“เราตั้งสภาองค์กรชุมชนมาสองปีเศษแล้ว แรกๆก็ไม่เข้าใจมองไม่เห็นประโยชน์ แต่พอมีปัญหา เช่น ราคายางตกต่ำ ฯลฯ ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่รู้จะปรึกษาใคร ก็นึกถึงสภาองค์กรชุมชน เปิดประชุมสภาองค์กรชุมชน เอาปัญหามาคุยปรึกษาหารือกัน ตั้งแต่นั้นมาจนวันนี้ สภาองค์กรชุมชนจึงเป็นศูนย์รวมของทุกคนไม่เฉพาะแต่สมาชิกเท่านั้นที่จะนำเรื่องมาพูดคุยหาทางออก” นางกัลยาโสภารัตน์ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลรมณีย์เล่าให้ฟัง

ตำบลรมณีย์ อ.กะปง จ.พังงาเป็นตำบลเล็กๆตั้งอยู่บนเส้นทางก่อนขึ้นเขาสกไปสุราษฎร์ธานี สภาพทั่วไปเป็นภูเขาดินเป็นที่ลาดชันและดินมักจะพังทลาย เมื่อยามฝนตก ประกอบกับปัจจุบันมีการบุกรุกป่าเพื่อทำเกษตรจึงทำให้มีน้ำกัดเซาะดินเสื่อมและถล่มอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งดินที่ถล่มก็ไปทำให้ลำธารตื้นเขินและน้ำล้นตลิ่ง
ในอดีตรมณีย์อุดมสมบรูณ์ไปด้วยป่าไม้เป็นภูมินิเวศต่อเนื่องถึงเขาสก เป็นที่ตั้งของเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า มีผลไม้พื้นบ้านเช่น ทุเรียนบ้านที่หอมหวาน เป็นต้น ปัจจุบันจากพื้นที่ทั้งหมด 137,300 ไร่ เป็นพื้นที่ทางเกษตร ถึง 40,500 ไร่ ซึ่งเกือบทั้งหมดคือ 37,000 ไร่ ใช้ปลูกยางพาราและปาล์ม สวนผลไม้ 1,700 ไร่ ส่วนพื้นที่เหลืออีกประมาณ 100,000 ไร่ เป็นเขตอุทยาน เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าและป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นป่าเสื่อมโทรมที่ชาวบ้านใช้เป็นที่อยู่อาศัยบางส่วน
จากข้อมูลทางการเกษตรดังกล่าวจะเห็นว่าเศรษฐกิจหลักของชาวรมณีย์จะขึ้นอยู่กับยางพาราและปาล์ม ซึ่งระบบการซื้อขายครบวงจรจะขึ้นอยู่กับนายทุนทำให้ชาวบ้านถูกเอารัดเอาเปรียบเรื่อยมา ต้นทุนทางการเกษตรสูงเนื่องจากพันธุ์พืชและปุ๋ย ระบบการรับซื้อ แปรรูปและลานเทอยู่ในมือพ่อค้าทั้งหมด
จากการวิเคราะห์ข้อมูลสาเหตุและปัญหาในสภาองค์กรชุมชนทำให้ชาวบ้านพบข้อเท็จจริงว่า หากปีไหนผลผลิตตกต่ำจะพบกับความเดือดร้อน จึงต้องมีแผนการแก้ปัญหาใช้รองรับโดยกำหนดเป็น 3 แผ่นงาน

