playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

เชียงใหม่ /   พอช.ผนึกพลังองค์กรภาคีท้องถิ่นฟื้นฟูบ้านจะนะหลังเหตุการณ์ไฟป่าเผาหมู่บ้านวอดวาย 57 หลัง  โดยจะมีการสร้างบ้านใหม่ในที่ดินเดิม  ใช้งบประมาณก่อสร้างจากอำเภอแม่อาย, พอช. และการเปิดรับบริจาค  ให้ชุมชนเป็นผู้บริหารจัดการ  ใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกขับเคลื่อนงาน  โดยมีทีมสถาปนิกและวิศวกรจาก พอช.ร่วมกับช่างชุมชนร่วมกันออกแบบและก่อสร้าง  ส่วนแผนงานระยะยาวจะต้องมีการต่อยอดพัฒนาชุมชนตามแนวทางบ้านมั่นคงและสนับสนุนให้ชุมชนจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติขึ้นมา

maionly2.jpg                          ภายหลังจากเหตุการณ์ไฟป่ารุกลามไหม้บ้านเรือนชาวลาหู่บนดอยลาง  บริเวณหมู่ 12  บ้านจะนะ ต.แม่อาย  จ.เชียงใหม่  เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 12 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา  ทำให้มีบ้านเรือนถูกไฟไหม้เสียหายรวม 57 หลัง  มีชาวบ้านประสบภัยรวม 239 คน  ซึ่งในเบื้องต้นหน่วยงานในท้องถิ่นได้ระดมความช่วยเหลือด้านอาหาร  เสื้อผ้า  และของใช้จำเป็นมอบให้แก่ชาวบ้าน  ต่อมาในวันที่ 16  เมษายน  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานภาคเหนือตอนบน  เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงใหม่  และเครือข่ายที่ดินจังหวัดเชียงใหม่  ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลความเสียหาย  และปรึกษาหารือร่วมกับกับนายอำเภอแม่อายและปลัดอำเภอแม่อาย  เพื่อสรุปข้อมูลและหาแนวทางการช่วยเหลือชาวบ้าน

                         นายธนภณ  เมืองเฉลิม   ผู้จัดการสำนักงานภาคเหนือตอนบน พอช. กล่าวว่า  การช่วยเหลือชาวบ้านเบื้องต้น  ด้านอาหาร  น้ำดื่ม  สิ่งของอุปโภคและบริโภคมีเพียงพอแล้ว  ขาดแต่เพียงนมผงเด็ก  ชุดชั้นในสตรีและผ้าอนามัย ส่วนข้อมูลตัวเลขผู้ประสบภัย คือ  239  คน  รวม 57  หลังคาเรือน (มีทะเบียนบ้าน 48 หลังคาเรือน , ไม่มีทะเบียนบ้าน 9 หลังคาเรือน)   ที่พักชั่วคราวของชาวบ้านมี 2  จุด คือ  ที่โรงเรียนบ้านจะนะ  และอบต.แม่อาย  ส่วนที่เหลือกระจายพักตามบ้านญาติ   ด้านการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยนั้น  ทางอำเภอแม่อายจะช่วยเหลือตามระเบียบราชการ คือ หลังคาเรือนละ 33,000 บาท   ส่วนพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหรือถูกไฟไหม้นั้นอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก   ดังนั้นในการปลูกสร้างที่อยู่อาศัยใหม่  ทางหัวหน้าอุทยานฯ จะเข้ามาร่วมกำหนดพื้นที่อยู่อาศัยและวางผังชุมชนร่วมกับ อบต.แม่อาย, กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  และชาวบ้านในพื้นที่ 

