บ้านปากกิ่ว เป็นชุมชนเล็กขนาด 20 ครัวเรือน บนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ มีลักษณะเป็นแหลมที่ขนาบด้วยน้ำทั้งสองด้าน มีทางเข้าออกชุมชนเพียงเส้นทางเดียว ด้านทิศตะวันออกเป็นทะเล ด้านทิศตะวันตกขนาบด้วยลำน้ำวัง บ้านปากกิ่วตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลวัง อำเภอท่าชนะ สุราษฎร์ธานี ประชากรทั้งชุมชนมีอาชีพประมงเป็นหลัก ตามคำบอกเล่าของคนเก่าคนแก่ที่นี่บอกว่า บ้านปากกิ่วเดิมเป็นชุมชนของคนจีนที่มาตั้งบ้านเรือนอยู่ก่อน ปัจจุบันก็ยังคงมีลูกหลานหลงเหลืออยู่หลายคน เป็นชุมชนที่เคยรุ่งเรืองด้านการค้าขายมาก่อนในอดีต
เดือนเมษายน 2554 เกิดอุทกภัยที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมทั้งบ้านปากกิ่วแห่งนี้ก็ต้องประสบอุทกภัยด้วย บริเวณชุมชนน้ำท่วมสูงประมาณ 2 เมตร เพราะมีน้ำทะเลหนุนประชาชนเดือดร้อนเสียหายอย่างหนัก บ้านเรือนหลายหลังโดนน้ำพัดพาหายไปในลำคลองวัง ในปีนี้เอง ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)ได้มีโอกาสรู้จักบ้านปากกิ่ว แห่งนี้ โดยสภาองค์กรชุมชนตำบลวังที่คุณลุงธรรมฤทธิ์ พรหมม่วง เป็นประธานได้นำเรื่องความเสียหายของพี่น้องบ้านปากกิ่วเข้าประชุมขบวนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ประชุมมีมติให้ทำการช่วยเหลือพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อนโดยรวบรวมปัจจัยสำหรับการยังชีพช่วยพี่น้องในเบื้องต้นเป็นลำดับแรก เราได้รับการอธิบายจากพี่น้องบ้านปากกิ่วว่าไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแลช่วยเหลือเลยเหมือนกับชุมชนแห่งนี้ถูกทอดทิ้ง ท้องถิ่นเองก็ไม่มีใครเข้ามาดูแลพี่น้องเลย พี่น้องที่นี่ต้องอยู่กันอย่างลำบากมานานมากแล้ว ด้านตะวันออกก็โดนน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ด้านตะวันตกก็โดนน้ำในลำคลองวังกัดเซาะตลิ่งพังไปเรื่อยๆ และมาคราวนี้โดนน้ำท่วมอีกมีความลำบากเพิ่มขึ้นหลายเท่า
นับว่าพี่น้องชุมชนยังโชคดีที่มีสภาองค์กรชุมชนลงมาช่วยเหลือและเป็นเหตุบังเอิญที่ ท่านทิพย์รัตน์ หงส์ลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนในขณะนั้นได้เดินทางมาภาคใต้และแวะเยี่ยมสำนักงานองค์กรชุมชนสุราษฎร์ธานีตรงกับการประชุมของขบวนชุมชนพอดี จึงได้นำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องสุราษฎร์ธานีเข้าหารือในที่สุดท่านผู้อำนวยการได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือพี่น้องชาว สุราษฎร์ธานีโดย จัดงบประมาณก่อสร้างบ้านจำนวน 4 หลัง งบประมาณหลังละ 100,000 บาทและค่าบริหารจัดการหลังละ 20,000 บาท มอบให้พี่น้องอำเภอกาญจนดิษฐ์ 2 หลังและ พี่น้องบ้านปากกิ่ว อำเภอท่าชนะ 2 หลัง ทั้งสองที่ได้รับการก่อสร้างเสร็จพร้อมมีพิธีส่งมอบ ในชื่อ บ้านสภาองค์กรชุมชนร่วมใจ โดยมีปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานีเดินทางมามอบแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนั้น สภาองค์กรชุมชนตำบลวังได้นำเรื่องบ้านปากกิ่วเป็นประเด็นพื้นที่ที่ต้องพัฒนา ชุมชนได้เริ่มมีการออมเงินเพื่อเก็บไว้ช่วยเหลือกันในยามฉุกเฉิน โดยใช้ชื่อว่า สถาบันการเงินบ้านมีสุข เป็นชื่อบัญชี เมื่อ 20 กรกฎาคม 2554 ขณะนี้ มียอดเงินสะสมทั้งสิ้น 184,000 บ้าน มีผู้กู้ยืมไปประกอบอาชีพการประมงจำนวน 9 รายรวมยอดเงินกู้ 141,000 บาท มีดอกเบี้ยร้อยละ 12 ต่อปี และตั้งแต่ตั้งกลุ่มนี้มาไม่เคยมีหนี้เสีย และขณะนี้กำลังจะประสานทาง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนภาคใต้ตอนบนเพื่อหารือด้านความมั่นคงของที่อยู่อาศัยต่อไป
“จากวันนั้นถึงวันนี้ เกือบ 5 ปีแล้วนะ เราดีใจที่ พอช. ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ” พี่ช่อ นางปรานอม บัวเสน ประธานกลุ่มบอกอย่างภูมิใจ “ตั้งแต่ พอช. ลงพื้นที่มาช่วยเหลือคนปากกิ่ว ได้สร้างบ้านสภาองค์กรชุมชนร่วมใจให้ชาวบ้านดูเหมือนว่าท้องที่ท้องถิ่นจะหันมาสนใจบ้านปากกิ่วทันที มีการเข้ามาพูดคุยถึงการพัฒนาเยอะแยะอย่างที่เห็นนั้นแหละ ตอนนี้มีเขื่อนกั้นน้ำทะเลที่แข็งแรงช่วยกันคลื่นลมแรงเราก็ไม่ลำบากเหมือนเก่า ถนนหนทางในชุมชน กลายเป็นถนนคอนกรีตอย่างดี อันนี้ต้องขอบคุณ พอช.และผู้ที่มีส่วนช่วยจริงๆที่มากระตุ้นให้ บ้านปากกิ่วมีความสำคัญในสายตาท้องที่ท้องถิ่น”
พี่ช่อยังเล่าต่อว่า วันนี้เราก็ยังมีความหวังกับ พอช. อยู่ในเรื่องของบ้านมั่นคง เพราะตอนนี้เราได้ออมเงินกันมาหลายปีเรามีเงินสะสมเกือบ 200,000 บาท หนี้เสียเราก็ไม่มี และตอนนี้เรายังเป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์กับอำเภอท่าชนะแล้วด้วยคงเหลือความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยอยากฝากเรื่องนี้ถึง พอช.ด้วย พี่ช่อกล่าวในที่สุด
ด้านนางอพันตรี พูลสวัสดิ์ อาชีพรับซื้อกุ้ง หอย ปู ปลา ของพี่น้องชาวปากกิ่วบอกกับผู้สื่อข่าวว่า รายได้จากการประมงบ้านปากกิ่วแต่ละเดือนมีเงินหมุนเวียนนับล้านบาททีเดียว มีเรือประมงเกือบ 200 ลำซึ่งบางลำก็ไม่ได้อยู่ที่บริเวณนี้แต่ก็เอาของมาขายที่นี่ อย่างกั้งที่เห็นรับซื้อมากิโลกรัมละ 1,200 บาทแล้วนำส่งพ่อค้าที่พุมเรียง อำเภอไชยา ปูม้าตอนนี้รับซื้อที่หน้าแพกิโลกรับละ 165 บาท วันหนึ่งๆมีคนนำมาขายหลายร้อยกิโล อยากให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนด้านเงินทุนหมุนเวียนและเห็นว่าที่แห่งนี้เป็นที่ราชพัสดุ ที่ประชาชามาอยู่กันยาวนานแล้วรัฐน่าจะทำการจัดสรรให้เป็นกรรมสิทธิ์ของพี่น้องผู้ที่อยู่อาศัยเดิมเพื่อความมั่นคงในชีวิต
5 ปีแล้ว ที่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) เข้ามาเกี่ยวของกับชุมชนแห่งนี้ วันนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัด เขื่อนกันคลื่น ถนนคอนกรีต บ้านหลังใหม่ รถยนต์ เป็นการเปลี่ยนไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น มั่นคงขึ้น เป็นอีกหนึ่งผลงานที่สามารถจับต้องได้โดย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)
นายธรรมนูญ นาคขำ ผู้สื่อข่าวชุมชนสุราษฎร์ธานี รายงาน





