
คณะทำงานยุทธศาสตร์ภาคประชาชนจังหวัดอ่างทองได้จัดการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพกลไกการดำเนินงานของขบวนองค์กรชุมชนการสร้างความเข้าใจกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาและทักษะการถอดชุดองค์ความรู้ตำบล ณ ห้องประชุม 111 ปี ศาลากลาง (หลังเก่า) ชั้น 2 อำเภอเมืองอ่างทอง เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยจังหวัดอ่างทองลงขันจัดการฝึกอบรมฯร่วมกันทั้ง 15 พื้นที่และคณะทำงานยุทธศาสตร์ภาคประชาชนจังหวัดอ่างทองโดยมีผู้แทนตำบลๆละ 5 คนเข้าร่วมการฝึกอบรม
เวทีเริ่มด้วยการชี้แจงวัตถุประสงค์ของการจัดฝึกอบรม โดยนายสมบูรณ์ น้ำดอกไม้ คณะทำงานยุทธศาสตร์ฯจังหวัดอ่างทอง และ นางสาวน้ำค้าง คันธรักษ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอ่างทองกล่าวเปิดและให้คำแนะนำแนวทางการขับเคลื่อนงานขบวนองค์กรชุมชนตอกย้ำความสำคัญเรื่องงานข้อมูลเพราะจะทำให้ชุมชนรู้และเข้าใจตนเองเป็นการรู้เรา และรู้เขาหมายถึงรู้และเข้าใจบทบาทภารกิจของหน่วยงาน แล้วจึงดำเนินงานพัฒนาแบบเชื่อมโยงบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลได้
จากนั้น ดร.ยม นาคสุข อาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยากรสร้างความเข้าใจกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาตำบลโดยการให้คำนิยามของคำว่า แผนงาน และ คำว่า พัฒนา แบบง่ายๆ ชาวบ้านฟังแล้วเข้าใจ แผนงานคือกิจกรรมที่ทำล่วงหน้า พัฒนาหมายถึงการทำกิจกรรมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นการเปลี่ยนแปลงคือความเจ็บปวดและการพัฒนาต้องเริ่มจากตนเอง ครอบครัว สู่ชุมชน เพราะการพัฒนาที่ดีต้องเริ่มจากตนเองมีการวางแผนให้กับตนเองในการดำเนินชีวิตประจำวันถ้าเกิดมีปัญหาหรือข้อติดขัดต้องมีแผนสำรองไว้รองรับเพื่อไปสู่เป้าหมายของชีวิตตนเอง
สรุปได้ว่าแผนงานพัฒนาคือการสิ่งที่ต้องทำล่วงหน้าเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นด้วยการสื่อสารและการมีส่วนร่วมรูปแบบของแผนมี 2 รูปแบบคือแผนที่เป็นทางการและแผนที่ไม่เป็นทางการและมีการแบ่งช่วงระยะเวลามีระยะสั้น 1ปี ระยะกลาง 1-3 ปี ระยะยาว 5 ปีขึ้นไปจากนั้นได้พูดถึงประโยชน์ของแผนคือช่วยให้ชุมชนผ่านพ้นวิกฤติปัญหาต่างๆไปได้ไม่ทำให้หลงทางแนะนำถึงกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาแบบง่ายๆว่ามีองค์ประกอบสำคัญด้วยกัน 4 เรื่อง ได้แก่
1.ต้องรู้เขารู้เรา รู้ปัญหารู้สาเหตุ รู้เขาหมายถึงรู้สถานการณ์ภายนอกที่ส่งผลกระทบกับชุมชน รู้เราหมายถึงรู้จักชุมชนตนเองสถานการณ์หรือสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนอะไรคือสาเหตุของปัญหารวมไปถึงข้อมูลพื้นฐานของตำบลทุกด้านผู้นำชุมชนต้องเป็นผู้รอบรู้และต้องมีทีมงาน
2.นำสาเหตุมากำหนดกิจกรรมที่จะต้องทำล่วงหน้าเพื่อระงับสาเหตุนั้นโดยมีกิจกรรมอย่างน้อย 3 กิจกรรมแล้วจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม
3.เลือกกิจกรรมที่ดีที่สุดมาทำแผน
4.เอาแผนที่ดีที่สุดมาทำ
5.ติดตามและประเมินผล
6.พัฒนาแผนอย่างต่อเนื่อง
หลังจากได้สร้างความเข้าใจกระบวนการจัดทำแผนให้ผู้เข้าร่วมได้รู้และเข้าใจได้เป็นอย่างดีแล้ว วิทยากรได้เปิดให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการจัดทำแผนพัฒนาตำบล โดยมีตัวแทนจากตำบลรำมะสักและตำบลโคกพุทรามาแลกเปลี่ยนถึงการจัดทำแผนพัฒนาตำบลของตนเอง
ช่วงบ่ายเป็นการเสริมทักษะการถอดชุดองค์ความรู้ตำบลโดย นางสาวสุภาภรณ์ ดำรงพันธ์ และทีมงานเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) สำนักงานภาคกลางมาทำหน้าที่วิทยากรให้ความรู้,ทักษะ,เทคนิค,วิธีการถอดชุดองค์ความรู้ตำบลแบบง่ายๆ โดยการตั้งคำถาม 2 คำถามให้ผู้เข้าร่วมเขียนคำตอบลงในบัตรคำไม่มีถูกไม่มีผิด คือ ข้อ 1.สิ่งดีดีที่อยากบอกต่อ ข้อ 2.ทำไมอยากบอกต่อและมีที่มาอย่างไร
จากนั้นได้อ่านจากบัตรคำของผู้เข้าร่วมและได้สรุปพร้อมทั้งให้คำแนะนำเพิ่มเติมตามแบบฟอร์มที่ได้นำมาแจกและได้ให้ผู้เข้าร่วมกำหนดปฏิทินการดำเนินงานทั้ง 15 พื้นที่เพื่อจัดทีมงานจังหวัดลงหนุนเสริมพื้นที่นำไปสู่เป้าหมายที่พื้นที่กำหนดไว้
รายงานโดย : นายเลอฤทธิ์ สงวนวงศ์ นักสื่อสารชุมชนจังหวัดอ่างทอง