                         “จากการพูดคุยกับชาวบ้านพบว่าความช่วยเหลือด้านอาหารและสิ่งของอุปโภค บริโภคเพียงพอแล้ว  แต่สิ่งที่ชาวบ้านต้องการคือ  การจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยใหม่  ซึ่งทางสภาองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงใหม่และเครือข่ายที่ดินจังหวัดเชียงใหม่   มีแผนจะเปิดรับบริจาค เพื่อเป็นทุนสร้างบ้านผู้ประสบภัยทั้ง 57 หลังคาเรือน  นอกจากนี้ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยจะมีการประชุมสรุปข้อมูลและสถานการณ์ทั้งหมดในวันที่  19 เมษายนนี้ที่อำเภอแม่อาย  เพื่อสรุปและส่งเรื่องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ให้พิจารณาความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยต่อไป”  นายธนภณกล่าว

maionly1.jpg
              ส่วนแผนปฏิบัติการของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนนั้น  นายธนภณกล่าวว่า จะมีการหารือร่วมกับคณะทำงานที่ดินภาคเหนือในวันที่  30 เมษายนนี้   เพื่อกำหนดกรอบเกณฑ์การช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัย   กรณีเร่งด่วนพื้นที่บ้านจะนะ และจะได้วางแผนร่วมกับทีมสถาปนิก  วิศวกรและช่างชุมชนภาคเหนือ  เพื่อช่วยเหลือเรื่องการก่อสร้างที่อยู่อาศัยแก่ชาวบ้านผู้ประสบภัยต่อไป   ทั้งนี้การก่อสร้างบ้านใหม่จะเป็นการปรับปรุงและก่อสร้างในที่ดินเดิม  เนื่องจากเป็นที่ดินอยู่ในเขตอุยานฯ ส่วนงบประมาณในการก่อสร้างมาจาก 3 ส่วน  คือ 1.สำนักงานอำเภอแม่อาย สนับสนุน 33,000 บาท/หลังคาเรือน  โดยหน่วยงานจะเป็นผู้ดำเนินการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างให้   2.พอช.สนับสนุนภายใต้โครงการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยชนบท 45,000 บาท/หลังคาเรือน    โดยสนับสนุนในรูปแบบให้ชุมชนเป็นผู้บริหารจัดการ   และ 3.รับบริจาคจากแหล่งอื่นๆ โดยองค์กร Plan ช่วยเรื่องการประสัมพันธ์ขอรับบริจาค        

          ด้านกระบวนการทำงานนั้น  จะเป็นไปตามขั้นตอนและกลไกต่างๆ ดังนี้  1.จัดทีมในการออกแบบร่วมกันระหว่าง เจ้าหน้าที่อุทยานฯ , สำนักงานอำเภอแม่อาย , อบต.แม่อาย   ,ขบวนองค์กรชุมชน ,ชุมชนผู้ประสบภัย  และ พอช.  โดยจะมีการประชุมร่วมกันในวันที่ 19 เมษายนนี้   และ 2.ใช้กลไกสภาองค์กรชุมชนในจังหวัด-โซน-ตำบล เป็นกลไกในการขับเคลื่อนงาน

             นายปฏิภาณ จุมผา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า   “สำหรับแนวทางการทำงานของ พอช. นั้น  จะเริ่มจากการจัดทำผังชุมชน  โดยทีมสถาปนิกและวิศวกร  และใช้กระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา  ได้แก่  การสร้างความเข้าใจ  การจัดตั้งกลุ่มระดับหมู่บ้าน/ตำบล  การสร้างทีมช่างชุมชน   การบริหารจัดการงบประมาณ   ส่วนกระบวนการก่อสร้างบ้านใหม่  จะใช้ระยะเวลาสั้นที่สุด  โดยศึกษาบทเรียนจากกรณีไฟไหม้ไล่รื้อ, สึนามิ  และแผ่นดินไหวที่เชียงราย   ส่วนแผนงานในระยะยาวนั้นจะต้องมีกระบวนการในการขับเคลื่อนต่อยอดจากการช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัย  โดยดำเนินการตามแนวทางโครงการบ้านมั่นคงชนบท  และพัฒนาต่อยอดโดยการสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติระดับตำบลขึ้นมาด้วย”   

maionly4.jpg

 สุวัฒน์ กิขุนทด : รายงาน 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter