
“เราใช้มัสยิดเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนงานทางสังคม จนความศรัทธาในหลักศาสนาอยู่ในหัวใจของทุกคน”
อาแม้น แก้วสลำ เริ่มเล่าถึงความเป็นมาของการก่อตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเกตรีให้ฟัง โดยบอกว่า ตำบลเกตรี อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ชาวบ้านล้วนเป็นเครือญาติ จึงมีวิถีแห่งความช่วยเหลือเกื้อกูลกันฉันพี่น้อง เมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้นก็ใช้ระบบอาวุโสและความเป็นเครือญาติคลี่คลายปัญหา
ด้วยความที่เกตรีตั้งอยู่ในพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท จึงได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของเมืองความเจริญทางวัตถุ ห้างร้านเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ชาวบ้านรับเอาค่านิยมแห่งการบริโภคเข้าไปสู่วิถีชีวิตประจำวัน มีการใช้จ่ายเกินที่หาได้ เป็นหนี้เป็นสินตามมา ส่งผลให้วิถีดีงามแห่งความเอื้ออาทรฉันพี่น้อง ลดน้อยถอยลง จึงได้มีการรวมตัวกันเป็นองค์กรชุมชนรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เช่น กองทุนสวัสดิการมัสยิดดารุสอิสลามิย๊ะห์ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กองทุนเงินสงเคราะห์ศพประจำมัสยิด 6 มัสยิด กลุ่มผักปลอดสารพิษ กลุ่มเยาวชนและกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร เป็นต้น โดยกลุ่มเหล่านี้ได้รวมตัวกันจดแจ้งจัดตั้งเป็นสภาองค์กรชุมชนตำบลเกตรี ในปี 2551 ตาม พรบ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 เพื่อให้เกิดพลังในการกำหนดชีวิตและอนาคตของคนเกตรี โดยรวม

สำหรับกองทุนสวัสดิการชุมชนระดับตำบลนั้น มีพัฒนาการมาจากกองทุนสวัสดิการชุมชนมัสยิดดารุสอิสลามิย๊ะห์ ในปี 2544 ที่ต้องการช่วยเหลือคนในชุมชน กรณีเสียชีวิต โดยมีสมาชิกเริ่มแรกเพียง 45 คน เงินเริ่มต้นเพียง 4,500 บาทเท่านั้น โดยการเก็บเงินครั้งเดียวและจ่ายให้สมาชิกยามเสียชีวิต คือ เสียชีวิตคนหนึ่งก็เก็บแล้วจ่ายกันจนหมด แล้วค่อยว่ากันใหม่ หรือที่เรียกว่า “แชร์ตาย” ทำให้ไม่สามารถจัดระบบบริหารหรือพัฒนาให้ช่วยเหลือสมาชิกได้มากกว่าการเสียชีวิต
ต่อมาในปี 2548 ได้มีการหารือ เพื่อทำให้กองทุนสามารถช่วยเหลือสมาชิกได้มากขึ้น โดยมีแกนนำคนรุ่นใหม่เข้ามาเสริมทัพมากขึ้นมีการปรับคณะทำงาน ออกกติกาและกระบวนการทำงานให้ครอบคลุมทั้ง 7 หมู่บ้าน แบ่งการบริหารเป็น 7 หมู่บ้าน 7 โซน โดยเปิดให้ชาวบ้านทุกหมู่บ้านสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุน และเพิ่มประเภทของสวัสดิการที่จัดให้กับสมาชิกให้ครอบคลุมตั้งแต่เกิดจนตาย ขยายไปสู่สวัสดิการด้านการศึกษา และเป็นทุนในการประกอบอาชีพให้แก่สมาชิก
นายอดินันท์ สาดีน แกนนำกองทุนสวัสดิการตำบลเกตรี เล่าว่า หลังจากที่ทำงาน กองทุนตามระบบใหม่ไประยะหนึ่ง ในปี 2553 รัฐบาลก็มีนโยบายสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนโดยสมทบเงินเข้ากองทุนในอัตรา 1 : 1 หรือ 365 ต่อปี โดยผ่านมาทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเกตรีก็ได้รับเงินสมทบ 3 ปี ติดต่อกัน รวม 290,640 บาท ตลอดจนได้รับเงินสมทบจาก อบต.เกตรี อีกจำนวนหนึ่งด้วย ทำให้สามารถยกระดับโดยการเพิ่มประเภทของการให้สวัสดิการแก่สมาชิกได้มากขึ้น เช่น การช่วยเหลือผู้สูงอายุ เป็นต้น
“เทคนิกในการทำงานของเรา คือ จะมีการประชุมทบทวนเพื่อสรุปบทเรียนกันหลังละหมาดทุกวันศุกร์ ทำให้มองเห็นปัญหาและช่วยกันหาแนวทางแก้ไข เพื่อให้กองทุนมีความยั่งยืน เช่น ต้องทำให้คณะกรรมการกองทุนมีที่มาที่หลากหลายขึ้น ระเบียบกองทุนที่ยังไม่ชัดเจนก็ทำให้ชัดเจนขึ้น พัฒนาระบบบัญชีให้โปร่งใสตรวจสอบได้ ตลอดจนขยายสมาชิกทั้ง 7 โซน ให้มากขึ้น โดยประสานกับมัสยิดในหมู่บ้านทั้ง 7 หมู่บ้าน” นายอดินันท์ กล่าว
จากการดำเนินงานที่โปร่งใสมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเกตรีได้รับการยอมรับจากทั้งภาครัฐและภาคชุมชนในจังหวัดสตูล
นายอาแม้น แก้วสลำ ประธานกองทุน เผยเคล็ดลับที่นำไปสู่ความสำเร็จให้ฟังว่า “คนเกตรีใช้ศาสนาและมัสยิดเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนงาน มาตั้งแต่แรก จนความศรัทธาในศาสนาอยู่ในหัวใจของทุกคน กองทุนสวัสดิการก็ทำงานอิงควบคู่ไปกับหลักศาสนา ใช้ศาสนสถานเป็นศูนย์กลางในการปรึกษาหารือ จนนำไปสู่ความเชื่อมั่นของคนเกตรี”


