playlists faocebook CODINew icon_tw Intranet mail
ภาษาไทย english หน้าหลัก

13224290_595824757252189_1627225858_o.jpg

เนินมะปราง เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดพิษณุโลก อยู่ห่างจากอำเภอเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 68 กิโลเมตร ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด สวนมะม่วง ซึ่งปัจจุบันรายได้จากการปลูกมะม่วงกำลังทำรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น นับเป็นฐานเศรษฐกิจสร้างความเข้มแข็งให้ความท้องถิ่น


กลุ่ม “คนรักเนินมะปราง” ได้เกิดขึ้นครั้งแรกจากกิจกรรม “ปั่นเพื่อเนินมะปราง” เมื่อเดือนกันยายน 2558 เพื่อให้คนในพื้นที่สาธารณะทั่วไปได้เห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ และสภาพแวดล้อมที่งดงามของเนินมะปราง โดยเฉพาะเทือกเขาหินปูนที่มีอายุยาวนานกว่า 300 ล้านปี ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาท่าพล ครอบคลุมเนื้อที่ 1,775 ไร่ โดยมียอดเขาสูงสุดที่ระดับ 236 เมตร และถ้ำผามากมาย เช่น ถ้ำนเรศวร ถ้ำเรือ ที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม ถ้ำลอด ซึ่งสามารถเดินทะลุไปยังอีกด้านหนึ่งของภูเขาได้ หรือ ถ้ำพระวังแดง อันเป็นถ้ำที่ยาวและใหญ่เชื่อมต่อกันหลายถ้ำ มีความยาวประมาณ 12.5 กิโลเมตร

13249543_595824683918863_1359731877_n.jpg
นอกจากนี้ยังพบซากดึกดำบรรพ์ของหอยและปะการัง (เนื่องจากบริเวณนี้เคยเป็นท้องทะเลมาก่อน) มีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์รูปมือคนบนเพิงผาหิน อักษรญี่ปุ่นโบราณสลักบนก้อนหิน ซึ่งล้วนเป็นจุดให้น่าศึกษา ค้นหา และชวนอัศจรรย์ใจ

แต่เนินมะปรางก็ยังมีดีมากกว่านั้น เพราะยังมีพื้นที่ส่วนหนึ่งในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ซึ่งมีความหลากหลายของสภาพป่าสูงมาก จนทำให้พื้นที่นี้เหมาะแก่การเป็นพื้นที่แห่งการศึกษาเรียนรู้เชิงนิเวศน์ที่ไม่มีวันจบสิ้น

ความมีดีของเนินมะปราง ทำให้คนเนินมะปรางกลุ่มนี้ได้ตระหนักถึงมรดกล้ำค่าของแผ่นดินเกิด และเล็งเห็นแนวโน้มของผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นกับที่นี่ ไม่ว่าเรื่องของการท่องเที่ยวที่แหล่งทุนภายนอกเริ่มเข้ามาจับจอง หรือความผันแปรของการจัดการทรัพยากรที่ชุมชนท้องถิ่นไม่อาจมีสิทธิ์เสียงหรือจัดการด้วยตนเองได้อย่างแท้จริง จึงทำให้พวกเขาเริ่มกระตุ้นชุมชนและประชาคมพิษณุโลกให้เห็นถึงคุณค่าของธรรมชาติที่นี่ ทั้งยังเชิญชวนให้ร่วมกันรักษ์ทรัพย์ในดินสินในน้ำนี้ไว้ให้ลูกหลาน


กลุ่ม “คนรักเนินมะปราง” ประกอบไปด้วยคนหลากหลายวัยตั้งแต่เด็กเยาวชนวัยสิบกว่าปีไปจนถึงผู้สูงอายุเกือบ 70 ปี พวกเขาได้มารวมตัวกันเพื่อตั้งต้นส่งเสียงปกป้องเนินมะปรางด้วยกิจกรรม “ปั่นเพื่อเนินมะปราง” ซึ่งครั้งนั้นกิจกรรมการปั่นได้ดำเนินผ่านไปด้วยดี ทั้งยังสามารถขยายแนวร่วมจากคนในพื้นที่ให้ลุกขึ้นมาร่วมกันแสดงออกถึงความรักต่อแผ่นดินเกิดทั้งในนามปัจเจกบุคคล และการสร้างความร่วมมือกับกลไกท้องถิ่น ไม่ว่าเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลหลายแห่ง

หากเราเชื่อในเรื่องพลังท้องถิ่นที่มั่นคงถาวรจริงจังย่อมต้องมาจากคนในพื้นที่เอง กิจกรรมการปั่นเพื่อเนินมะปรางครั้งที่ 2 นี้ น่าจะชัดเจนขึ้น ด้วยว่า พลังการขับเคลื่อนครั้งนี้ อาศัยเรี่ยวแรงของคนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น ชุมชนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของกิจกรรมมากขึ้น มีความเป็นเจ้าภาพมากขึ้น และนั่นคือสิ่งที่น่าสนใจที่สุด ด้วยว่า นี่ไม่ใช่เรื่องของการท่องเที่ยวของหน่วยงานไหนเลย แต่เป็นการเริ่มต้นจากประชาชนธรรมดาๆ เท่านั้นเองที่เริ่มต้นทุกอย่างจากศูนย์ แล้วค่อยขยับก้าวออกไปบนเส้นทางที่ไม่เคยเดินมาก่อน ไม่รู้กระทั่งว่าหนทางข้างหน้าจะขรุขระไหม จะมีขวากหนามอย่างไรหรือไม่ แต่เมื่อมีหัวใจที่อยากจะทำ ก็ค่อยเกาะเกี่ยวสิ่งละอันพันละน้อยมากองรวมกัน

บางคนเป็นลูกจ้างองค์กร มีสถานที่ที่ทำงานที่พอให้ได้กลุ่มมาใช้เป็นที่ประชุม มาพูดคุยกันได้ บางคนมีรถก็ขันอาสาขับรถพาสมาชิกกลุ่มตระเวนสำรวจสถานที่ บางคนพอมีรายได้พอจุนเจือค่าอาหาร ค่าข้าว แก่เพื่อนฝูง ก็ช่วยกันออก เป็นภารกิจร่วมรับผิดชอบร่วมที่ไม่เหนือบ่ากว่าแรง

นอกจากนี้ หากว่ากลุ่มคนรักเนินมะปรางอยากจัดกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อให้สังคมได้ตระหนักถึงการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ การดูแลสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น พวกเขาก็จะระดมทุนด้วยการขายเสื้อยืด สติ๊กเกอร์ เพื่อเป็นทุนในการทำงาน ครั้งล่าสุดพวกเขาได้จัดทำเสื้อยืด “คนรักเนินมะปราง” และนำรายได้เหล่านั้นมาจัดกิจกรรม “ปั่นเพื่ออนาคตเนินมะปราง ครั้งที่ 2”

ซึ่งหากใครได้ไปเยือนสักครั้ง จะพบว่า บรรยากาศพื้นที่อำเภอเนินมะปรางนั้นน่ารักมาก ที่นี่แวดล้อมด้วยธรรมชาติแปลกตา ภูเขาหินปูน ฝูงค้างคาวมหาศาล ป่าเบญจพรรณ (ส่วนหนึ่งของทุ่งแสลงหลวง) วิถีการเกษตร ชุมชนที่นี่ดำเนินชีวิตไปอย่างเงียบสงบ ง่ายงาม ผู้คนในชุมชนยังยิ้มแย้ม เปี่ยมด้วยมิตรจิตมิตรใจ เอื้ออารี และหลายคนที่ได้ไปเยือนก็คงอยากให้หัวใจบริสุทธิ์เช่นนี้คงอยู่ให้ยาวนานที่สุด

เนินมะปรางกำลังเป็นที่รู้จักและส่วนงานพื้นที่กำลังหนุนเสริมการท่องเที่ยวเพื่อให้ชุมชนมีรายได้ หากขณะเดียวกันหลายคนก็ต้องการให้ชุมชนคงสภาพแวดล้อมและไม่รบกวนวิถีชีวิตที่เคยเป็นมาให้มากที่สุด

13227872_595824677252197_1075642584_n.jpg

13233396_595824817252183_1025945016_n.jpg

13235843_595825020585496_1151930835_n.jpg



บทความโดย : สร้อยแก้ว  คำมาลา 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter