองค์กรชุมชน 9 จังหวัด ซึ่งสภาองค์กรชุมชนตำบลและพัฒนาชุมชนคือสายใยสำคัญในการพัฒนาชุมชนให้ความเจริญก้าวหน้า และพร้อมในการสนับสนุนวางแผนงานในระดับพื้นที่ต่อไป
ในการนี้ได้ร่วมกันบันทึกความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนา 3 ฝ่าย ได้แก่ ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน 9 จังหวัด หน่วยงานภาครัฐ/ท้องถิ่น ประกอบด้วย พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุพรรณบุรี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอ่างทอง ผู้แทนพัฒนาการจังหวัดลพบุรี ผู้แทนสถาบันการศึกษา และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมพัฒนาแผนงานให้เกิดผลลัพธ์ในปี 2559 ตามแนวทางชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง ต่อไป