หลังจากที่กองทุนสวัสดิการ ได้จดแจ้งในสภาองค์กรชุมชนตำบลเกตรี ทำให้มีการเชื่อมโยงกับชุมชนอื่นมากขึ้น คณะกรรมการกองทุนก็เป็นสมาชิกสภาองค์กรชุมชน บางคนก็เป็นกรรมการโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ซึ่งเป็นงานอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญของชาวเกตรี ทำให้งานทุกประเภทในเกตรีถูกหลอมเป็นหนึ่งเดี่ยวโดยสภาองค์กรชุมชนตำบล และเป็นโอกาสให้กองทุนสวัสดิการชุมชนเข้าไปหนุนเสริมการแก้ไขปัญหาเรื่องอื่นๆของสมาชิกได้กว้างขวางขึ้น เช่น หนุนเสริมด้านการพัฒนาเด็กโดยเสริมทักษะวิชาการและคุณธรรมจริยธรรมให้เด็กใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตในช่วงปิดเรียน การจัดค่ายเยาวชนเรียนรู้กับยาเสพติด และรู้จักบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมตลอดจนมอบทุนการศึกษาให้เยาวชนที่เป็นสมาชิกซึ่งมีผลการเรียนดีแต่ฐานะยากจน มีผู้ได้รับทุนการศึกษาแล้ว 75 ราย
ด้านการสร้างครอบครัวอบอุ่น โดยมีทุนกู้ยืมให้สมาชิกกองทุนนำไปประกอบอาชีพ ตลอดจนหนุนเสริมการอบรมคุณธรรมจริยธรรมให้กับคนในครอบครัว เดือนละ 2 ครั้ง เป็นการลดปัญหาช่องว่างระหว่ากัน ลดการทะเลาะวิวาทเกิดความรักสามัคคีของคนในครอบครัว
ด้านการดูแลผู้สูงอายุ เป็นการที่คนในชุมชนดูแลซึ่งกันและกัน โดยไม่เป็นภาระของทางราชการ การช่วยเหลือผู้สูงอายุยามเจ็บป่วย มอบปัจจัยยังชีพให้ในโอกาสต่างๆ การส่งเสริมการออกกำลังกายและดูสุขภาพผู้สูงอายุ ทำให้เป็นการลดช่องว่างระหว่างวัยได้เป็นอย่างดี


จากการดำเนินงานที่เห็นเป็นรูปธรรมดังกล่าวข้างต้น ปัจจุบันกองทุนมีสมาชิกถึงเก้าร้อยกว่าราย เงินกองทุนกว่าหนึ่งล้านบาท และยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จากที่เคยสมทบเงินเข้ากองทุนเพียงปีละ 20,000 บาท ปัจจุบันได้ขยายเงินสมทบเพิ่มเป็นปีละ 100,000 บาท รวมทั้งหนุนเสริมในเรื่องการประชาสัมพันธ์ให้กองทุนสามารถขยายสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น
วันนี้กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเกตรีหรือกองทุนสวัสดิการชุมชนมัสยิดดารุสอิสลามิย๊ะห์ มีพัฒนาการที่สามารถตอบสนองความต้องการของสมาชิกได้มากขึ้น แม้จะไม่ทั้งหมดแต่ด้วยพัฒนาการที่ไม่หยุดยั่งการทำงานที่สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมผนึกพลังทางศาสนาได้อย่างลงตัว
เชื่อว่าจาก “แชร์ตาย” จะกลายเป็นกองทุนสวัสดิการที่จะสร้างความมั่นคงให้กับตนเกตรีได้อย่างยั่งยืน
สุวัฒน์ คงแป้น : รายงาน





