playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

Aroied020459.04


เราสร้างจิตสำนึกประชาชน พลเมืองสำนึกรักบ้านเกิด สู่ท้องถิ่นจัดการตนเอง ชุมชนอนุรักษ์ ดิน น้ำ ป่า ยึดหลักธรรมชาติ ธรรมะ วัฒนธรรม ตามความเชื่อชาวบ้านองค์ความรู้ภูมิปัญญาชุมชน เคารพนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผี พุทธ พราหมณ์ "สะพานมิตรภาพบ่อพันขัน" ก่อเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของชุมชนสองฝั่งชุมชนที่อยู่ริมบึงบ่อพันขัน ชาวบ้านที่มาอาศัยพื้นที่บึงบ่อพันขัน คือ ฝั่งชาวตำบลเด่นราษฎร์ อำเภอหนองฮี และฝั่งชาวตำบลจำปาขัน อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

สืบเนื่องมาจากเป็นเส้นทางที่ใช้สัญจรมาหาสู่กันระหว่างชุมชน มีมาตั้งแต่สมัยอดีตสมัยโบราณเป็นเส้นทางการค้าการขายเกลือในสมัยโบราณ ซึ่งตรงบริเวณแห่งนี้ชาวบ้านเรียกกันว่า "ท่าทางเกวียน" อดีตมีเกวียนเดินมาทั่วสารทิศมาจอดรอคอยซื้อเกลือโบราณ เกลือต้มของชุมชนชาวบ่อพันขัน ตรงที่นี่เป็นบริเวณคอคีบบึงบ่อพันขันวิถีชุมชนชาวบ้านเดินข้ามฝั่งไปมา ในช่วงสมัยโบราณที่มีเกวียนเป็นยานพาหนะใช้ขนเสบียงอาหารสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เคลื่อนย้ายใช้เกวียนขนบรรทุกเกลือโบราณ แต่ภายหลังสู่ยุคปัจจุบันการใช้เกลือโบราณได้หายไปจากวิถีชีวิตชุมชน ชาวบ้านในแถวลุ่มบึงบ่อพันขัน วิถีความเป็นอยู่ก็เปลี่ยนไป (พ.ศ.๒๕๓๔) ชลประทานได้เข้ามาพัฒนาแหล่งหนองน้ำ บึงบ่อพันขัน จึงทำการก่อสร้างฝายกักเก็บบึงบ่อพันขัน เพื่อนำน้ำมาใช้ประโยชน์ น้ำเพื่อบริโภคอุปโภค จากวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่เคยต้มเกลือโบราณรอบๆ บึงบ่อพันขันนั้นก็เปลี่ยนไป

ในปัจจุบันชาวบ้านชุมชนรอบๆ บึงบ่อพันขันทั้งสองฝั่งเปลี่ยนมาทำสวนเกษตร ปลูกผักสวนครัว ปลูกผักไว้กินเองเหลือเก็บเพื่อขายเพื่อนบ้านในชุมชน และว่างขายตลาดนัดชุมชน หลังจากที่มีฝายชลประทานชุมชนสองฝั่งของบึงบ่อพันขันจะข้ามฝั่งไปมาหาสู่กันในแต่ล่ะวันก็จะต้องใช้เรือข้ามฝั่งไปหาสู่กัน จึงทำให้การข้ามฝั่งไปมาหาสู่กันลำบาก มูลนิธิบ่อพันขันรัตนโสภณ ซึ่งเป็นองค์กรเอกชน องค์กรสาธารณะประโยชน์ทางสังคม จึงจัดประชุมคณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมกันว่างแผนปรึกษาการพัฒนาพื้นที่บึงบ่อพันขัน ชุมชนในแถวบริเวณสองฝั่งแห่งนี้ สู่กระแสทางสังคมยุคปัจจุบันจึงนัดชาวบ้านแกนนำชุมชนที่อาศัยอยู่ในแถวบึงบ่อพันขัน ร่วมคิดร่วมกันระดมสมองจึงเห็นพ้องพร้อมกันมีมติในที่ประชุมร่วมกันหากชุมชนทั้งสองฝั่งยังรอทางราชการ รอคอยงบประมาณจากภาครัฐที่จะมาก่อสร้างสะพานข้ามฝั่งคงรอคอยไปอีกหลายปี ชาวบ้านชุมชนสองฝั่งคิดว่าการสร้างสะพานเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชนสองฝั่ง ชาวบ้านในแถวบริเวณบึงบ่อพันขัน ร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสะพานขึ้นเองได้ด้วยมือด้วยฝีมือชาวบ้านในชุมชน โดยใช้ไม้ยูคาไม้ที่มีอยู่ของชุมชน ชาวบ้านร่วมมือออกแรงจัดหาอุปกรณ์หาไม้จากไร่สวนหัวไร่ปลายนา

"สะพานมิตรภาพบ่อพันขัน" สร้างมีความยาว ๑๐๐ เมตร ความกว้าง ๒ เมตร ระดับความสูง ๖ เมตร ระดับความลึกใต้น้ำ ๓ เมตร เหนือผิวน้ำขึ้นมา ๓ เมตร ประกอบด้วยต้นไม้ยูคานำมาเป็นเสาสะพาน และไม้แป้น ไม้ที่มีอยู่ในชุมชนของชาวบ้าน ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างแล้วเสร็จเพียงหนึ่งเดือน ซึ่งมีทางมูลนิธิบ่อพันขันรัตนโสภณ ขับเคลื่อนให้กำลังใจชาวบ้านหนุนส่งเสริมกำลังใจ

นายณฐนนท์ สิงห์ดงเมือง ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลจำปาขัน เปิดเผยว่า วิถีชีวิตชุมชนชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบๆ ริมฝั่งบึงหนองใหญ่ที่นี่ “บ่อพันขัน” ใช้สัญจรมาตั้งแต่สมัยโบราณ สาเหตุที่จะต้องสร้างสะพานก็เพราะว่าการเดินทางเส้นทางถนนที่จะไปมาหากันชาวบ้านสองฝั่งจะต้องเดินทางอ้อมไปเป็นระยะทางไกล เพราะพื้นที่บึงบ่อพันขัน ๑๖,๐๐๐ กว่าไร่ ชุมชนชาวบ้านจะไปหากันแต่ละทีจะต้องเดินทางตามถนนอ้อมไกลทั้งสองฝั่ง จึงนัดประชุมชนปรึกษา คิดร่วมกันวางแผนสร้างสะพานเพื่อให้สัญจรข้ามไปหากันได้สะดวกรวดเร็ว งบประมาณทุนสร้างสะพานเราก็มีการระดมทุนชาวบ้านในสองฝั่ง ชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียงช่วยกัน   แบ่งการทำงานหน้าที่รับผิดชอบร่วมกัน แรกเริ่มต้นจากการเตรียมหาไม้ยูคาภายในหัวไร่ปลายนาในสวนของชาวบ้าน ช่วยกันตัดไม้ใช้รถขนย้ายไม้มากองรวมกันก่อนลงมือก่อสร้าง ทางกลุ่มแม่บ้านทำหน้าที่เตรียมทำกับข้าวทำอาหาร มะละกอ ถั่ว แตงโม ข้าวโพด ที่ปลูกในสวน บางส่วนก็แยกออกไปเตรียมหาปลา จับปลาในบึงบ่อพันขันเพื่อนำมาเป็นอาหารในแต่ละวัน ความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจแสดงพลังของชาวบ้าน การสร้างสะพานมือด้วยฝีมือชาวบ้านในชุมชน เราตั้งชื่อว่า "สะพานมิตรภาพบ่อพันขัน"

นายธนิต พันธ์หินกอง นายอำเภอหนองฮี เปิดเผยว่า การก่อสร้างสะพานมิตรภาพบ่อพันขัน เพื่อเชื่อโยงชุมชนสองฝั่งของบึงบ่อพันขันเป็นการสร้างโดยทุนของชาวบ้านของชุมชนแท้จริง บ่งบอกถึงพลังชาวบ้านชุมชนคนสองฝั่งแสดงพลังความรักใคร่สมัครสมานสามัคคีชุมชน ซึ่งตรงจุดที่สร้างเป็นพื้นที่ทางเดินมาตั้งแต่สมัยโบราณช่วงสมันที่ใช้เกวียนสัญจรไปมาหาสู่กัน บึงบ่อพันขันพื้นที่แถวบริเวณแห่งนี้สมัยก่อนวิถีชาวบ้านต้มเกลือโบราณ การสร้างสะพานมิตรภาพบ่อพันขันก็จะเป็นจุดชมวิวจุดชมธรรมชาติอีกแห่ง ประโยชน์ที่ชาวบ้านจะได้รับคือสองฝั่งสองตำบล สองอำเภอจะได้ใช้ร่วมกัน แม้ว่าทางภาครัฐทางราชการหน่วยงานไม่ได้มีงบประมาณมาสนับสนุนในการก่อสร้าง ทางหน่วยงานรัฐก็จะเข้ามาส่งเสริมจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง วันปีใหม่ วันวาเลนไทน์ จัดงานแต่งสมรสหมู่ "รักหมั้นพันปี รักนี้ที่บ่อพันขัน" สงกรานต์ "สรงน้ำพระธาตุพันขัน" เข้าพรรษา ออกพรรษา "ตักบาตรพญานาค" ซึ่งทางมูลนิธิบ่อพันขัน รัตนโสภณ หนุนขับเคลื่อนงานในพื้นที่ร่วมกับชุมชนสองฝั่ง สถานที่ท่องเที่ยวบึงบ่อพันขันจะเป็นแห่งใหม่ของชาวทุ่งกุลาร้องไห้ ที่น่าสนใจต่อไป

พระอาจารย์ ดร.ขาว สมอาษา ประธาน มูลนิธิบ่อพันขัน กล่าวว่า ทางมูลนิธิฯ ศูนย์ศึกษาบ่อพันขัน เป็นสถานที่พื้นที่ใช้ฝึกอบรม จัดประชุม สัมมนา เข้าค่ายกิจกรรมต่างๆ ตามกลุ่มผู้ที่จะเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน คณะกรรมการมูลนิธิฯ ทำงานร่วมกับชาวบ้านสองฝั่งของบึงบ่อพันขัน เพื่อผลักดันเป็นสถานที่แหล่งท่องเที่ยวในแถวบริเวณแห่งนี้ เช่น พระธาตุพันขัน พระธาตุก่อสร้างไว้กราบไหว้เคารพบูชาของชุมชนชาวบ้าน ทำพิธีสรงน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ดอนขุมเงิน สถานที่สถาปนาเมืองอาณาจักรเจนละ บ่อพันขัน บ่อน้ำสร่างโคก ตราน้ำผุดมีมาแต่สมัยโบราณ วัดเกาะบ่อพันขันรัตนโสภณ รอยพระพุทธบาท ชมสวนเกษตรวิถีพุทธ สองฝั่งบึงบ่อพันขันท่องเที่ยวทั้งวันท่องเที่ยวตามธรรมชาติของทุ่งกุลาร้องไห้


รายงานโดย นายมานะ เหนือโท นักสื่อสารชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด


Aroied020459.01



Aroied020459.02


Aroied020459.05

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter