
อุทยานแห่งชาติไทรทอง ได้แจ้งให้ชาวบ้านผู้ถือครองพื้นที่จำนวน 6 ชุมชน ใน ต.วังตะเฆ่ และ ต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ออกจากพื้นที่ ภายใน 30 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้เดือดร้อน ขอร้องผู้มีอำนาจตัดสินใจยุติการดำเนินการใดๆ ก่อน
ตามหนังสือ ทส 0917.513 ลงวันที่ 1 เมษายน 2559 ระบุว่า นายวรพล ดีปราสัย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรทอง ตำบลวังตะเฆ่ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ เรียนว่าได้ร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดชัยภูมิ คณะทำงานตามแผนปฎิบัติทวงคืนผืนป่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินงานตรวจสอบการใช้ประโยชน์พื้นที่ในอุทยานแห่งชาติไทรทอง ทุกกรณีเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอความร่วมมือและได้ประชาสัมพันธ์และแจ้งให้ราษฎรที่ได้บุกรุก ยึดถือครอบครองพื้นที่โดยไม่ถูกต้องหรือที่ได้มีการขยายพื้นที่ทำกินออกจากแปลงที่ได้รับรองสิทธิ์ โดยตั้งใจ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี หากมีความประสงค์จะส่งคืนพื้นที่ให้แก่ทางราชการ ขอให้ยื่นเรื่องผ่านผู้นำท้องถิ่น หรือยื่นได้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรทอง
ตามหนังสือระบุด้วยว่า ให้ยื่นภายในวันที่ 30 เมษายน 2559 และจะไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแก่อย่างใด แต่หากยังดื้อดึง และทางราชการได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นผู้ไม่มีสิทธิ์ถือครองในพื้นที่ตรงนั้น ทางราชการจำเป็นต้องดำเนินการทางกฏหมายอย่างเคร่งครัด ต่อไป
จากกรณีนี้ ผู้สื่อข่าวชุมชนประเด็นงานที่ดินภาคอีสานจึงได้ลงพื้นที่สอบถาม ซึ่งประชากรในชุมชนได้ชี้แจงว่า พวกตนถือครองการใช้ประโยชน์ในที่ดินทำกินสืบทอดมานับแต่บรรพบุรุษมาอย่างยาวนาน ก่อนจะมีการประกาศอุทยานแห่งชาติไทรทองทับที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยชาวบ้าน ดังนั้น จึงไม่ยอมรับผลการลงสำรวจตรวจสอบสิทธิ์ ตาม มติ ครม. 30 มิ.ย. 41 เพราะแนวปฏิบัติมุ่งผูกขาดอำนาจการจัดการทรัพยากรป่าไม้ไว้ที่หน่วยงานรัฐเพียงส่วนเดียว รวมทั้งทัศนะในการมองปัญหาว่าการลดลงของพื้นที่ป่าไม้ในประเทศเกิดจากการบุกรุกของชาวบ้าน ส่งผลให้ชาวบ้านไม่มีความชอบธรรมที่จะอยู่กับป่า หรือไม่มีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรป่าไม้
ด้วยความที่เจ้าหน้าที่ผูกขาดอำนาจการจัดการป่าอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนที่อาศัยหรือทำกินอยู่ในพื้นที่มาก่อน ได้สร้างความขัดแย้งเรื้อรังมาจนกระทั่งปัจจุบัน
จากการลงพื้นที่สอบถามชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าว ได้ความว่าชาวบ้านถูกเจ้าหน้าที่หลอกให้เซ็นต์เอกสารยินยอมออกจากพื้นที่ โดยรู้เท่าไม่ถึงกาณ์ เช่น กรณี นางสุดี เนาว์โอโล ชาวบ้านซับหวาย ม.7 ต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เล่าว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2557 เจ้าหน้าที่เข้ามาในพื้นที่ แจ้งว่า ขอยึดคืนผืนป่า ตามพื้นที่ล่อแหลม พื้นที่ลาดชัน โดยบอกว่าจะนำพื้นที่ไปฟื้นฟูป่า ครั้งนั้น ตนเห็นดีด้วยจึงคืนให้ 3 ไร่ เจ้าหน้าที่จึงให้ไปเดินตามแปลง และไล่ยิงพิกัดตามหลังไปเรื่อยๆ พร้อมกับถ่ายรูป และฝังหลักไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่บอกด้วยว่า พื้นที่ส่วนที่เหลือให้สามารถทำกินได้ต่อไป และบอกอีกว่าจะมอบใบประกาศดีเด่นในการคืนพื้นที่ให้
นางสุดี เล่าว่า ต่อมาประมาณหนึ่งเดือนครึ่ง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทหาร เข้ามาเป็นครั้งที่ 2 ขอคืนพื้นที่อีก โดยบอกว่าทางผู้ใหญ่ให้มาเพื่อขอความร่วมมือในการคืนพื้นที่ หากตนไม่ยอมให้ความร่วมมือ จะมีหมายศาลเข้ามาจับกุม ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กำชับอีกว่าหากมีเจ้านาย หัวหน้า หรือผู้ใหญ่เข้ามาสอบถามให้บอกว่าตนยินยอมเซ็นต์เอกสารด้วยความเต็มใจ ไม่ได้ถูกเจ้าหน้าที่บังคับ แต่ครั้งนี้นางสุดีบอกว่าไม่ยอมคืนให้ เพราะถ้าคืนให้ก็จะไม่มีที่ทำกิน อีกทั้งเป็นพื้นที่ที่ได้รับการสืบทอดมาจากพ่อแม่มาอย่างต่อเนื่อง จึงเกิดความหวงแหน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมเพราะบอกว่าทำกินมานานแล้ว ไม่ให้เข้ามาทำกินอีก ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และกลัวจะถูกจับกุม และถูกดำเนินคดีตามกฎหมายจึงยอมเซ็นต์ให้ไปบางส่วน