แผนงานแรกคือการพัฒนาเกษตรกรรมสู่ความสมดุลและยั่งยืน แผนงานนี้มีสาเหตุมาจากผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยางพาราและปาล์ม มีราคาตกต่ำประกอบกับต้นทุนในการผลิตสูง ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง ชาวบ้านธรรมดาไม่อาจเข้าถึงตลาดกลางโดยตรง ดังนั้นการฝากอนาคตไว้กับพืชเชิงเดียวดังกล่าวเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่ทางรอดที่แท้จริง
เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้น จึงได้มีการรวมกลุ่มกันจัดเก็บผลผลิตสู่ตลาดกลางโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง แกนนำสภาองค์กรชุมชนคนหนึ่งเล่าว่า แค่มีรถบรรทุกเป็นของชาวบ้านเองและรับซื้อโดยกลุ่มของชาวบ้านก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้เดือนละหลายแสนบาทแม้แต่การขายยางก้นถ้วย เมื่อชาวบ้านทำเองราคาก็สูงขึ้น 2 บาท/กิโลกรัม เงินส่วนนี้เราไม่ควรจะจ่ายเลยพอเรารวมกลุ่มก็จะมีเงินคืนสู่ชาวบ้านได้ทั้งหมดครั้งละประมาณล้านบาทเศษ สามารถนำเงินจำนวนนี้คืนสู่ชาวบ้านและสมทบเข้ากองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นการลดช่องว่างด้านราคาระหว่างพ่อค้าคนกลางกับเกษตรกร ซึ่งนอกจากการตั้งกลุ่มเพื่อรวมผลผลิตสู่ตลาดกลางแล้ว การเพิ่มมูลค่าของสินค้าการเกษตร(แปรรูป)ก็เป็นเรื่องที่ชาวบ้านมีแผนงานที่จะทำงาน
เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวสภาองค์กรชุมชนก็ร่วมมือกับองค์กรภาครัฐและเอกชน สร้างช่องทางการตลาด แต่ยังมีปัญหาเรื่องลานเทที่เหมาะสมจึงจัดทำโครงการขอเงินประมาณจากรัฐซึ่งอยู่ในระหว่างจัดทำโครงการขอรับการสนับสนุน รวมทั้งมีการขยายสมาชิกที่เป็นเกษตรกรให้เข้ามาใช้บริการของกลุ่ม ส่วนในด้านการลดต้นทุนการผลิตได้มีการส่งเสริมให้มีการผลิตปุ๋ยใช้เอง
และเพื่อไม่ให้ชีวิตฝากไว้กับพืชเชิงเดี่ยวอย่างยางพาราและปาล์ม จึงได้มีการส่งเสริมให้มีการปลูกพืชแซมตามสวนยางและปาล์ม เช่น ปลูกผักและไม้ผลต่างๆ เป็นต้น
แผนงานถัดมาก็คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม โดยมีสาเหตุมาจาก คนในชุมชนมีหนี้สินจำนวนมาก กู้เงินจากองค์กรหนึ่งเพื่อนำไปใช้หนี้อีกองค์กรหนึ่งหมุนเวียนอยู่เช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับงูกินหาง อีกทั้งคนในชุมชนก็เข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐดังนั้นจึงต้องทำให้คนในชุมชนมีสวัสดิการทุกครัวเรือน โดยพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนให้สามารถนำเงินไปอุดหนุนเป็นทุนในการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนของชุมชนได้
นอกกจากนี้ยังมีการฟื้นฟูโรงผลิตน้ำดื่มของชุมชนขึ้นมาใหม่เพื่อขายให้กับประชาชน ตลอดจนวางแผนขยายตลาดสู่ลูกค้านอกตำบลงานทั้งหมดมีการแบ่งความรับผิดชอบอย่างเป็นระบบ มีคณะกรรมการแบ่งงานกัน
แผนงานสุดท้ายที่สภาองค์กรชุมชนรมณีย์ให้ความสำคัญคือการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากที่ผ่านมามีการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติจนเสียความสมดุลและส่งผลเสียต่อการดำรงชีวิตของชุมชน จึงมีความจำเป็นในการสร้างจิตสำนึกร่วมของคนในชุมชนเพื่อลุกขึ้นมารักษาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้สมบรูณ์ และยังเป็นการรักษาการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้คงอยู่
จากแผนงานดังกล่าวจึงได้มีการร่วมกันทำฝายชะลอน้ำการปลูกต้นไม้เพื่อรักษานิเวศ การสร้างจิตสำนึกสู่คนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีส่วนร่วม ตลอดจนมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้เป็นการจัดการโดยชุมชน ซึ่งเพื่อให้แผนงานาบรรลุผล จึงได้มีการจัดเก็บข้อมูลพันธุ์ไม้ต่างๆเป็นองค์ความรู้สู่ชุมชนมีการออกกติกาการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติรวมทั้งเชื่อมโยงหน่วยงานและภาคีพัฒนาต่างๆมาทำงานร่วมกันอย่างเป็นขวนการ
การจัดการทั้ง 3 แผนงานดังกล่าวข้างต้น นับเป็นมิติใหม่ของภาคประชาชนที่มีความตระหนักในสิทธิการจัดการตนเองโดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงประชาชนและภาคีพัฒนาต่างๆมาทำงานร่วมกัน มีการบริหารจัดการทุนของชุมชนอย่างเป็นระบบใช้ภูมิปัญญาและทุนในท้องถิ่นบูรณาการร่วมกันท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้เพื่อให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


ปัจจุบันตำบลรมณีย์ได้ยกระดับเป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านเศรษฐกิจและทุนชุมชนสู่สัมมนาชีพชุมชนอย่างครบวงจร นั่นคือเป็นตำบลที่มีองค์กรชุมชนที่เข้มแข็งโดยมีสภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นกลไกในการทำงานโดยมีการนำข้อมูล ไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาตำบลได้อย่างครบวงจรเช่นๆ มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญทั้งเศรษฐกิจหลักและอาชีพเสริม แผนในการพัฒนาสังคมที่มีฐานกองทุนชุมชนและกองทุนสวัสดิการชุมชนที่จะนำความมั่นคงมาสู่สมาชิก ตลอดจนมีแผนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้คนกับธรรมชาติสามารถอยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพา
สิ่งเหล้านี้คือสิ่งที่คนรมณีย์ เรียกว่าเป็นความสุขที่สัมผัสได้ “ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาของจังหวัดพังงา ที่ใช้ยุทธศาสตร์ “พังงาแห่งความสุข” เป็นความสุขที่สร้างขึ้นมาโดยคนในชุมชนและเกิดขึ้นได้จริงในชุมชน เป็นพื้นที่รูปธรรมของการพัฒนาภาคประชาชน ที่ควรศึกษาเรียนรู้ขยายผล
บทความโดย : สุวัฒน์ คงแป้น





