ตำบลรมณีย์ อำเภอกะปง จังหวัดพังงาติดกับอำเภอพนมจังหวัดสุราษฎร์ธานี แบ่งการปกครองเป็น 4 หมู่บ้าน1,047 ครัวเรือน ประชากร 2,774 คน โดยทั่วไปมีสภาพเป็นภูเขาดิน พื้นที่มีความลาดชัน ที่ราบน้อย พื้นดินขาดความอุดสมบูรณ์ มีการชะล้างพังทลายของดิน เนื่องจากมีฝนตกชุก ประกอบกับการบุกรุกป่าเข้าไปทำการเกษตรในพื้นที่สูง จึงทำให้เกิดการกัดเซาะของน้ำที่ผิวดิน ทำให้เกิดแผ่นดินเลื่อน หรือดินถล่ม และยังทำให้พัดพาตะกอนลงไปทับถมในลำน้ำทำให้ตื้นเขิน เกิดปัญหาน้ำท่วมบ่าริมตลิ่ง
ตำบลรมณีย์มีพื้นที่ทั้งหมด 137,229 ไร่ สวนยางประมาณ 33,180 ไร่ (มีคนรับจ้างกรีดยางประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์) สวนผลไม้ประมาณ 1,679 ไร่ ไม้ยืนต้นประมาณ 856 ไร่ สวนปาล์มประมาณ 4,461 ไร่ พืชไร่ / พืชผักประมาณ 60 ไร่ พื้นที่อุทยาน – เขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่า ป่าสงวนแห่งชาติ และที่อยู่อาศัยรวม 96,743 ไร่ พื้นที่ทางการเกษตร 40,486 ไร่ อื่นๆประมาณ 250 ไร่
รมณีย์มีความมุ่งมั่น ในการการพัฒนากระบวนการกลุ่มกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง กลุ่มกิจกรรมที่มีปัจจุบัน ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจน้ำดื่ม สถาบันการเงินชุมชนตำบล กลุ่มเครื่องแกงธารทิพย์ กลุ่มชุมชนบริหารบ่อน้ำพุร้อนตำบลเพื่อการท่องเที่ยวชุมชน ลานเทปาล์ม 1 ลาน เมื่อมีความมุ่งมั่นในการสร้างเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนสู่ความมั่นคงในอนาคตที่ดีกว่า ตำบลรมณีย์จึงอาศัยกลไกที่มีคือสภาองค์กรชุมชนมาใช้ในการพัฒนาตำบล ที่มีกลุ่มองค์กรในชุมชนหลายหมู่บ้านมารวมตัวจัดตั้งเป็นสภาองค์กรชุมชนเพื่อปรึกษาหารือทุกเรื่องของคนในชุมชน วิเคราะห์สถานการณ์เพื่อกำหนดทิศทางของชุมชนจากอดีตสู่อนาคต

จากการหารือในสภาฯพบว่าชุมชนขาดความรู้ด้านวิชาการ ขาดงบประมาณในการประกอบอาชีพขาดการรวมกลุ่มในการจำหน่ายผลผลิต ขาดอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ยาเสพติดระบาด ขาดเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน ผลผลิตไม่ได้มาตรฐาน ครอบครัวมีรายได้น้อย ค่าครองชีพสูง ต้นทุนสูง ฝนตกชุก ขาดอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ ขาดความรู้ทักษะการใช้ภาษาการท่องเที่ยวชุมชน ไม่มีอาชีพเสริม
อย่างไรก็ดี จุดแข็ง ขอคนในชุมชนก็คือมีอาชีพที่มั่นคง ไม่ต้องออกไปหางานทำนอกพื้นที่ สามารถทำอาชีพเสริมได้ เป็นพืชเศรษฐกิจยางพาราให้ผลผลิตระยะยาว สามารถนำไม้ขายได้เมื่อหมดอายุการกรีด ใบยางสามารถแปรรูปได้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สวยงานได้ ส่วนจุดอ่อนนั้นก็คือต้นทุนในการปลูกสูง ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ ราคาต่ำไม่สอดรับกับต้นทุน ไม่สมารถแปรรูปผลผลิตได้เอง ไม่สามารถกำหนดราคาได้ตามต้นทุน ฝนตกชุก ระยะเริ่มต้นเก็บผลผลิตนาน ขาดการรวมกลุ่มการขายผลผลิต ราคาผลผลิตไม่แน่นอน ผันผวน ขาดความรู้ด้านการจัดการผลผลิต หน่วยงานรัฐไม่สามารถสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและขาดความรู้ด้านวิชาการ
กระนั้นก็ตามก็ยังมีโอกาสจากภายนอกที่มีผลดีต่ออาชีพ เช่น สำนักงานกองทุนสงเคราะห์สวนยางสนับสนุนทุนในการจัดการปลูกตั้งแต่เริ่มต้น รัฐจัดให้มีการประกันราคา โรงงานอุตสาหกรรมสามารถแปรรูปได้หลากหลาย นโยบายรัฐมีแนวโน้มการช่วยเหลือที่เพิ่มขึ้นในการแปรรูป การนำเข้าผลผลิตจากต่างประเทศ พันธ์ปาล์ม,น้ำมันพืช แต่สิ่งเหล่นี้ยังห่างไกลกับปัญหาปัจจุบันของคนในชุมชน ไม่สามารถตอบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจของชุมชนในปัจุบัน จึงได้หาทางออกโดยการสร้างความร่วมมือในการจัดการเศรษฐกิจและทุนชุมชนของชุมชนเอง โดยประสานความร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ในการกำหนดอนาคตชุมชนเพื่อให้ ตำบลรมณีย์ อยู่ได้ อยู่รอด อยู่เป็น เป็นเป้าหมายสำคัญของตำบล
ก่อนที่จะมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน ได้มีการจัดการทุนชุมชนโดยการจัดตั้งสถาบันการเงินชุมชน เริ่มต้นจาก กองทุนหมู่บ้าน กองทุนสวัสดิการมีการออมทรัพย์ รับปีละ 2 ครั้ง 6 เดือน พัฒนาไปสู่การผลิตน้ำดื่มชุมชนการท่องเที่ยว และสถาบันการเงินซึ่งเป็นที่พึ่งของคนในชุมชนในยามต้องการใช้เงินทุนในการประกอบอาชีพหรือเพื่อความจำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวัน การจัดการท่องเที่ยวที่ชุมชนจัดการเองก็ยังคงเดินต่อไปถึงแม้คนทั่วๆไปจะรู้จักไม่กว้างขวางมากนัก แต่ก็มีนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังคงสร้างรายได้ให้กับชุมชนพอสมควร ส่วนการผลิตน้ำดื่มหยุดชะงักและได้มาฟื้นกิจการด้วยสภาองค์กรชุมชนในปีที่ผ่านมาอีกครั้ง
ด้วยสถานการณ์วิกฤตราคาผลผลิตยางพาราราคาตกต่ำ สภาองค์กรชุมชนจึงหาทางออกเพื่อให้เพิ่มรายได้ทดแทนเรื่องเศรษฐกิจและทุนชุมชนจึงเป็นอีกงานหนึ่งที่เพิ่มเข้ามา โดยการรวมตัวมารับซื้อเศษยางร่วมกัน จากที่เคยขายเศษยางกับพ่อค้าเปลี่ยนมาเป็นผู้ประกอบการลานเทรับซื้อเศษยางหรือยางก้นถ้วยโดยชุมชนเองและเชื่อมโยงไปถึงการผลิตโรงน้ำดื่มชุมชน ผันตัวเองมาเป็นนายทุนน้อยที่ต้องใช้เงินในการลงทุนที่สูง จึงอาศัยต้นทุนที่มีอยู่คือ สถาบันการเงินชุมชนและกองทุนสวัสดิการชุมชน
สำหรับกองทุนสวัสดิการชุมชนได้ ฝากเงินไว้กับสถาบันการเงิน ในระยะเวลาประมาณ 3 ปี มีเงินสมทบจากสมาชิกและทางรัฐบาลสนับสนุนผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวนเงินประมาณ 2 ล้านบาท หลังเกิดราคายางตกต่ำสภาองค์กรชุมชนได้หารือเพื่อสร้างความมั่นใจว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนสามารถนำมาลงทุนเพื่อให้เกิดสวัสดิการสมาชิกและเป็นการลงทุนที่เพิ่มมูลค่าทางผลผลิตให้กับคนในตำบลได้ จึงตัดสินใจร่วมกัน นำเงินส่วนหนึ่งมาลงทุน โดยมีคณะกรรมการจำนวน 9 คน ได้แบ่งหน้าที่ตามกิจกรรม มีคณะกรรมการฝ่ายผลิตน้ำดื่ม คณะกรรมการลานเทในการจัดซื้อเศษยางหรือยางก้นถ้วย มีแผนกฝ่าย คัด- ช่าง- ส่ง มีวันรับซื้อที่ชัดเจน หนึ่งปีที่ผ่านมาสามารถรับซื้อยางได้เริ่มครั้งแรกประมาณ 3,000 กว่ากิโลกรัมต่อเดือนและเพิ่มมากขึ้นเรื่อย