กรณีนางสุดี ล่าสุด เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2559 เจ้าหน้าที่ป่าไม้พร้อมกับทหาร เข้ามาเป็นครั้งที่ 3 โดยเข้ามาหาถึงที่บ้าน อ้างว่าได้คำสั่งให้ทุกคนรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสินออกไปให้หมดภายในวันที่ 31 มีนาคม นี้ หากใครไม่ยอมออกจากพื้นที่ก็จะบังคับให้ลงออกไปให้หมดทุกคน พร้อมเอาเอกสารที่มีรายชื่อของคนในชุมชนมาให้ดูว่าทุกคนยินยอมออกจากพื้นที่หมดแล้ว เหลือแต่ตนคนเดียว จากนั้นก็ถูกบังคับให้เซ็นต์เอกสารยินยอมออกจากพื้นที่ ส่งผลให้ในปัจจุบันนางสุดี กลายเป็นคนไร้ที่ทำกิน ต้องไปหาทำงานรับจ้างตามที่ต่างๆ ขณะเดียวกันตามที่ชาวบ้านถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการข่มขู่ บังคับ หลายครั้ง จึงได้รวมกลุ่มกันเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม เพื่อให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจมาร่วมแก้ไขปัญหาผลกระทบให้อย่างถูกต้อง
ด้านนายไพโรจน์ วงงาน ชาวบ้าน ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ บอกว่า ภายหลังรัฐบาลมีนโยบายทวงคืนผืนป่า ทำให้ผู้ที่ทำกินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง กว่า 6 หมู่บ้าน ใน ต.วังตะเฆ่ และ ต.ห้วยแย้ ได้รับผลกระทบหนักขึ้น อาทิ ห้ามมิให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ และเข้ายึดพื้นที่ ทั้งถูกบังคับให้เซ็นต์ยินยอมออกจากพื้นที่ ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นนำมาสู่ความเดือดร้อนต่อชาวบ้านจำนวนมาก ที่ผ่านมาได้เข้ายื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2559 เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี โดยนายพันธ์ศักดิ์ เจริญ (ผู้อำนวยการสำนักงานปลัดนายกรัฐมนตรี) เป็นผู้รับหนังสือ จากนั้นในวันเดียวกันเดินทางไปยื่นหนังสือต่อที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และในวันที่ 9 มีนาคม 2559 เดินทางเข้าพบนายฐากร สัตศตพร (ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์เขต 7 นครราชสีมา) และเดินทางต่อไปยังศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ เพื่อเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด โดย พันโทวสุธา ฤกษ์จำนงค์ (นายทหารปฏิบัติการ) ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยภูมิ เป็นตัวแทนมารับหนังสือ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2559 ชาวบ้านได้เข้ายื่นที่กองบัญชาการกองทัพภาคสองที่ 2 (ค่ายสุรนารี นครราชสีมา) โดย พ.ต.วรินทร แสงวิลัย (นายทหารปฏิบัติการศูนย์ประชาสัมพันธ์รับเรื่องร้องทุกข์ เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ สาระสำคัญของการเข้ายื่นหนังสือต่อหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เร่งพิจารณาแก้ไขปัญหา ให้เกิดความเป็นธรรม โดยมีข้อเสนอเพื่อให้ผู้มีอำนาจพิจารณา ดังนี้ 1. ให้ยกเลิกแผนการทวงคืนผืนป่าในพื้นที่พิพาทอุทยานแห่งชาติไทรทอง ต.ห้วยแย้ ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ 2. ให้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างชาวบ้านผู้เดือดร้อน กับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการถือครองทำประโยชน์ที่ดิน โดยมีสัดส่วนของราษฏรที่เดือดร้อนในจำนวนที่เท่ากัน ทั้งนี้ ไม่ให้มีการดำเนินการตามนัยมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และ 3.ในระหว่างกระบวนการแก้ไขปัญหา ให้ยุติการดำเนินการใดๆที่ส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนต่อราษฎรในพื้นที่ และผ่อนผันให้สามารถทำประโยชน์ตามปกติสุข
“การผลักดันชาวบ้านออกจากหมู่บ้านจะทำให้ชาวบ้านกว่า 800 ครอบครัว ไร้ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ดังนั้น จึงใคร่ขอให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด พิจารณาออกคำสั่งยุติก่อน” นายไพโรจน์กล่าว
รายงานโดย ศรายุทธ ฤทธิพิณ นักสื่อสารชุมชนประเด็นปัญหาที่ดิน







