playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

 

44468.jpg

ประเด็นสำคัญที่ทำให้เครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศ หนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ กันอย่างชอบหน้าชอบตาก็เพราะร่างฉบับนั้นให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งชุมชนฐานราก เพื่อให้ชุมชนเข้าไปมีบทบาทร่วมกันภาคีพัฒนาต่างๆ กำหนดอนาคตของตนเองในรูปแบบของ”สมัชชาพลเมือง”

          แต่ถึงแม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นตกไปและร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันจะไม่กำหนดสาระเรื่องการจัดการตนเองของชุมชนเอาไว้อย่างชัดเจนแต่องค์กรชุมชนทั่วประเทศก็ยังคงนำเรื่องชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองไปสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นแนวคิดที่ตกผลึกมาจากการปฏิบัติจริงว่าชุมชนจะต้องพัฒนาไปสู่ความเข้มแข็ง เพื่อเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการวางแผนพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง การวางแผนพัฒนาไม่ใช่เป็นหน้าที่ของภาครัฐแต่เพียงลำพังอีกต่อไป

          การปฏิบัติการในพื้นที่ของเครือข่ายองค์กรชุมชน จึงมุ่งให้เกิดการรวมตัวของคนทุกภาคส่วนในจังหวัดหรือตำบลหรือภูมินิเวศ เพื่อนำปัญหาที่เกิดขึ้นมากองรวมกันและกำหนดเป็นแนวคิดยุทธศาสตร์ การพัฒนาร่วมกัน จะเรียกว่าสภาพลเมืองหรือเรียกชื่อเป็นอย่างอื่นก็ตามแต่

          จินดา บุญจันทร์ ประธานที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลและเป็นแกนนำสำคัญของจังหวัดชุมพรบอกว่า เป้าหมายของการรวมตัวเพื่อกำหนดการพัฒนาของประชาชนมิใช่อยู่ที่การวางแผนแล้วได้งบประมาณสนับสนุนแต่อยู่ที่ทำให้ประชาชนทุกสาขาอาชีพมาร่วมมือกันพูดคุยกัน เพื่อกำหนดอนาคตของตนเองไม่ใช่ต่างคนต่างทำแต่ต้องได้หนึ่งแผนหนึ่งจังหวัดหนึ่งแผนหนึ่งตำบล เป็นแผนที่ทุกคนร่วมกันคิดร่วมกันทำ

          ชุมพรเป็นจังหวัดหนึ่งที่ทุกภาคส่วนร่วมมือกันทำงานสู่สภาพลเมืองมาอย่างยาวนานโดยแรกๆเมืองชุมพรได้ขับเคลื่อนไปตามทิศทางการพัฒนาของรัฐหรือรัฐเป็นคนกำหนดอนาคตคนชุมพร ก็มีขบวนองค์กรชุมชนในนามกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำหลังสวนในอำเภอพะโต๊ะได้รวมตัวกันพูดคุยถึงภัยที่มากับแผนพัฒนาของรัฐที่มุ่งเน้นความเติบโตทางเศรษฐกิจ ขนานไปกับชาวบ้านในเขตเมืองที่รวมกลุ่มออมทรัพย์และธนาคารหมู่บ้านเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมทั้งโครงการจัดการลุ่มน้ำหลังสวนที่ตั้งขึ้นเพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับชาวบ้านในการปกป้องและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติของพวกเขา จนกระทั่งในปี 2540 ก็ก้าวเข้าร่วมโครงการนำร่องพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน ถักทอกับเครือข่ายสมัชชาจนคนผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาล และเชื่อมโยงกับเครือข่ายอื่นๆ ในจังหวัดเป็นคณะประสานงานองค์กรชุมชน จ.ชุมพร

          จากนักรบข้างถนนในปี 2540 นำปัญหาของคนชุมพรพัฒนาสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายร่วมกับสมัชชาคนจน จนถึงวันนี้เป็นเวลาร่วม 20 ปี คนชุมพรได้เรียนรู้ มีประสบการณ์ในการพัฒนา และเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองพร้อมที่จะก้าวไปร่วมมือกับทุกภาคีทั้งภาคและเอกชนในการกำหนดอนาคตตนเองโดยในช่วงหลังนี้ได้ใช้ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนและ พ.ร.บ.สภาพัฒนาการเมือง พ.ศ.2551 เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำข้อมูล เพื่อนำไปสู่การจัดทำเป็นแผนพัฒนา ซึ่งก็มีหน่วยงานรัฐ 30 องค์กรเข้ามาร่วมทำงานกับชาวบ้านด้วย

44469.jpg
          จากการทำงานร่วมกับภาคีพัฒนาต่างๆ หลายปี จนกระทั่งในปี 2557 ก็มีความร่วมมืออย่างเป็นทางการต่อกัน เพื่อร่วมกันทำงานให้บรรลุเป้าหมาย เกิดแผนพัฒนาจังหวัดชุมพรภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า “ชุมพรน่าอยู่ สู่เกษตรกรรมอย่างยั่งยืน และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์” ซึ่งประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์

          ประการแรกคือการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยการสนับสนุนให้ชุมชนเข้าถึงสิทธิ์ของพลเมืองยกระดับการเรียนรู้ สู่การสร้างพื้นที่รูปธรรมในการจัดการตนเองในด้านต่างๆ สร้างความตระหนักให้กับชุมชนในการวางแผนพัฒนากำหนดอนาคตโดยชุมชนเอง หรือการจัดการตนเองโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งจากระดับหมู่บ้าน ตำบลขึ้นมาร่วมกับภาคีพัฒนาต่างๆ ในพื้นที่โดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกในการเชื่อมโยง

          ยุทธศาสตร์ที่สองคือการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยชุมชน ทั้งนี้เพราะคนชุมพรให้ส่วนกลางวางแผนจัดการทรัพยากรธรรมชาติฯ มานานผลที่เกิดขึ้นคือ ทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย ระบบนิเวศน์เสียสมดุล ดำรงชีวิตยากลำบากมากขึ้น ดังนั้นคนในชุมชนจึงต้องเข้ามามีบทบาทหลักในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอง โดยการสร้างจิตสำนึกร่วม สร้างกระบวนการเรียนรู้ในการบริหาร ฟื้นความสัมพันธ์ระบบนิเวศน์ เขา ป่า นา เล และสายน้ำ รวมทั้งภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ท้องถิ่น การฟื้นฟูพันธุกรรมพืชพื้นถิ่น เพื่อนำไปสู่การสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กลับคืนมา

          ถัดมาคือ การพัฒนาฟื้นฟูระบบเกษตรกรรม ทั้งนี้เพราะชุมพรเคยเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญ มีภูมิปัญญาด้านการเกษตรอย่างสมูรณ์ ดังนั้นเพื่อให้ชุมพรกลับเป็นเมืองเกษตรที่มีความมั่นคงทางอาหาร จึงมุ่งสร้างและฟื้นฟูเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนและเกษตรทางเลือก ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ลดต้นทุนการผลิตโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ฟื้นฟู/อนุรักษ์พันธุกรรมท้องถิ่น โดยสร้างพื้นที่ต้นแบบสวนผสมผสาน (สวนพ่อเฒ่า) ปลูกไม้ 3 อย่าง ใช้ประโยชน์ 4 อย่าง ปลอดสารเคมี การพัฒนาระบบการแปรรูปเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตรที่เชื่อมโยงเครือข่าย เขา ป่า นา เล ลุ่มน้ำ เพื่อให้มีระบบการตลาดที่กว้างขวางและเสริมเกษตรกรรมยั่งยืนโดยมีเป้าหมายว่าชุมพรจะต้องมีระบบเกษตรกรรมยั่งยืนอย่างน้อยร้อยละ 30 ของพื้นที่เกษตรทั้งหมด

          ประการที่4คือยุทธศาสตร์การยกระดับเศรษฐกิจชุมชน โดยใช้ฐานทุนและภูมิปัญญาของชุมชน เพื่อบูรณาการกับเศรษฐกิจของจังหวัดที่ควรให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ และการเตรียมตัวรองรับประชาคมอาเซียน

ยุทธศาสตร์ที่5คือการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางสังคมและการเมืองโดยให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งการเมืองฐานรากให้เกิดความตื่นตัวเข้ามาร่วมพัฒนาบ้านเมืองของตนเองและประการสุดท้ายคือยุทธศาสตร์การสร้างองค์กรการนเงินและสวัสดิการชุมชนฐานรากให้มีความเข้มแข็งพึ่งตนเองได้

          เมื่อไม่นานมานี้ยุทธศาสตร์การพัฒนาทั้ง 6 ประการดังกล่าวได้นำเข้าสู่เวที “สภาพลเมืองจังหวัดชุมพร” ที่มีองค์ประกอบจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคชุมชน ส่วนราชการกำนันผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ เพื่อสร้างฉันทามติร่วมกันโดยที่ประชุมเห็นว่าจะต้องให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์แรกคือการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เพราะหากชุมชนเข้มแข็งก็จะเป็นพลังในการเคลื่อนงานอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          นายสมดี คธายั่งยืน ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ตอกย้ำความมั่นใจว่า ตอนนี้ระดับนโยบายยังไม่มั่นใจระดับล่าง ผู้กำหนดนโยบาย จึงมักกำหนดกรอบให้ระดับล่างเดินตาม ดังนั้นภาคประชาชน จะต้องตื่นตัวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง สภาพลเมืองในวันนี้คือ คำตอบสำคัญของภาคประชาชนในการกำหนดตนเอง

44467.jpg

 

สุวัฒน์ คงแป้น : รายงาน

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter