นับวันความเข้มข้นของการแย่งชิงพื้นที่ด้านอาหารมีมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต่างจากการแย่งชิงพลังงาน อาหารเป็นปัจจัยสำคัญจากหลายปัจจัยในการดำรงชีวิต ในขณะที่ทุนใหญ่กำลังแข่งขันกันในด้านอุตสาหกรรมอาหาร วิถีชุมชนก็หดหายตามไปด้วย การประกอบอาชีพประมงชายฝั่งซึ่งเป็นวิถีของชาวก็เช่นเดียวกัน สัตว์น้ำชายฝั่งเริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาประมงพาณิชย์รุกล้ำเข้ารมาเรื่อย ๆ ส่งผลกระทบต่ออนาคตของประมงชุมชน ที่มีรายได้ไม่พอจุนเจือครอบครัว ปัญหาดังกล่าวทำให้ “เจ้าปู” หรือนายพยุง เครือหงส์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลตะกรบ อำเภอไชยา สุราษฎร์ธานี จึงได้และรวมตัวกันตั้งกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านฝ่ายพรุ ปัญหาหลักที่ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นหลักในการขับเคลื่อนคือ “ทะเลชุมชน”
นายพยุง เครือหงส์ บอกว่า “ผมและกลุ่มได้ร่วมกันพูดคุยกันมาพอสมควรเกี่ยวกับเรื่องการทำการประมงของชุมชนว่า สัตว์ทะเล ไม่ว่ากุ้ง หอย ปู ปลา เริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆการทำการประมงแบบทำลายล้างก็มีมากขึ้นที่สำคัญ เราไม่สามารถดูแลได้ตลอดเวลา มีการลักลอบทำกันยามที่เราเผลอ จึงเห็นว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างที่ชาวบ้านฝ่ายพรุต้องร่วมกันทำ โดยตั้งโจทย์ว่า ทำอย่างไรเราจะเพิ่มสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่งบ้านเราให้เพิ่มขึ้นโดยพี่น้องที่ทำการประมงอยู่บริเวณนี้ไม่เดือดร้อนด้วย” ผู้ใหญ่พยุงกล่าว
“เป็นโจทย์ที่ยากเพราะหากมีการห้ามจับสัตว์น้ำพี่น้องต้องลำบากเพราะไม่รู้จะไปทำอะไรผู้ใหญ่ เราเริ่มที่มีการประชุมและทำการออกแบบงานใช้ชื่อ ทะเลชุมชน โดยกำหนดแนวเขตเป็นเรื่องแรกตลอดแนวชายฝั่งพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลตะกรบ เป็นเขต ลึกลงไปในทะเล 1,000 เมตร เป็นแนวเขตรวมพื้นที่ประมาฯณ 1,250 ไร่ เป็นพื้นที่เขต ทะเลชุมชน ปรากฏว่าทุกคนเห็นด้วย มีข้อตกลงแบบง่ายๆ ภายในทะเลชุมชน จะไม่มีการจับสัตว์น้ำตัวเล็กๆทุกชนิด การวางลอบปูที่มีตาข่ายเล็กผิดกฎหมายกระทำมิได้ รวมถึงทุกคนต้องช่วยกันดูและและประชาสัมพันธ์ให้คนภายนอกที่เข้ามาทำประมงทราบ สำหรับแนวเขตเราใช้ทุ่นลอยรอยแนวเขตแสดงให้เห็นชัดเจน ปรากฏผลทันตา หนึ่งปีครึ่ง การทำประมงบริเวณนี้ดีขึ้นขึ้น กุ้ง หอย ปูปลา มากขึ้น” ผู้ใหญ่พยุงกล่าวสรุป
จากนั้นหัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 13 นายวิษณุ แจ้งใจ ผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้การทำกิจกรรมทะเลชุมชนประสบความสำเร็จ เล่าให้ฟังว่า “ผมเองมีหน้าที่ดูแลป่าชายเลนเมื่อมีการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับป่าชายเลนของกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านฝ่ายพรุ ผมก็ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์น้ำชายฝั่งของกลุ่มเช่นกัน มีการจัดการเรื่องทุ่น เรื่องการวางแนวเขต รวมถึงเรื่องความรู้ต่างๆทุครั้งที่มาร่วมกิจกรรม วันนี้ผมเห็นความสำเร็จของกลุ่มแล้ว แต่สิ่งที่ผมคาดหวังอนาคตนั้นผมอยากเห็นพื้นที่อื่นๆถือเอาพื้นที่บ้านฝ่ายพรุเป็นแบบเพื่อขยายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพราะหากพื้นที่ตลอดแนวชายฝั่งสุราษฎร์ธานีทำทั้งหมดผมคิดว่า คนสุราษฎร์ธานีจะไม่มีวันขาดอาหารทะเลแน่นอน”
สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เกิดจาการร่วมมือร่วมใจ ในการทำงานของคนทุกคนในชุมชน รวมถึงหน่วยงานที่ร่วมกันสนับสนุนและส่งเสริม ที่พร้อมจะจับมือเพื่อพัฒนาชุมชนไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง
นายธรรมนูญ นาคขำ นักสื่อสารข่าวชุมชนสุราษฎร์ธานี : รายงาน





