
กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางขุด อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท เป็นหนึ่งในเจ็ดกองทุนที่ได้รับรางวัล “ผู้สรรค์สร้างความมั่นคงของมนุษย์ตามแนวคิด ของ ศ.ดร.ป๋วย อึ้งภาภรณ์ คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวังจากครรภ์มาราดาถึงเชิงตะกอน” ประเภทการมีปฏิสัมพันธ์ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ช่วยเหลือเกื้อกูลและมีความร่วมมือที่ดีกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาของชุมชน โดยรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อฉลอง 100 ปี ชาตกาล ศ.ดร.ป๋วย อึ้งภาภรณ์ เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2559 ที่ผ่านมา แต่กว่าจะมาเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนที่เข้มแข็งในวันนี้ ได้ฟันผ่าปัญหาอุปสรรคมาอย่างมากมาย
“เราเริ่มจากกลุ่มผู้หญิงที่อยากเห็นชาวบ้านได้รับสวัสดิการเหมือนคนอื่นๆ ในขณะที่ผู้ชายไม่เชื่อว่าเราจะทำได้” นางจรรยา กลัดล้อม ประธานกองทุนเล่าให้ฟังและกล่าวต่อว่า “คำพูดนั้นไม่ทำให้เราหมดกำลังใจ แต่เป็นการเพิ่มแรงอึดให้เราเดินไปข้างหน้า แม้แต่ชาวบ้านเองก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ พวกเราจึงคิดว่า โทษเขาไม่ได้แต่เราต้องทำให้เห็น”
กล่าวได้ว่าแค่เริ่มตั้งกองทุนก็ประสบปัญหามากมายแต่ด้วยความตั้งใจจริงที่จะช่วยเหลือให้ทุกคนมีชีวิตที่มั่นคง จึงได้มีการจัดตั้งกองทุนขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2550 โดยเริ่มจากการนำของคณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบลบางขุดจากนั้นก็ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ซึ่งเป็นองค์กรที่สนับสนุนให้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ
หลักการสำคัญของกองทุนสวัสดิการ ก็คือ การร่วมกันสมทบเงินเข้ากองทุนเพียงวันละ 1 บาท เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่ว่ายากดีมีจนก็สมทบเท่ากันจนกระทั้งในปี 2553 รัฐบาลมีนโยบายสมทบเงินเข้ากองทุนสวัสดิการชุมชน ในอัตราที่เท่ากับที่ชาวบ้านสมทบ ทำให้กองทุนสวัสดิการชุมชน มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น
หลักสำคัญอีกประการหนึ่งของระบบสวัสดิการชุมชน ที่ทำให้กองทุนมีความมั่นคงคือเป็นกองทุนที่ชาวบ้านเป็นเจ้าของ มีคณะกรรมการที่เป็นชาวบ้านและออกระเบียบบริหารจัดการกันเอง มีความโปร่งใสและตรวจสอบกันเองได้
กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางขุดก็เช่นกัน ในระยะแรกก็มีการออกระเบียบในเรื่องของประเภทสวัสดิการ มีครอบคลุมตั้งแต่เกิดจนตาย แบ่งเป็น 9 ประเภทด้วยกัน เช่น เงินขวัญถุงเด็กแรกเกิด การจ่ายสวัสดิการเจ็บป่วย ค่ารักษาพยาบาล สวัสดิการยามเสียชีวิต สวัสดิการที่เป็นทุนการศึกษาของเด็ก ฯลฯ
แต่หลังจากที่กองทุนมีความมั่นคงมากขึ้น ก็ขยายการให้สวัสดิการแก่สมาชิกเพิ่มมากขึ้น เช่น การส่งเสริมด้านการพัฒนาอาชีพ การหาตลาดให้กับสมาชิกเพื่อให้สามารถขายสินค้าได้มากขึ้น รวมทั้งการจัดสรรเงินกองทุนส่วนหนึ่งไปดูแลสังคม เช่น การหนุนเสริมฟื้นฟูประเพณีวัฒนธรรม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
นางจรรยา กลัดล้อม เล่าอีกว่าในช่วงที่รัฐบาลมีนโยบายรับจำนำข้าว ชาวบ้านเป็นหนี้กันมากมีตัวเลขเป็นหนี้ที่น่าตกใจ จากการสำรวจข้อมูลพบว่ามีคนเป็นหนี้ประมาณ 900 คน แต่ละคนเป็นหนี้ประมาณ 180,000 บาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการเพียง 80 คน เท่านั้น กองทุนจึงหารือกันว่าจะช่วยให้ชาวบ้านปลอดหนี้ได้อย่างไร กองทุนจึงได้ดำเนินการในสองมาตรการคือ จัดสวัสดิการเพื่อให้สมาชิกนำไปประกอบอาชีพเพิ่มขึ้นและการสร้างโรงเรียนปลอดหนี้ ขึ้นมา
โรงเรียนปลอดหนี้ เป็นการส่งเสริมให้ชาวบ้าน มีความเข้าใจในการอดออม รู้จักใช้ รู้จักอยู่ หรือเข้าใจการใช้ชีวิตนั่นเอง ควบคู่ไปกับการรู้จักทำบัญชีครัวเรือนเพื่อให้พวกเขาได้เข้าใจและตระหนักว่าอะไรควรจ่ายไม่ควรจ่าย รู้จักลดรายจ่ายและสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ ฯลฯ ซึ่งเป็นการช่วยที่ถูกทางทำให้ชาวบ้านพึ่งตนเองได้ในที่สุด”ประธานกองทุนเผย”
ประธานกองทุนสวัสดิการบางขุดกล่าวอีกว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่เพียงมีการจัดระบบกองทุนดังกล่าวข้างต้นเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกหลายอย่าง ประการแรกคือการเชื่อมโยงกับเครือข่ายองค์กรชุมชนอื่นในทุกระดับมาทำงานร่วมกัน ได้แก่ กลุ่มหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์มีการช่วยเหลือเกื้อกูลด้านการอบรมอาชีพ พัฒนาอาชีพเสริมให้กับสมาชิก กลุ่มองค์การเงิน (กองทุนหมู่บ้าน,กลุ่มสัจจะออมทรัพย์) ช่วยเหลือเกื้อกูลในเรื่องเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพทำให้สมาชิกมีอาชีพ มีรายได้ สามารถพึ่งตนเองได้และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมโยงกับกลุ่มสตรีตำบลบางขุดในการจัดทำบัญชีครัวเรือน การสำรวจข้อมูลสตรีและผู้ด้อยโอกาสในชุมชน เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์ จนนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชุมชนร่วมกัน และมีการเชื่อมโยงการทำงานในระดับอำเภอ โดยเชื่อมโยงกองทุนสวัสดิการชุมชน ทั้ง 8 กองทุน ในอำเภอสรรคบุรี มาเชื่อม ทั้ง 59 กองทุนเป็นเครือข่ายในระดับจังหวัด
ประการถัดมาการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานพัฒนาภาครัฐในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานพัฒนาชุมชน เทศบาล ฯลฯ ทำให้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานเหล่านี้เป็นอย่างดี เช่น การร่วมสมทบเงินเข้ากองทุนจากเทศบาลตำบลบางขุด 4 ครั้ง เป็นเงินหนึ่งล้านบาทเศษ การร่วมกับหน่วยงานสาธารณะสุขในพื้นที่ ในการตรวจสุขภาพให้กับผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาสและประชาชนทั่วไป ฯลฯ
ผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม ทำให้กองทุนและคณะกรรมการกองทุนไม่เพียงได้รับการยอมรับจากหน่วยงานต่างๆ เท่านั้นแต่ประชาชนในพื้นที่ให้การยอมรับมากขึ้น เพราะได้พิสูจน์ให้ชาวบ้านเห็นแล้วว่ากองทุนสามารถช่วยเหลือสมาชิกได้จริง ปัจจุบันกองทุนสวัสดิการตำบลบางขุด มีสมาชิกครอบคลุมทุกหมู่บ้าน รวม 1,800 คน เงินกองทุนประมาณ 2.5 ล้านบาท
ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆแต่มาจากการทำงานที่มีวิสัยทัศน์ด้วยการสร้างโอกาสให้กับประชาชนผู้เดือดร้อน ให้เข้าถึงสวัสดิการชุมชนได้อย่างทั่วถึง ประชาชนทุกเพศทุกวัยได้รับสวัสดิการตามความจำเป็นพื้นฐานอย่างถ้วยหน้า เสมอภาค เป็นธรรม และมีการบูรณาการทำงานร่วมกับภาคเครือข่ายทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
การดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางขุดดำเนินงานแบบมีส่วนร่วมโดยให้สมาชิกเสนอความคิดเห็น เสนอปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการตนเองต่อกองทุนเพื่อการช่วยเหลือสนับสนุนให้ตรงตามความต้องการของสมาชิกและมีการบูรณาการร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทำงานให้กับตำบลโดยใช้ฐานของกองทุนสวัสดิการชุมชนช่วยเหลือสมาชิกที่มีความเดือดในเรื่องต่างๆ
มีการประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานของกองทุนและการรับสมัครสมาชิกกองทุนให้กับประชาชนในตำบลบางขุดได้ทราบเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือความไว้วางใจ ความโปร่งใสในการทำงาน ทำให้ประชาชนหรือสมาชิกสามารถตรวจสอบได้
กองทุนสวัสดิการตำบลบางขุด จึงไม่เป็นเพียงกองทุนที่ทำหน้าที่จ่ายสวัสดิการให้สมาชิกตั้งแต่เกิดจนตายเท่านั้น แต่ยังได้ทำหน้าที่เพื่อสังคมโดยรวม และยังปรับรูปแบบการทำงานให้สามารถตอบสนองกับความต้องการของสมาชิก ได้ตามสถานการณ์ เป็นต้นแบบด้านการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน อันเป็นที่รู้จักของคนชัยนาทและชุมชนทั่วประเทศ
สุวัฒน์ คงแป้น : รายงาน