1 ปีที่ผ่านมาสามารถรับซื้อได้มากถึง 50,000 กว่ากิโลกรัม หรือประมาณ 50 ตันและรับซื้อในราคาที่สูงกว่าพ่อค้าคนกลางประมาณ 2-3 บาท ตาชั่งก็ไม่โกงสมาชิกทุกคนเท่าเทียมและเป็นธรรม แต่เมื่อซื้อเศษยางมาแล้วไม่มีที่จัดเก็บจึงต้องใช้พื้นที่ข้างถนนในการจัดเก็บเศษยาง ตั้งกองยาวตามถนนประมาณ 100 กว่ากองต่อครั้งและใช้แรงงานคนทั้งหมด แต่เศษยางที่กองเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในการรับซื้อเศษยางจากสมาชิกต้องใช้เงินแต่ละครั้งจำนวน 1 ล้านบาท สมาชิกจะมารับเงินในวันถัดไป ซึ่งมีส่วนต่างจากการขายกับพ่อค้าที่ต่างคนต่างขาย มีผลกำไรกิโลกรัมละ 2-3 บาท จากการดำเนินงานที่ผ่านมา มีผลกำไรมากถึงประมาณ 1 ล้านบาทเศษ
นางกัลยา โสภารัตน์ ประธานสภาองค์กรชุมชน ตำบลรมณีย์ บอกว่าการทำงานกับชุมชนต้องมีความรับผิดชอบสูง อดทนต่อการที่คนอื่นไม่ไว้วาง แต่ที่ประสบความสำเร็จเพราะคณะทำงานทุกคนมีหัวใจเต็ม 100 การดำเนินงานใดก็ตามถ้าคิดแต่เงินจะไม่ได้ใจคน หลังจากนั้นได้มีการแบ่งบทบาทความรับผิดชอบด้านต่างๆออกไปตามความถนัด นอกจากมีคณะกรรมการ 9 คนแล้ว ต้องอาศัยทีมงานรับผิดชอบประมาณ 20 คนที่มาจากกลุ่มทุกกลุ่มครอลคลุมทุกหมู่บ้าน ทำงานกันอย่างสนุก ในแต่ละครั้งใช้เวลาครั้งละ 10-11 ชั่วโมง มีการแบ่งผลประโยชน์ให้กับสมาชิกอย่างเป็นธรรม ตามผลกำไรที่ได้ เงินจะกลับคืนที่กองทุนสวัสดิการ 10 เปอร์เซ็นต์ สมาชิกได้ราคาผลิตที่เพิ่มขึ้น ตามที่ชุมชนได้มีกติการ่วมกัน
บทเรียนการทำงานที่ผ่านมาและทิศทางในอนาคต ยังคงใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกกลางในการเป็นพื้นที่กลางหาทางออกของชุมชนอนาคต การรับซื้อเศษยางสามารถกำหนดพ่อค้าทั้งภายในและภายนอกได้อย่างเป็นระบบ การศึกษาดูงานจากจังหวัดใกล้เคียงที่ดำเนินการในเรื่องนี้สามารถมาปรับใช้กับงานของตนเอง การเดินไปหาตลาดที่เป็นโรงงานทำให้มีการตกลงกับโรงงานที่เข้ามารับเศษยางในชุมชน การประสานกับพ่อค้าคนกลางหลายๆคนมาประมูล แม้มีกำไรไม่มากแต่ดีกว่าถูกเอาเปรียบ สามารถมีรถขนส่งของตนเอง มีผลกำไรเพิ่มขึ้นอีกจากการที่พ่อค้าคนกลางมาประมูลในตำบล
ปัญหาที่ยังคงดำรงอยู่คือปัญหารถตักเศษยาง คือต้องจ้างรถตัก 3 ชั่วโมงเสียค่าใช้จ่ายครั้งละ 5,000 บาท แต่จะหาทางออกโดยการจัดทำแผนเสนองบประมาณตำบลละ 5 ล้านบาทในการซื้อรถตักเศษยาง พร้อมทั้งดำเนินการในการปรับปรุงลานเท ปัจจุบันคงยังต้องอาศัยความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำท้องที่ท้องถิ่นและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช.ในการสนับสนุนส่งเสริมอีกระยะหนึ่ง
บทเรียนสำคัญอีกอย่างที่เกิดจากการปฏิบัติคือคณะกรรมการและสมาชิกได้ยกความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการและกลไกตลาด เกิดความร่วมมือของท้องถิ่น ความเชื่อมันของชุมชนทำให้รมณีย์ อยู่ได้ อยู่รอด อยู่เป็น อย่างยั่งยืน ภายใต้สถานการณ์ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ด้วยพลังของคนในตำบลที่ให้โอกาสแก่กัน

ศิลเรืองศักดิ์ สุขใส : รายงาน





